Memphis Style เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็น art gallery

หลังจากที่ ‘บ้าน’ ในยุคปัจจุบันหวนคืนสู่วิถีมินิมอล เน้นองค์ประกอบหลักน้อยชิ้น บ้านโทนสีขาว-ไม้ อบอุ่นแบบบ้านญี่ปุ่นจึงมีให้เห็นมากหน้าหลายตา หลังจากนำเสนอบ้านคลีนๆ มินิมอลกันไปหลายครั้ง วันนี้เราจะขอข้ามฝั่งมาพูดถึงสไตล์ที่ดูสนุกสนานและเติมสีสัน สุดจัดจ้านให้พื้นที่อย่าง Memphis Style เมื่อพูดชื่อนี้ขึ้นมา เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นหูกันมาบ้าง (หรือถ้าได้ลองเห็นภาพ รับรองว่าจะต้องร้อง อ๋อ) เพราะเรียกได้ว่าสไตล์นี้เป็นเอกลักษณ์หนึ่งที่โด่งดังในยุค 80s และยังคงมีอิทธิพลจวบจนปัจจุบัน สำหรับใครที่กำลังคิดจะตกแต่งบ้านใหม่ HouseHub ชวนมาลองเปลี่ยนบรรยากาศ ชุบชีวิตพื้นที่เรียบง่ายสุดธรรมดาให้กลายเป็นงานกราฟฟิกแสนสนุกที่เราสามารถเนรมิตขึ้นได้เอง

Photo Credit: https://www.pinterest.com/behance/_created/

อะไรคือ Memphis Style?

ถ้าเราลองนึกถึงผลงานที่เนี้ยบ และเป๊ะมากๆ Memphis Style จะเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยเป็นสไตล์ที่ผสมผสานระหว่างอาร์ตเดโคและป๊อบอาร์ต หากอธิบายง่ายๆ ก็คือ สไตล์ที่นำเอาเรขาคณิตหลากหลายรูปทรง มาจัดเรียงด้วยโทนสีโดดเด่นมากกว่า 2 สีขึ้นไป ตัดกันไปมา ผสมผสานลวดลายเรขาคณิตอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องใส่ใจในความเป๊ะ ความสมดุล เกิดเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดูสนุกสนานได้อย่างไร้ขอบเขต

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน Memphis เริ่มต้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มดีไซน์เนอร์ และสถาปนิกชาวอิตาเลียน ที่ตั้งใจสร้างแนวคิดใหม่ ฉีกกฎการออกแบบเดิมๆ เพื่อต่อต้านหลักการออกแบบของกลุ่ม Functionalism ที่ค่อนข้างจะเป็นระบบระเบียบ  ทำให้เรามักจะเห็นการประกอบชิ้นส่วนที่แสดงความอิสระไม่ต่อเนื่องกัน เน้นการประดับตกแต่งที่แสดงความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนานมากกว่าประโยชน์ใช้สอย และยังเน้นผลงานที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดดเด่นมากกว่าการผลิตแบบ Mass production

Photo Credit: https://www.behance.net/gallery/81762657/SPACES?tracking_source=for_you_activity

สีสันสุดจัดจ้าน

อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่า จุดเด่นหลักๆ ของ Memphis Style คือ สีสันอันโดดเด่น แบบไม่มีใครยอมใคร เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะตกแต่งบ้านในสไตล์นี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือการเลือกโทนสีจัดจ้านที่เราชอบ อย่างน้อย 3-5 สีขึ้นมาเป็นองค์ประกอบหลัก แต่แนะนำให้ใช้ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน โดยอาจจะมีเพียง 1-2 สีที่โดดเด่นที่สุด

Tips ; หากอยากให้บรรยากาศดูสนุกสนาน สดใสมีชีวิตชีวา ลองเลือกโทนสีจัดอย่างสีคู่ตรงข้าม หรือแม่สี มาใช้เป็นโทนสีหลัก แต่หากกลัวว่าจะเบื่อ หรืออยากได้บรรยากาศนิ่งๆ สุขุมมากขึ้น อาจจะเลือกสีโทนเข้ม หรือสีตุ่นมาใช้สร้างบรรยากาศก็ได้เช่นเดียวกัน

Photo Credit: https://www.ignant.com/2018/09/26/the-flawless-and-daring-interior-design-of-daria-zinovatnaya/

ไร้ขีดจำกัดด้วยรูปทรงและเส้นสายอิสระ

ไม่เพียงสีสันเท่านั้นที่โดดเด่นสำหรับ Memphis Style แต่การเลือกใช้เส้นสายหรือรูปทรงก็ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเราอาจจะหยิบนำรูปฟอร์มที่ชอบมาผสมผสานเข้ากับโทนสี สร้างความแปลกตา หรือนำสร้างแพทเทิร์นขึ้นตามใจชอบ เช่น การใช้เส้นตรงสลับกันไปมา เส้นตารางเท่ากันแบบ Grid หรือ เส้นสายสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม เส้นตรงมาวางทับซ้อน จัดวางให้ดูสนุกสนานได้ตามที่เราต้องการ

Tips ; พยายามอย่านำเส้นสาย หรือรูปทรงมาสร้างแพทเทิร์นในสัดส่วนที่มากเกินไป โดยอาจจะเลือกทำบริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของผนังห้อง หรือนำมาตกแต่งสร้างขอบเขตเป็นมุมเล็กๆ ก็เก๋ไม่น้อย เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ของเราดูรก และวุ่นวายจนไม่น่าใช้งานนั่นเอง

Photo Credit: https://www.pinterest.com/behance/_created/

สร้างสรรค์สไตล์ด้วยกระเบื้อง

เพื่อเติมให้แพทเทิร์นนั้นๆ ดูสมบูรณ์ อาจจะหยิบนำวัสดุบางประเภทที่สามารถสร้างลวดลายด้วยตัวเองได้ อย่างเช่น การปูกระเบื้อง มาใช้เป็นองค์ประกอบ สร้างลวดลายให้พื้นที่ในขณะที่ก็ยังคงความเรียบที่ดูไม่วุ่นวายมากจนเกินไป แต่หากเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาด การเลือกใช้กระเบื้องขนาดเล็กอาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไรนัก เพราะจะมีปริมาณของเส้นยาแนวกระเบื้องที่ทำให้เราต้องทำความสะอาดมากขึ้น ซึ่งแก้ปัญหาได้ด้วยการลดใช้ปริมาณกระเบื้องลง หรือเลือกใช้กระเบื้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

Tips ; การเลือกใช้กระเบื้องที่ลวดลายเรียบง่าย เป็น Grid ตาราง นำไปผสมผสานกับสีสันที่จัดจ้าน ก็ช่วยสร้างบรรยากาศให้พื้นที่ และเพิ่มกิมมิค ได้กลิ่นอายวินเทจแบบยุค 80s ไม่น้อย

Photo Credit: https://www.pinterest.com/behance/_created/

เลือกใช้ของตกแต่งที่ดูสนุกสนาน

อย่างสุดท้าย เป็นวิธีที่ง่ายแสนง่าย เพียงแค่เราลองเปลี่ยนสิ่งของ ของตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์บางส่วนให้มีลวดลาย หรือรูปทรงอิสระที่แปลกตาไปบ้าง อย่างเช่น ปลอกหมอนอิง กรอบรูป โคมไฟ เพื่อให้ภาพรวมของห้องดูสมบูรณ์ เต็มไปด้วยบรรยากาศสดใส

Tips ; การเลือกลวดลายคู่กับลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกัน ยังเพิ่มความน่าสนใจให้ห้องได้อีกทางหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การใช้ลวดลายบนหมอนอิงซึ่งเป็นผ้าควบคู่กับการใช้ลวดลายบนผนังที่แข็งกระด้าง หรือการใช้สีโทนเดียวกันบนพื้น และโซฟา เป็นต้น