ชีวิต ดนตรี และความหมายของบ้าน ‘จีน-คำขวัญ ดวงมณี’

จีน-คำขวัญ ดวงมณี คือ ผู้กำกับหญิงไทยที่มีงานเยอะที่สุดคนหนึ่งในเวลานี้

เธอเริ่มต้นทำงานจากการไม่เคยเรียนฟิล์ม แต่เกิดจากความสนใจ เรียนรู้ และลงมือทำ นั่นคือเส้นทางที่จีนได้ร่วมงานกับศิลปิน และแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Calvin Klein ซึ่งผลงานของเธอได้ฉายขึ้นจอใหญ่ในฮ่องกง วันนี้จีนเปิดบ้าน (รวมถึงห้องนอน) ให้ HouseHub เข้าไปพูดคุย และย้อนเวลากลับไปยังหลายๆ ความทรงจำ โดยมี “เสียงเพลง” เป็นจุดเชื่อมโยงจีนกับครอบครัว และการทำงาน ซึ่งเมโลดี้เหล่านั้นอาจชวนให้ใครหลายคนคิดว่า ที่ผ่านมา เราและบ้าน ผ่านเรื่องราวอะไรมาด้วยกันบ้าง

HouseHub: สำหรับคนที่ไม่รู้จัก คำขวัญ ดวงมณี คือใคร ทำอะไรมาบ้างครับ

“คำขวัญ ดวงมณี เป็นผู้กำกับหญิงที่ทำโฆษณา มิวสิควิดีโอ และแฟชั่นฟิล์มค่ะ (ยิ้ม) จีนเรียนจบด้านแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ แต่ไม่ชอบสิ่งที่ทำเท่าไร จนวันหนึ่งที่ได้ทำวิดีโอแฟชั่นฟิล์ม และงานกำกับต่างๆ พอรู้ว่าชอบปุ๊บก็ลุยเลย

HouseHub: เป็นผู้กำกับที่เริ่มทำงานจากการล้วง แคะ แกะ เกา ด้วยตัวเอง

ใช่ค่ะ (ยิ้ม) เริ่มจากการใช้กล้องของคุณพ่อมาถ่ายวิดีโอเล่น ลองตัดต่อเอง เพราะอยากรู้ว่า กระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเป็นอย่างไร งานแรกที่ทำให้คนในวงการรู้จักคือ แฟชั่นฟิล์มวิทยานิพนธ์ของรุ่นน้องที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ตอนนั้นใช้นางแบบฝรั่งหลายคน ถ่ายหลายโลเคชั่น ทั้งสตูดิโอ โรงแรม และพิพิธภัณฑ์ ชื่องานว่า “This is not sa Stone” พอโพสต์ลงออนไลน์ปรากฏว่ามี คนแชร์เยอะ หลังจากนั้นก็ได้รับการติดต่อให้กำกับโฆษณา มิวสิควิดีโอ และงานอื่นๆ

มิวสิควิดีโอเพลงแรกๆ ที่ได้ทำคือ Don’t you go ของพี่แสตมป์ (อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข) Lover boy ของ ภูมิ วิภูริศ และ ดำสนิท ของพี่ฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) และในปี 2019 ได้ทำโฆษณาของ Calvin Klein ในแคมเปญ International Women’s Day for Asia 2019 นำเสนอเรื่องราวของ 10 ผู้หญิงชาวเอเชียที่สร้างแรงบันดาลใจ เขาอยากได้ผู้กำกับผู้หญิงชาวเอเชียทำโฆษณาชิ้นนี้ และตั้งใจมาถ่ายทำที่ประเทศไทย จีนโชคดีมากที่ได้รับเลือก โฆษณาชุดนี้ได้ฉายในจอใหญ่กลางเมืองฮ่องกงด้วย


HouseHub: จีนได้กำกับมิวสิควิดีโอเยอะ และเหมือนว่า ดนตรีจะเข้ามาในชีวิตตั้งแต่เด็ก

แม่ให้เรียนเปียโนตั้งแต่เด็กค่ะ ไม่ได้บังคับนะ อยากเล่นเอง เพียงแต่เราไม่ใช่สายอ่านโน๊ตแล้วเล่นตามได้เลย เป็นพวกซ้อมบ่อยจนกล้ามเนื้อมือเล่นไปด้วยความคุ้นชิน ชอบเล่นเป็นงานอดิเรก ส่วนเรื่องฟังเพลงได้อิทธิพลจากคุณพ่อที่ฟังหลายแนว ตั้งแต่วงควีน (Queen) เดอะ บีเทิลส์ (The Beatles) ไปจนถึงเพลงแจ๊ส

ปีที่ผ่านมาจีนดู Spotify Wrapped สรุปข้อมูลการฟังเพลงในปี 2563 ทำให้เห็นว่า เราไม่ได้แสวงหาเพลงใหม่เท่าไร ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ฟังตั้งแต่เด็ก และเพลงที่สะท้อนชีวิตในช่วงนั้นๆ อันดับหนึ่งของจีนคือ ลินคิน พาร์ค (Linkin Park) ชอบฟังตอนเหนื่อย อันดับสองเป็นเพลงเกาหลี เพราะช่วงไหนไม่มีความหวาน จะฟัง K-pop อินดี้ ต่อด้วยเพลงของพี่เป๊ก ผลิตโชค ที่เราได้กำกับมิวสิควิดีโอ

HouseHub: ดนตรีมีผลต่อการทำงานแค่ไหนครับ

มีผลมาก ผู้กำกับบางคนอาจมีพล็อตมาก่อน จีนก็ใช้วิธีนั้นนะคะ แต่หลายครั้งที่ใช้เพลงสร้างบรรยากาศคิดงานว่า เสียงนี้ให้อารมณ์ และภาพแบบไหน เวลามีคนจ้างให้กำกับมิวสิควิดีโอ พอได้เพลงมาจะฟังวนทั้งในคอมพิวเตอร์ ตอนอาบน้ำ ขับรถ ถ้าฟังแล้วเห็นภาพจะปฏิเสธยากละ นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ได้ทำงานนี้เยอะ แต่ก็พยายามบาลานซ์ อยากทำหลายๆ อย่าง ไม่อยากให้คนจำว่าเป็นแค่ผู้กำกับมิวสิควิดีโอ เราแค่ชอบดนตรีมากเท่านั้นเอง บางทีก็แสดงอารมณ์ผ่านเสียงเพลงนะ อย่างเวลามีความสุขจะชอบเล่นเพลง Another day of sun จากหนังเรื่อง LA LA LAND ซึ่งจริงๆ เป็นเพลงที่อยู่ในซีนเศร้า แต่จีนชอบเล่นตอนอารมณ์ดีซะอย่างนั้น

ส่วนเวลาทำงาน จีนจะแยกเพลย์ลิสต์เป็นหมวด บางครั้งตั้งเป็นชื่องาน เช่น ครั้งหนึ่งถ่ายแฟชั่นฟิล์มให้ Bazaar นางแบบเป็นดีวาอย่าง พี่ลูกเกด พี่ซินดี้ และ มารียา ครั้งนั้นจีนเลือกเพลงยุค 70 ของ ไดอาน่า รอสส์ (Diana Ross) หรือที่ให้ความรู้สึก Girl Power นิดหนึ่ง

HouseHub: สำหรับจีน เพลงที่แทนความหมายของ บ้าน คือ เพลงอะไรครับ

เพลงแรกที่แวบเข้ามาเลยคือ Feels so good ของ ชัค แมนจิโอนี (Chuck Mangione) เสียงทรัมเป็ตให้ความรู้สึกเหมือนกลับบ้าน แล้วพ่อเปิดบ่อยด้วย เวลาได้ยินเพลงนี้จะคิดถึงบ้านทุกที (จีนเปิดให้ทีมงานฟัง) อีกเพลงจีนชอบเล่นเปียโนเวลาอยู่บ้านคือ Merry Go Round of Life เพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง Howl’s moving castle ของ Studio Ghibli (จีนเล่นให้ทีมงานฟัง) เล่นบ่อยจนวันหนึ่งคุณพ่อบอกว่า วันก่อนได้ฟังเพลงนี้ที่จีนชอบเล่นด้วย

HouseHub: แล้วเพลงที่เล่นเวลาอกหักล่ะ

โอ้โห… อกหักครั้งแรกนี่ฟังเพลงไทยใหญ่เลย จากที่ปกติไม่ค่อยฟัง จีนโตมากับวัฒนธรรมเพลงป๊อบยุค บริทนีย์ สเปียร์ (Britney Spears) กับ เอ็นซิงก์ (NSYNC) แต่ตอนอกหักครั้งแรก เพลงไทยอกหักทุกยุคมาครบ มีเขียนไดอารี่แล้วร้องไห้ด้วยนะ (หัวเราะ)

HouseHub: เวลาอยู่สตูดิโอ คำขวัญเป็นผู้กำกับ เวลาอยู่บ้านเป็น…

เป็นมนุษย์ขี้เกียจ (หัวเราะ) คนจะคิดว่าขยัน ทำงานไม่หยุด พอกางตารางงานจะลงหลายสีในหนึ่งวัน แต่จริงๆ ชอบอยู่บ้านที่สุดในโลก เพื่อนเคยถามว่า ทำไมไม่ย้ายไปอยู่คอนโดที่เข้าเมืองได้ง่าย (บ้านจีนอยู่แจ้งวัฒนะ) แต่เพราะชอบอยู่บ้าน ถ้าไปอยู่ข้างนอก คงไม่ได้กินอาหารอร่อยๆ ฝีมือคุณแม่ ไม่ได้เล่นกับแมว ไม่ได้เล่นเปียโน ไม่มีสวนหลังบ้านให้นั่งชิล นอกจากนี้ความที่คุณพ่อคุณแม่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ท่านจะสลับกันไปทำงาน เพื่อให้มีคนหนึ่งอยู่บ้านกับลูกๆ ทำให้ปกติเราอยู่พร้อมหน้ากันไม่บ่อย แล้วตอนนี้จีนทำงานเยอะ ถ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นคงได้เจอกันน้อยกว่านี้

HouseHub: ภาพบรรยากาศของบ้านที่เก่าที่สุดในความทรงจำของ ด.ญ. คำขวัญ คือ

ตอนนั้นไม่ได้ชื่อคำขวัญด้วย สมัยเด็กชื่อ ด.ญ. ไอริน… ฝรั่งมาก (หัวเราะเขิน) จีนชอบกระโดดน้ำที่คลองหลังบ้าน (คลองขุดในหมู่บ้าน) นั่งลอยน้ำอยู่บนกะละมัง โดยมีหมาว่ายอยู่ข้างๆ สักพักก็เล่นจับปลา ถ้าวันไหนเจอปู หรือหอยจะตื่นเต้นมาก แต่พอจับได้ก็ปล่อยลงน้ำนะคะ จีนใช้ชีวิตอยู่แถวบ้านมาตลอด เรียนที่โรงเรียนเซนต์ฟรัง ตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมปลาย
บ้านสะท้อนตัวตนของเรานะคะ อย่างเมื่อก่อนจีนอยู่ห้องเดียวกับน้อง พอมีห้องส่วนตัว ของที่ย้ายมาด้วยก็เล่าถึงเรื่องราวในวัยเด็ก หรือแฟนคนปัจจุบันของจีนมีระเบียบมาก ทำให้เราเปลี่ยนไปด้วย จากเมื่อก่อนเวลาทำงานยุ่ง ห้องจะรกตามไปด้วย เวลาลองเสื้อผ้าจะหยิบออกมากองแล้วไม่เก็บ แต่ชีวิตช่วงหลังมีระบบระเบียบขึ้น บ้านจึงสะท้อนว่า ชีวิตในช่วงนั้นเป็นอย่างไร พอรู้ว่า HouseHub จะมาเยี่ยมที่บ้านก็ถือโอกาสทำห้องใหม่ด้วยนะ หลังจากตั้งใจมานานแล้วไม่ได้ทำสักที (ยิ้ม)

หรือชั้นล่างที่เป็นส่วนกลางของครอบครัว บ้านก็เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเรา ของรกๆ ที่อยู่ในบ้านก็เกิดจากการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว ต้นไม้ในสวนผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ก่อนจะปลูกใหม่ หลังบ้านมีการต่อเติมรั้ว และแพไม้ยื่นลงไปในน้ำ เพราะพ่อชอบชวนเพื่อนมาบ้าน จึงทำแพริมน้ำไว้กินข้าวชิลๆ ตอนหน้าหนาวอากาศจะดีมาก

HouseHub: ถ้าบ้านหลังนี้เป็นคน เขาจะมีคาแรกเตอร์แบบไหนครับ

อืม… (คิดพักหนึ่ง) ในภาพรวมคงเป็นคนชอบสิ่งสวยงาม แต่ไม่ได้ประดิษฐ์มากเกินไป และมีความหลากหลายในตัวเอง เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ทำงานเกี่ยวกับการเดินทาง พอเจออะไรที่ชอบก็ซื้อกลับมาโดยไม่ได้แคร์ว่าจะเข้ากับบ้านไหม แต่ทั้งหมดเป็นส่วนผสมที่ลงตัว มีทั้งกล้องถ่ายรูป และแผ่นเสียงยุคต่างๆ ของคุณพ่อ ของวินเทจที่คุณแม่ซื้อจาก Flea Market รวมถึงแจกันดอกไม้ที่คุณแม่ประดิษฐ์ประดอย บางครั้งนำดอกกะเพรามาปักก็มี คือสบายๆ ไม่ได้เคร่งเครียดมาก

HouseHub: ห้องนอนที่ทำใหม่ของจีน สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างไรครับ

ค่อนข้างเรียบง่าย มีกลิ่นอายบางอย่างของยุโรป จีนชอบมู้ดของฝรั่งเศส สิ่งแรกที่ซื้อตอนทำห้องใหม่คือ ตู้วินเทจ แต่ไม่ขนาดมีขอบบัวในห้องนะคะ มีโมเดิร์นผสมอยู่ด้วย ของแตกแต่งมีทั้งเครื่องดนตรี หนังสือและโปสเตอร์หนังที่ชอบ แต่ถ้าไม่ใช้ห้องนอน มุมในบ้านที่ชอบที่สุดคือ ห้องรับแขกที่มีเปียโน เวลากลับบ้านเหนื่อยๆ จะเล่นเปียโน หรือไม่ก็นอนสลบอยู่บนโซฟา


HouseHub: บ้านหลังนี้ดูแล ด.ญ. คำขวัญมาตั้งแต่กระโดดน้ำหลังบ้าน คอยปลอบโยนเวลาอกหัก และเฉลิมฉลองในวันที่ประสบความสำเร็จ ถ้าพูดกับบ้านหลังนี้ได้ อยากบอกอะไรครับ

อืม… ฟังแล้วจะร้องไห้เลย (ยิ้มกว้าง) คงขอบคุณที่อยู่กับเราจนโต จีนไม่เคยไปไหนจากที่นี่ และไม่คิดจะไปด้วย เคยมีคนบอกว่า ในวันหนึ่งที่เรามีบ้าน หรือพื้นที่ส่วนตัว ก็ไม่ได้หมายความว่าที่แห่งนั้นจะเป็นตัวเรา 100 เปอร์เซ็นต์ บางทีตอนที่ได้เป็นตัวเองมากที่สุดคือ บ้านที่เราอยู่มาตั้งแต่เด็ก เพราะที่นั่นมีความทรงจำซุกซ่อนอยู่เต็มไปหมด ซึ่งจีนเห็นด้วยนะ บ้านเป็นเหมือนพื้นที่แบ่งปันที่ทุกคนในครอบครัวได้ใช้ร่วมกัน มีเรื่องราวของแต่ละคนอยู่ในมุมต่างๆ

“สำหรับจีน บ้านเป็นเหมือนที่พักใจ อย่างเวลาไปทำงานดึก หรือไปต่างประเทศไกลๆ พอได้กลับบ้านจะรู้สึกว่า… Where I belong ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านอีกแล้ว”