19 House ชุบชีวิตอดีตบ้านจมน้ำให้เป็นบ้านเรียบง่านแสนอบอุ่น

“แรงบันดาลใจของบ้านหลังนี้มาจากบ้านไทยโบราณที่มีพื้นที่ living space อยู่กลางบ้าน ทำให้เราได้เห็นหน้าคนในครอบครัวของเรามากขึ้น”

เรื่องราวของบ้านเก่าหลังหนึ่งอายุร่วม 40 ปี ที่ถูกทิ้งจมน้ำนานกว่าหลายปี ได้ถูกรีโนเวทต่อเติม และชุบชีวิตใหม่ ให้กลับมามีหน้าที่ในการสร้างความอบอุ่น และกระชับความสัมพันธ์ ให้ครอบครัวของคุณเอก-เอกรัตน์ วรินทรา(เจ้าของบ้านและผู้ออกแบบ)ได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ผ่านการปรับเปลี่ยนรูปร่างและสร้างสีสันใหม่ให้กับบ้านเก่าด้วยหลังคารูปทรงจั่ว และสีขาวสะดุดตาของตัวบ้านทำให้รูปลักษณ์ภายนอกของบ้านเลขที่ 19 หลังนี้ดูโมเดิร์นชวนมอง และซ่อนรายละเอียดเรื่องราวของบ้านเก่าที่ชวนให้เราอบอุ่นหัวใจ

จุดเริ่มต้นของบ้าน H19

จุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้เกิดขึ้นจาก คุณเอกเจ้าของบ้านได้ซื้อบ้านหลังหนึ่ง ย่านลาดปลาเค้า ในช่วงปี 2556 ซึ่งเป็นบ้านเก่าในยุคสมัยเมื่อ 30 ปีก่อน เห็นได้จากโครงสร้างไม้ เสา คานต่าง ๆ ภายในบ้าน ที่ค่อนข้างแข็งแรงจึงตัดสินใจซื้อเก็บไว้ หลังจากซื้อก็ไม่ได้เข้ามาอยู่อาศัยในทันที ได้แต่ปล่อยทิ้งร้างไว้เป็นเวลานาน

ซึ่งตัวบ้านเองมักมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ เพราะถนนบริเวณหน้าบ้านถูกถมให้สูงขึ้นและเมื่อถนนสูงขึ้น ทำให้ตัวบ้านเตี้ยกว่าพื้นถนน เวลาที่ฝนตกหนักหรือเข้าหน้าฝนน้ำก็เลยจะท่วมบ้านอยู่เป็นประจำ ทำให้ต้องคอยเข้าไปวิดน้ำออกเพื่อไม่ให้ตัวบ้านเสียหาย

คุณเอกก็ปล่อยบ้านแช่น้ำเรื่อยมา จนสักประมาณปี 2558-2559 เริ่มมีความคิดว่าต้องตัดสินใจทำอะไรกับบ้านหลังนี้สักอย่าง จะปล่อยทิ้งให้จมน้ำก็จะเกิดความเสียหายกับอาคารไปโดยปล่าวประโยชน์ จึงตัดสินใจที่จะทำการเปลี่ยนแปลงบ้านหลังนี้ให้กลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องราว ที่เต็มไปด้วยปัญหาที่ต้องแก้ไข

แต่หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ คุณเอกที่เดิมมีพื้นเพเป็นสถาปนิกจึงเริ่มทำการ ออกแบบบ้านโดยวางแผนที่จะทุบทิ้งและสร้างใหม่บนพื้นที่เดิม แต่แล้วก็พบว่าราคาในการสร้างใหม่นั้นสูงเกินไป จึงทำการพับแผนที่จะทุบสร้างใหม่ไปและทำการสำรวจบ้านดูอีกครั้ง พบว่าตัวโครงสร้างของบ้านถึงแม้ว่าจะเก่าอายุร่วม 40 ปี จมน้ำมาเป็นเวลานานแต่กลับพบว่า โครงสร้างต่าง ๆ ของบ้านยังคงแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น เสาหรือคานต่าง ๆ ยังคงแน่นหนาและแข็งแรงอยู่ จึงตัดสินใจที่จะรีโนเวทแทนการทุบตัวอาคารทิ้ง และทำการต่อเติมขยายส่วนที่เราต้องการเข้าไปแทน ซึ่งในส่วนของการออกแบบ คุณเอก ก็ได้ถามถึงความต้องการของครอบครัว จนกลายออกมาเป็นแบบบ้านที่ลงตัวสำหรับทุกคน ทุกคนได้มีส่วนในการสร้างบ้านใหม่หลังนี้ด้วยเช่นกัน

ชั้นล่างกับเฟอร์นิจอร์ลอยตัว

บริเวณชั้นล่างของตัวบ้านเป็นส่วนที่คงโครงสร้างของบ้านเก่าเอาไว้ เนื่องจากความแข็งแรงของโครงสร้างเดิม  แต่เนื่องจากพื้นเดิมจมน้ำเป็นเวลานาน จึงต้องทำการทำพื้นใหม่พร้อมทั้งยกระดับตัวบ้านให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่ก็ต้องพบปัญหาที่ต้องแก้คือ คือเมื่อ ต้องยกระดับพื้นบริเวณชั้นล่างสูงขึ้น ทำให้ระดับความสูงระหว่างพื้นกับเพดานค่อนข้างเตี้ย เกิดเป็นความอึดอัดและคับแคบบริเวณห้องชั้นล่าง จึงทำการแก้ไข รื้อฝ้าทิ้ง โชว์โครงและคานไม้แทน

กลายเป็นการแก้ไขปัญหา ที่เกิดความสวยงามอีกรูปแบบที่เข้ามาทำให้ภายในบ้านอบอุ่นขึ้นไปในตัว หลังจากพูดคุยไปสักพักหนึ่งเราพบว่าข้อสังเกตุว่าชั้นล่างแทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินเลยชิ้นใหญ่เลย มีแต่เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว คุณเอกจึงบอกกับเราว่ากังวลว่าน้ำจะท่วมอีกครั้ง บริเวณชั้นล่างจึงเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ สามารถเคลื่อนย้ายได้ และให้บริเวณชั้นล่างเป็นห้องสำหรับรับแขกไปถ้าเกิดน้ำท่วมก็เพียงย้ายคุณไปอยู่ชั้นสองแทน

ปรับเปลี่ยนมุมอับให้กลับมาใช้งานได้

ถัดจากห้องรับแขกบริเวณชั้นล่างจะพบกับห้องทำงานของคุณเอก นอกจากจะเป็นห้องทำงานแล้วยัง สามารถดัดแปลงไปเป็นห้องนอนแขก เวลามีแขกมาเยี่ยมเยือนได้ ด้วยโซฟาเบดที่สามารถปรับฟังก์ชันการใช้งานให้กลายเป็นเตียงนอนได้ ซึ่งก่อนที่จะทำการรีโนเวท บริเวณดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่ ๆ มืดและอับที่สุดในบ้านเพราะห้องเดิมแสงสว่างไม่เพียงพอ และยังเป็นจุดที่เจ้าของบ้านเดิมวาง บ่อเกรอะเอาไว้ทำให้ไม่น่าใช้งานนัก จึงทำการออกแบบและเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวด้วยการ เพิ่มแสงสว่างจากการติดหน้าต่างให้เหมาะกับการใช้งานและทำการย้ายบ่อเกรอะออกไปยังบริเวณอื่น

บันไดกลางบ้านที่เต็มไปด้วยตัวตนของเจ้าของบ้าน

บันไดใหญ่กลางบ้านคือหนึ่งในส่วนที่ถูกเก็บไว้จากโครงสร้างไม้เก่าที่มีความแข็งแรงและสวยงามตามกาลเวลา โดยระหว่างเดินขึ้นไปยังส่วน Living space ชั้นสอง อารมณ์ความรู้สึกของเราจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป เกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้น ผ่านองค์ประกอบไม้ แสงไฟสีส้มจากไฟหลืบ และเหล่าของสะสม ความฝันในวัยเด็กที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์และฟิกเกอร์ต่าง ๆ มากมาย ช่วยเข้ามาเติมเต็มเรื่องราวความทรงจำในวัยเด็ก ที่สามารถเล่าตัวตนของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

Living space เชื่อมต่อคนในครอบครัวเข้าด้วยกัน

บริเวณชั้นสองของตัวบ้านคือบริเวณที่คนส่วนใหญ่ในครอบครัว มาใช้เวลาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกินข้าว พูดคุย หรือมาทำกิจกรรมต่าง ๆ  โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก บ้านไทยสมัยก่อน ที่มีโถงส่วนกลางอยู่ใจกลางของบ้าน ซึ่งฟังก์ชันในการออกแบบดังกล่าวจะทำให้คนในครอบครัวได้มาเจอกันบ่อยขึ้น ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี

สองครัวใช้งานแตกต่าง

บ้านหลังนี้มีครัวอยู่ด้วยกันสองส่วนคือครัวฝรั่งบริเวณ Living Space และถัดมาก็จะเป็นครัวไทย เหตุที่ต้องมีสองครัวคือครัวฝรั่งเอาไ้ว้ประกอบอาหารเล็ก ๆ อย่างเช่นการอุ่นอาหารหรือชงกาแฟ แต่เนื่องจากครอบครัวของคุณเอกชอบประกอบอาหารและมีญาติมาเยี่ยมอยู่เป็นประจำจึงต้องการครัวไทยที่เป็นครัวหลักในการใช้งานประกอบอาหาร

เหล็กฉีกที่ถูกดัดแปลงการใช้งาน

บริเวณหลังบ้านมีโจทย์ในการออกแบบว่าจะทำยังไงให้สามารถรับแสงจากธรรมชาติไปพร้อมกับการรับลมจากภายนอกได้ไปในเวลาเดียวกัน จึงเกิดเป็นไอเดียในการติดลูฟเวอร์ใส ที่ใช้กันในโรงงานอุตสาหกรรม กลายเป็นการประยุกต์ที่ใช้งานได้จริงตามโจทย์ที่ต้องการคือ สามารถนำแสง in-direct และลมจากธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยที่ฝนไม่สาด

คุณเอกเลือกติดลูฟเวอร์ใสบริเวณภายนอกแล้ว เพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดเหล็กฉีกบริเวณหลังบ้าน ซึ่งนับเป็นความบังเอิญเพราะนอกจากจะป้องกันขโมยได้แล้วคุณแม่ยังสามารถดัดแปรงเหล็กฉีกให้กลายเป็นที่ แขวนเครื่องครัวได้ไปในตัวอีกด้วยนับเป็นการประยุกต์ฟังก์ชันการใช้งานที่น่าสนใจเลยทีเดียว

ระเบียงเชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางและระเบียงโดยรอบ

ความน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือระเบียงของบ้านบริเวณชั้นสองถูกเชื่อมต่อกัน โดยรอบทำให้สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันสามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น และอีกหนึ่งเสน่ห์ของบ้านหลังนี้คือระเบียงขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารใหม่และอาคารเก่าเข้าด้วยกัน กลายเป็นพื้นที่ให้คนในครอบครัวได้มานั่งพักผ่อนท่ามกลางอากาศถ่ายเทได้อย่างสงบ

ตัวตนที่ถูกเล่าผ่านห้องนอน

ห้องนอนของคุณเอกเต็มไปด้วยเรื่องราวของความชอบ และตัวตนของตัวเอง ผ่านของสะสมต่าง ๆ ที่รายล้อมอยู่ในห้อง โดยห้องนอนของคณเอก ตั้งอยู่ที่บริเวณั้นสามของตัวบ้านซึ่งเป็นบริเวณใต้ฐานจั่วอาคาร ทำให้วิวหน้าต่างรอบตัวห้องค่อนข้างสูง และไม่มีอาคารอื่นมาบดบังวิว ในลักษณะเหมือนหอคอย ที่สามารถสาดส่องบรรยากาศโดยรอบได้ นอกจากวิวที่มองเห็นแล้วพื้นที่ใต้หลังคาถูกเว้นว่างไว้ให้มีพื้นที่ใต้หลังคา ช่วยเพิ่มมิติให้กับห้องนอนในลักษณะเหมือน double space หลอกตาที่ดูห้องดูกว้างขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องของการถ่ายเทอากาศไปในเวลาเดียวกัน

ห้องส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คอนโด

ภายในบริเวณห้องนอนให้ความรู้สึกเหมือนการอาศัยอยู่ในคอนโดเพราะมีสัดส่วนของห้องที่มีความเป็นส่วนตัวโดยที่ไม่ต้องออกมายังพื้นที่ส่วนกลางได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วน walk-in closet หรือจะเป็น ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง ทำให้เกิดพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองถึงแม้จะอยู่ในบ้านที่มีญาติมาเยี่ยมอยู่เป็นประจำ

19 House จึงเป็นบ้านที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวของอดีต ตั้งแต่การเป็นบ้านจมน้ำอายุร่วม 40 ปี จนแปรเปลี่ยน ชุบชีวิตใหม่กลายเป็นบ้านที่สามารถ เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว เติมเต็มความฝันวัยเด็กและความอบอุ่น ภายในบ้านเลขที่ 19 หลังนี้

คุณเอก-เอกรัตน์ วรินทรา (เจ้าของบ้านและผู้ออกแบบ)