1938 House บ้านรีโนเวทสีขาวเรียบง่ายกับความสุขในพื้นที่จำกัด

“การทำบ้านนั้นไม่ง่าย แต่พอเสร็จแล้วก็อดภูมิใจไม่ได้” แน่นอนว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองที่ ‘ออกแบบเอง’ ถือเป็นความฝันของใครหลายๆ คน เช่นเดียวกับ คุณตั้ม-ภัทร กลิ่นเกษร เจ้าของบ้าน และสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรง ผู้ต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาที่พบเจอของบ้านหลังเก่าของครอบครัว ทั้งเรื่องของแสง เสียงรบกวน และพื้นที่ โดยการรีโนเวทจนออกมาเป็นบ้านหลังใหม่ในโทนสีขาวเรียบง่ายที่โดดเด่นด้วยผนังบล็อกแก้ว รวมถึงยังแฝงไปด้วยการออกแบบที่ใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้อย่างลงตัว

เริ่มต้นเพราะอยากแก้ไขปัญหา

จุดเริ่มต้นของการรีโนเวทบ้านหลังนี้ เริ่มมาจาก คุณตั้ม-ภัทร กลิ่นเกสร เจ้าของบ้าน และยังเป็นสถาปนิกรุ่นใหม่ต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาที่เจอของบ้านตัวเอง จึงนำไปสู่การรีโนเวทบ้านเก่าของครอบครัวในครั้งนี้

“ตอนแรกบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ปลูกกันเอง ออกแบบกันเอง พ่อ ปู่ ย่า กับอา ช่วยกันปลูกขึ้นมา เป็นบ้านที่ไม่ได้อิงตามบริบทของที่ดินหรือเพื่อนบ้าน การรีโนเวทตรงนี้เลยเป็นเหมือนการแก้ปัญหาที่เจอของบ้านเดิมมากกว่า ว่าเราจะแก้ปัญหาอย่าไรบ้าง”

“คร่าวๆ จะมีประมาณ 3 เรื่อง ประเด็นแรกจะเป็นเรื่องของ ‘แสง’ ด้วยความที่บ้านข้างๆ จะเป็นบ้านของน้า ซึ่งอยู่ติดกัน ทีนี้แสงมันจะเข้าน้อยเพราะมันบัง เราเลยอยากให้แสงเข้ามาในบ้านให้เยอะขึ้น ซึ่งพออยากได้แสงมันก็จะตามมาด้วยปัญหาที่สองคือ เรื่องของเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบบ้าน ก็เลยคิดว่าจะทำยังไงให้มีแสง แต่ก็ต้องมีเสียงน้อยลงหน่อย”

บล็อกแก้ว ตัวช่วยเพิ่มแสงและลดเสียงรบกวน

“บล็อกแก้วอาจจะไม่ได้กันเสียงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ช่วยกันได้มากกว่าการใช้เป็นช่องเปิดหน้าต่างทั่วไป” เดิมทีผนังฝั่งขวาของบ้านเคยเป็นหน้าต่างบานเกล็ด แต่เพื่อปันพื้นที่ให้แสงธรรมชาติเข้าถึงได้ ในขณะที่ก็ต้องลดเสียงรบกวนด้วย คุณตั้มจึงเลือกใช้วัสดุอย่าง ‘บล็อกแก้ว’ มาใช้เป็นผนังบ้านที่เข้ามาช่วยได้ทั้งเรื่องของแสงและเสียงรบกวนแทนการสร้างช่องเปิดหรือหน้าต่าง

นอกจากจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของและเสียงได้แล้ว การใช้บล็อกแก้วยังทำให้เกิดเป็นเอฟเฟ็กต์บางอย่างที่คุณตั้มไม่ได้คิดไว้เมื่อตอนออกแบบ โดยเมื่อแสงตกกระทบไปที่บริเวณผนังบล็อกแก้วในช่วงเช้าหรือเย็น จะทำให้เกิดเฉดสีเฉพาะตัวที่เกิดจากแสงธรรมชาติภายนอกได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย

ยกฝ้าให้สูงขึ้น บรรเทาความร้อน

บริเวณโถงหลักของบ้าน โดดเด่นด้วยการยกฝ้าให้สูงเป็นจั่ว เพราะการใช้ผนังบล็อกแก้วแทนการใช้ช่องเปิดอาจทำให้เกิดปัญหาความร้อนได้ จึงเลือกใช้วิธีการยกฝ้าขึ้น ให้สูงกว่าเดิม เมื่อความร้อนลอยตัวสูงขึ้นก็ช่วยบรรเทาให้บรรยากาศในบ้านเย็นลงได้

ความโค้ง สร้างเอกลักษณ์ของบ้าน

“ส่วนโค้ง เป็นความชอบส่วนตัวของเราเอง ที่พยายามใส่ในงานตัวเองมาตลอด แต่ตอนทำงานลูกค้าก็อาจจะไม่ชอบ เจ้านายไม่ชอบ (หัวเราะ) ก็ไม่เป็นไร เก็บไว้วันหนึ่งถ้าได้ออกแบบ้านเป็นของตัวเองก็จะใส่เข้ามา เลยกลายเป็นว่า ความโค้งตรงนี้ก็เข้ามาช่วยแบ่งสเปซแต่ละพื้นที่ของบ้าน และดูมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้าน”

พื้นที่เล็กลง แต่ของเท่าเดิม

เรื่องที่สามที่ต้องการแก้ไขคือเรื่องของ “พื้นที่” ด้วยบ้านเดิมที่มีลักษณะเป็นพื้นที่กรอบเล็กๆ และเป็นบ้านชั้นเดียว ความตั้งใจในการออกแบบต่อมาของของคุณตั้มคือ จะทำอย่างไรให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนในครอบครัว

“บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังที่สอง ก่อนหน้านี้เราอยู่บ้านสองชั้น แต่ด้วยความที่ย่าเขาอยากให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันหมด เราเลยย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ เป็นบ้านชั้นเดียว บ้านหลังเล็กลง แต่ของมันเท่าเดิม ก็มีทิ้งบ้าง แต่ของบางอย่างก็ยังเก็บไว้ ก็เลยมีประเด็นว่า อยากจะเพิ่มพื้นที่ จะทำยังไง ก็มีการแก้ปัญหาที่เห็นชัดคือ ห้องนอน เราใส่เป็นชั้นลอยขึ้นมาเลย กับการเคลียร์พื้นที่ตรงโถงกลาง”

เคลียร์พื้นที่และทางเดินให้ชัดเจน

แต่ก่อนพื้นที่โถงหลักของบ้านมีข้าวของและเฟอร์นิเจอร์วางระเกะระกะกันไปหมด แค่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ก็อาจจะมีสมาชิกภายในบ้านเดินผ่านไปมาได้ เพราะไม่ได้จัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน
“แบบแปลนบ้านเก่ามีห้องติดกันสามห้อง แล้วก็มีเป็นโถงหลักตรงกลาง ซึ่งตรงนั้นมันค่อนข้างปนกันในแง่ของการออกแบบ มันเป็นทั้งพื้นที่ใช้งานกับพื้นที่ทางสัญจรในที่เดียวกัน ทีนี้การจะวางของหรือการจะเดินมันติดขัดไปหมด เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาตรงนี้ เราเลยเลือกที่จะผลักส่วนที่เป็นทางสัญจรให้เคลียร์ขึ้น”

คุณตั้มแก้ไขโดยการแบ่งสัดส่วนของบ้านให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้โถงหลักของบ้านกลายเป็นพื้นที่ยืดหยุ่นของสมาชิกในครอบครัวที่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้ ในขณะที่แยกสัดส่วนของพื้นที่ให้มีทางเดินสัญจรที่ไม่ต้องรบกวนกัน

ชั้นลอย เพิ่มพื้นที่ใช้สอย

สำหรับห้องนอนแบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็นสองส่วนได้อย่างพอดิบพอดี โดยมีพื้นที่ชั้นล่างเป็นมุมโต๊ะนั่งทำงานกับมุมโซฟาไว้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และใส่เป็นชั้นลอยที่ทำจากเหล็กและลามิเนตไม้เข้าไป เพื่อเป็นพื้นที่ของเตียงนอน

บันไดไขว้ ประหยัดพื้นที่

ด้วยความที่ห้องนอนถูกแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ให้มีชั้นลอย การจะทำบันไดเพื่อขึ้นไปสู่ชั้นลอย อาจจะกินพื้นที่ใช้งาน จึงสร้างบันไดโดยการไขว้ เพื่อให้มีระยะการวางพาดที่สั้นลง นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่ใต้บันไดเป็นพื้นที่จัดเก็บสิ่งของ สร้างความลงตัวในการใช้สอยพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

สอดแทรกพื้นที่สีเขียว น่าอยู่

ภายในบ้านยังสอดแทรกไปด้วยพื้นที่สีเขียวด้วยต้นไม้ปลูกในบ้านพันธุ์ต่างๆ อาทิ ต้นเสน่ห์จันทร์แดง ต้นว่านงาช้าง ต้นอะโลคาเซีย ที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและน่าอยู่ให้กับพื้นที่ภายในบ้านได้เป็นอย่างลงตัว

ความสุขของการเป็นสถาปนิกที่ออกแบบบ้านอยู่เอง

ในฐานะสถาปนิกที่มีโอกาสได้รีโนเวทบ้านของตัวเอง คุณตั้มบอกกับเราถึงผลลัพธ์ที่ออกมาว่า เกินคาดมากๆ “ตอนแรกกดดันว่า มันจะออกมาสวยไหม ตอนทำงานมันก็ไม่ได้เอฟเฟ็กต์กับความรู้สึกของตัวเองขนาดนี้ เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของเราเอง ไม่มีใครมาแก้แบบเรา (หัวเราะ) เราทำเอง ปรับเองไปเรื่อยๆ ตั้งแต่จังหวะที่บ้านเริ่มโดนทุบ พอเสร็จ เราดีใจกับภูมิใจมาก เป็นความรู้สึกดีๆ ที่ว่า มันเป็นสิ่งที่เราตั้งใจออกแบบและปั้นขึ้นมาเอง”

“ถ้าถามถึงเด็กที่เรียนจบสถาปัตย์ออกมา แล้วยังอยากทำงานด้านนี้อยู่ การทำบ้านของตัวเองก็คงเป็นความฝันของใครหลายๆ คน อาจจะไม่ต้องถึงกับได้เผยแพร่ออกมาให้หลายคนรู้จัก แต่แค่มันออกมา แล้วเราเห็นว่า เราทำได้ เราทำสำเร็จ เราก็ดีใจแล้ว”