Big Cleaning Day รวมเทคนิคกำจัดเชื้อโรคตัวร้าย แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้

เมื่อสถานการณ์ Covid-19 กลับสู่ช่วงวิกฤติอีกครั้ง บ้านจึงกลายเป็น safe zone แสนปลอดภัยที่เราต้องใช้เวลาทั้งวันคลุกคลีอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าการหมั่นทำความสะอาดบ้านจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้สมาชิกครอบครัวปลอดภัย สะอาดและห่างไกลจากเจ้าเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ HouseHub จึงอยากชวนทุกคนมา Big Cleaning ทำความสะอาดพื้นที่แต่ละจุดของบ้าน ซึ่งรับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถของเราอย่างแน่นอน

Living Room หัวใจของบ้าน

พื้นที่แรกเราขอเริ่มที่ใจกลางบ้านอย่างห้องนั่งเล่นกันก่อน ซึ่งพื้นที่นี้ควรจะทำความสะอาดเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดต้อนรับแขกที่อาจจะมาจากหลากหลายสถานที่ ในการออกแบบห้องนั่งเล่นก็ควรจะมีช่องเปิดที่ช่วยระบายอากาศ หรือ เปิดให้แสงธรรมชาติส่องถึง เพื่อฆ่าเชื้อโรคหรือช่วยระบายกลิ่นอับ และเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับบ้านของเรา

บริเวณทางเข้าตามจุดต่างๆ หน้าประตู อาจจะหาพรมเช็ดเท้าเก๋ๆ สักผืนมาวางเพื่อช่วยดักจับฝุ่นหรือเศษสกปรกก่อนจะเข้าสู่ภายในบ้านและยังเพิ่มความสวยงามต้อนรับเราเข้าสู่บ้านได้อีกด้วย

เก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ไม่จำเป็นออกบ้าง เหลือไว้เพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักที่จำเป็นก็พอ เพื่อให้เราสามารถทำความสะอาดได้โดยง่าย และยังช่วยลดพื้นผิวของสิ่งของที่จะดักจับฝุ่นและเชื้อโรคให้น้อยลง

เฟอร์นิเจอร์ก็ต้องเว้นระยะห่างนะ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่วางติดผนัง แนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 6-7 นิ้ว เพื่อป้องกันก้อนฝุ่นหรือเชื้อโรคไปสะสมกันอย่างหนาแน่น แล้วก็อย่าลืมทำความสะอาดจุดหมักหมมเหล่านี้ด้วย

อะไรที่ทำจากผ้าให้หมั่นนำมาทำความสะอาด โดยอาจจะซักอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะผ้าม่านหรือมู่ลี่ เพราะนี่แหละเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นหรือเชื้อโรคชั้นดี

ทำความสะอาดพื้นผิวที่เราสัมผัสบ่อยๆ อย่างโต๊ะ ท็อปเคาน์เตอร์ เก้าอี้ หรือมือจับต่างๆ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดสูตรพิเศษ โดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 6% ประมาณ 1 ฝา ผสมกับน้ำครึ่งลิตร นำมาเช็ดตามบริเวณต่าง ๆ ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 10 นาที จากนั้นเช็ดซ้ำด้วยผ้าชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดที่มีสารฆ่าเชื้อโรคอีกครั้ง แต่สำหรับอุปกรณ์ที่มีพื้นผิวเป็นโลหะ แนะนำให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% ทิ้งไว้ให้แห้ง และห้าม! ใช้น้ำยาฟอกผ้าขาว เพราะจะทำให้โลหะถูกกัดกร่อนและเสียหายได้

Dining & Kitchen แหล่งพลังงานของครอบครัว

พื้นที่ต่อไป คือโซนรับประทานอาหารและห้องครัว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแหล่งพลังงาน ช่วยเนรมิตอาหารมื้อสำคัญของครอบครัว ซึ่งเชื่อได้เลยว่า ช่วง WFH อย่างนี้ พื้นที่รับประทานอาหารและห้องครัวจะต้องกลายเป็นส่วนสำคัญที่สมาชิกในบ้านหันมาใช้งานกันมากขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วก็ยิ่งต้องมีการดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี

ทำความสะอาดหัวเตาแก๊ส เมื่อเกิดการทำอาหารบ่อยขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็มักจะเปื้อนไปด้วยคราบมัน เราจึงต้องคอยถอดส่วนประกอบของเตาออกมาทำความสะอาด ซึ่งวิธีก็ไม่ยาก แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำอุ่นและใช้ฟองน้ำขัดเบาๆ เพื่อทำความสะอาด ส่วนหัวเตาให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ ค่อยๆ เช็ดเศษสกปรกที่ตกค้างอยู่ให้หมดไป บริเวณหน้าเตาก็ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้เช่นกัน แต่หากเป็นคราบที่ขัดยาก ลองหยิบเบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชูมาขัดทิ้งไว้ ก่อนเช็ดออกด้วยฟองน้ำหมาดๆ เท่านี้เตาที่เคยมีคราบก็สะอาดเหมือนใหม่แล้วล่ะ

อย่าลืมจัดระเบียบตู้เก็บอุปกรณ์ ช้อน ส้อม จาน ชามต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะสัมผัสเข้าสู่ร่างกายของเราโดยตรง เครื่องครัวหรืออุปกรณ์ภายในบ้านจึงต้องสะอาดอยู่เสมอ ในการทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดให้ทั่ว ก่อนตามด้วยด้วยผ้าแห้งทันทีเพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำ

สำหรับเคาน์เตอร์ครัวที่ใช้งานเป็นประจำ ควรเช็ดทำความสะอาดทุกครั้งหลังทำอาหารด้วยน้ำยาทำความสะอาดสำหรับห้องครัว แต่อย่าลืม ! เลือกชนิดน้ำยาทำความสะอาดให้เหมาะสมกับพื้นผิวท็อปเคาน์เตอร์ของเรา

อุปกรณ์ เครื่องครัวต่างๆ ก็ไม่ควรถูกมองข้าม โดยสามารถทำความสะอาดตามคำแนะนำจากคู่มือการใช้งานได้เลย ส่วนไมโครเวฟที่ใช้เป็นประจำสามารถทำความสะอาดด้วยการบีบน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่า นำไปอุ่นในไมโครเวฟด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลา 1 นาที หลังจากนั้นนำฟองน้ำมาเช็ดคราบเปื้อนออก

ก๊อกน้ำที่สัมผัสกับมือของเราโดยตรง และเกิดการใช้งานบ่อยครั้งจนเป็นจุดสะสมของเชื้อโรค แนะนำให้ทำความสะอาดบ่อยๆ ด้วยการใช้น้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูอย่างละครึ่ง จากนั้นนำผ้านุ่มๆ มาชุบ เช็ดก๊อกน้ำให้ทั่วและเช็ดอีกครั้งด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด นอกจากจะใสวิ๊งแล้วยังป้องกันคราบน้ำสีขุ่นที่มักปรากฏอยู่บนก๊อกน้ำได้อีกด้วย

Bedroom พักผ่อนเป็นส่วนตัว

ถ้าถามว่าใช้เวลาส่วนมากของวัน ไปกับห้องไหน? แน่นอนว่าหลายคนต้องคิดถึงห้องนอน เพราะเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ส่วนตัว และยังเป็นพื้นที่ที่เราใช้เติมพลังต้อนรับสู่วันใหม่ การดูแล ทำความสะอาดห้องนอนให้สะอาดอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่เราควรจัดให้อยู่ใน To do list เตรียมตัวให้พร้อม และไปทำความสะอาดห้องนอนกันเลย

นำปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนข้าง ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียงหรืออุปกรณ์จำพวกผ้าทั้งหมดไปซักอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หรือหากไม่สะดวกที่จะซักจริงๆ แนะนำให้นำหมอนหรือผ้าห่มออกไปตากแดดจัดๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคบางส่วน

เช็ดทำความสะอาดของตกแต่งต่างๆ ภายในห้องนอน รวมถึงบริเวณหลังตู้ ลูกบิดประตูและสวิตช์ไฟด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ เพื่อช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น และขอแนะนำว่า ไม่ควรเก็บสิ่งของต่างๆ ไว้บนหลังตู้ เพราะจะเป็นที่สะสมของฝุ่นหรือสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย

ทำความสะอาดหน้าต่าง มุ้งลวด และประตู วงกบ ด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาดๆ หรือหากมีคราบสกปรกฝังแน่น ลองนำเบคกิ้งโซดาโรยลงไปในซอกหน้าต่าง ตามด้วยน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที และใช้แปรงสีฟันเก่าขัดคราบสกปรกออกก่อนจะเช็ดด้วยผ้าสะอาดปิดท้าย ส่วนอื่นๆ ภายในห้องนอน เราสามารถทำความสะอาดตามปกติได้เลย แต่ในส่วนของการทำความสะอาดพื้นห้อง อาจจะใช้น้ำยาสูตรพิเศษที่เราอธิบายไปข้างต้น เพื่อให้สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Bathroom ปลดทุกข์ เติมสุข

มาถึงพื้นที่สุดท้ายอย่างห้องน้ำ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสกปรกและความอับชื้น หากต้องการให้บ้านของเราเป็นพื้นที่ปลอดเชื้อโรค ก็อย่าเมินเฉยกับห้องเล็กๆ ห้องนี้เชียว และควรออกแบบช่องเปิดเพื่อให้อากาศถ่ายเท หรือเปิดให้แสงสว่างส่องเข้าถึง เพื่อกำจัดกลิ่นอับและความชื้นที่มักจะซ่อนอยู่จนเกิดเป็นเชื้อรา

◦ เมื่อห้องน้ำผ่านการใช้งานเป็นเวลานานก็มักจะเกิดคราบที่พื้นผิว ไหนจะคราบจากสบู่ หรือยาสระผม ซึ่งเราควรทำความสะอาดพื้นและผนังเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยทำความสะอาดได้ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของกรดเกลือที่สามารถขจัดคราบดำตามพื้นห้องน้ำ และยังช่วยฆ่าเชื้อโรค แต่หากน้ำยาแรงมากจนเกินไป ก็อาจทำให้ร่องยาแนวเกิดการผุกร่อนได้

◦ ถ้าหากร่องยาแนวในห้องน้ำเริ่มมีคราบสีดำมาเกาะ ให้ทำความสะอาดโดยใช้น้ำเปล่า 1 ส่วนกับน้ำส้มสายชู 2 ส่วน ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ใช้ฟองน้ำบิดน้ำหมาดๆ เช็ดซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะล้างทำความสะอาดปกติได้เลย

◦ หากส่วนที่เป็นกระจกเกิดคราบหมองจากน้ำและคราบไขมัน ลองนำน้ำสบู่ผสมกับน้ำส้มสายชู ใช้ผ้านุ่มๆ ชุบแล้วบิดหมาดๆ เช็ดเบาๆ หรืออาจจะลองใช้แอลกอฮอล์ผสมน้ำ เช็ดทำความสะอาดก็ได้เช่นกัน

ส่วนของสุขภัณฑ์หากเป็นคราบฝังแน่น ให้กดน้ำชักโครกติดต่อกัน 2-3 ครั้ง จากนั้นให้ใช้น้ำยาซักผ้าขาวแบบเข้มข้นเทลงไป ใช้แปรงขัดให้สะอาดทิ้งไว้ 30 นาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่หากเป็นคราบหินปูนฝังแน่น ให้ใช้น้ำส้มสายชู 1-2 แก้วเทราดบริเวณคราบให้ทั่วแทนการใช้น้ำยาซักผ้าขาว

บริเวณอ่างล้างหน้า ให้ระวังการทำความสะอาดที่จะทำให้อ่างสีซีด หรือผุกร่อน โดยมีเทคนิคคือการนำผงบอแรกซ์ปริมาณครึ่งถ้วยเล็ก ผสมน้ำมะนาวครึ่งลูกคนให้เข้ากัน นำฟองน้ำมาชุบและขัดให้ทั่วอ่าง