Archipelago House เรื่องเล่าบ้านในฝันหลังเล็ก

ภาพของบ้านพักตากอากาศที่สามารถตื่นมาพบกับทัศนียภาพงดงาม คงเป็นภาพ ‘บ้านในฝัน’ ของใครหลายคน แล้วก็คงดีไม่น้อย หากเราสามารถรังสรรค์ภาพเหล่านั้นให้กลายเป็นบ้านสำหรับพักพิง และใช้เวลาแห่งความสุขกับคนที่รักได้

Norm Architects สตูดิโอออกแบบแห่งหนึ่งในโคเปนเฮเกนก็เห็นตรงกัน และได้เนรมิตภาพฝันเหล่านั้นออกมา ผ่านการออกแบบบ้านพักตากอากาศที่แฝงไปด้วยความตั้งใจที่อยากจะสร้างบ้านไว้พักผ่อนกับคนรักและลูกๆ อีกสี่คน ด้วยความอบอุ่นจากไม้สน และผสมผสานเอกลักษณ์ศิลปะตะวันตกกับตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีชื่อว่า ‘Archipelago House’ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน

แรงบันดาลใจจากชีวิตท้องถิ่น

บ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่าน ล้อไปตามแนวโขดหินชวนสะดุดตา เกิดจากภาพพจำลองธรรมชาติที่ต้องการสร้างบ้านไม้สนรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรือชาวบ้านที่จอดพักตรงชายฝั่งตามโขดหิน จินตนาการว่าบ้านไม้สนหลังคาหน้าจั่วปลูกสร้างอยู่บนโขดหินที่สลับลดหลั่นไปมา เหมือนเรือชาวบ้านที่จอดพักบนหาดหินโค้งเว้าตลอดแนวชายฝั่ง


การรวมกันระหว่าง ‘สิ่งแปลกใหม่’ กับ ‘ความดั้งเดิม’

“หัวใจสำคัญของงานออกแบบสถาปัตย์คือการสร้างสรรค์งานแปลกใหม่ แต่ไม่แปลกแยก โดยเฉพาะบ้านที่ปลูกสร้างในหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ยิ่งต้องนำองค์ประกอบทั้งสองสิ่งมาสร้างใหม่และผมสผสานกันอย่างกลมกลืน” เฟรเดอริก เวอร์เนอร์ หุ้นส่วนของ Norm Architects เล่าถึงที่มาของการออกแบบเครื่องเรือนภายใน Archipelago House นอกเหนือจากตัวบ้านที่ทำจากไม้สนแล้ว สถาปนิกก็เลือกใช้เครื่องเรือนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อสร้าง “ความกลมกลืน” เห็นได้จากตู้กับข้าวในห้องครัวชิ้นนี้ที่ทำจากไม้โอ๊ก

“Archipelago House ไม่เพียงสวยงามเพราะดูเป็นธรรมชาติ แต่ต้องสวยงามและดูเป็นธรรมชาติจากสภาพแวดล้อมทุกอย่างที่ประกอบสร้างมันขึ้นมา ถึงจะเรียกว่างดงามอย่างแท้จริง” การออกแบบบ้านไม้สนหลังนี้จึงสื่อสะท้อนความสร้างสรรค์ที่ดัดแปลงมาจากธรรมชาติและวิถีชีวิตผู้คน นำมารังสรรค์ตั้งแต่โครงสร้างใหญ่ จนถึงการลงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ได้บ้านสำหรับอยู่อาศัยจริงๆ

สุนทรียภาพแห่งตะวันตกสู่ตะวันออก

นอกจากการสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้เข้ากับวิถีดั้งเดิมแล้ว Archipelago House ยังผสมผสานศิลปะสแกนดินีเวียดั้งเดิมเข้ากับญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการออกแบบเลานจ์ยกเพดานสูง ซึ่งดีไซน์แบบเดียวกับบ้านญี่ปุ่นที่นิยมบ้านเพดานสูง ซ้ำยังตกแต่งด้วยเครื่องเรือนที่ร่วมออกแบบกับ Karimoku Case Study แบรนด์พี่น้องของ Karimoku ที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในญี่ปุ่นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นโซฟาสี pebble grey โต๊ะกาแฟตกแต่งด้วยก้อนกรวดดีไซน์เก๋ และเก้าอี้มีพนักสีครีม ทั้งหมดนี้ล้วนตัดกับตู้โชว์ที่ทำจากไม้โอ๊กและลิ้นชักบิวต์อินสี Jet Black

เก็บทุกรายละเอียดการอยู่อาศัย

“โคมไฟ” อีกหนึ่งของสำคัญที่ทุกบ้านต้องมี เพราะไม่เพียงนำมาใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์และคอนเซ็ปต์บ้านให้ชัดเจนขึ้น ครั้งนี้สถาปนิกเลือกใช้โคมไฟจากฝีมือการผลิตของ Kojima Shouten ผู้ผลิตโคมไฟของญี่ปุ่นยาวนานกว่า 230 ปี โคมไฟนี้ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงโคนโค้งมน ตัวโคมไฟหุ้มด้วยกระดาษวาชิ (Washi Paper) หรือกระดาษญี่ปุ่น มีคุณสมบัติเนื้อบางเบา ยืดหยุ่น แต่คงทน ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย ส่วนด้านบนสุดของโคมไฟได้รับการออกแบบให้ถอดแบบจากตัวบ้าน เพื่อสื่อสะท้อนตัวตนของสิ่งปลูกสร้าง

ชั้นวางของคล้ายชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ Norm Architects ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมา โดยสถาปนิกได้ร่วมกับ August Sandgren นักออกแบบและผู้บุกเบิกตู้เก็บหนังสือในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยออกแบบให้เก็บได้ทั้งหนังสือเล่มโปรดหรือสิ่งของมีค่าที่ต้องการเก็บไว้มิดชิดและเป็นส่วนตัว

ใกล้ชิดความหมายแห่งชีวิต และธรรมชาติ

“ดาดฟ้า” พื้นที่ที่จะพาคนในบ้านเข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริง สถาปนิกได้ออกแบบดาดฟ้าแบบ outdoor เปิดรับแสงแดดและสายลมภายนอก เอาไว้ทำกิจกรรมหรือรับประทานอาหารเย็น พลางสัมผัสวิวทิวทัศน์ที่รายล้อม

เรียบเรียงข้อมูลและภาพจาก dezeen และ normcph