Glass book House บ้านหลังเล็กที่เติมเต็มความเป็นตัวเองด้วยห้องหนังสือโปร่งแสง

เพราะบ้านไม่ได้รับบทเป็นเพียงที่พักอาศัยเสมอไป แต่ยังเป็นสถานที่ที่เราสามารถเป็นตัวเองหรือแสดงตัวตนได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การตกแต่งที่เราโปรดปราน ฟังก์ชันที่ถูกคิดมาอย่างเฉพาะตัว หรือแม้แต่ลักษณะการใช้ชีวิตที่สำหรับบางคนแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านกับนอกบ้าน ดูแทบจะเป็นคนละคนกันเลยก็มี ทว่าความแตกต่างของลักษณะการใช้ชีวิตที่เราเพิ่งพูดถึงนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนรู้สึกแปลกใจสักเท่าไหร่นัก เพราะไม่ว่าเราจะมีตัวตนเป็นใครในบ้าน เมื่อเราก้าวออกมายังโลกภายนอกเมื่อไหร่ เราทุกคนล้วนต่างมีอีกบทบาทหรือรับบทเป็นใครสักคนกันอยู่ดี

แล้วตัวตนของเราในที่นี้ จะสามารถสะท้อนออกมายังพื้นที่เล็กๆ ที่เราเรียกว่าบ้านได้อย่างไรบ้าง? วันนี้ Househub จึงนำบ้านขนาดกระทัดรัดหลังหนึ่งจาก ประเทศออสเตรเลีย ที่จะชวนให้เรากลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าแท้จริงแล้วงานอดิเรกเล็กๆ ที่เราเคยหยิบจับ หรือวิถีชีวิตในอดีตที่เราเคยรู้สึกตื่นเต้นกับมัน อาจจะเป็นตัวตนของเราที่หายไปก็ได้

ห้องหนังสือโปร่งแสง

Glassbook House คือบ้านที่ถูกตั้งชื่อตามลักษณะที่เห็นของบ้านขนาดเล็กที่ตั้งอยู่เมืองแทม (Tempe) ประเทศออสเตรเลีย ด้วยดีไซน์การออกแบบที่มีที่มาที่ไป ผสานกับแนวคิดด้านงานอดิเรกของเจ้าของบ้าน ที่ต้องการให้บ้านเป็นสถานที่พักผ่อนหรือหลบภัยจากโลกภายนอก และซ่อนความเป็นตัวเองไว้เบื้องหลังของอาคารหรือส่วนของหลังบ้าน ซึ่งหากไม่ต้องบอกก็คงพอรู้กันบ้างแล้วว่าตัวตนหรืองานอดิเรกของเจ้าของบ้านหลังนี้คือการอ่านหนังสือ ชั้นหนังสือจึงได้ถูกออกแบบให้สามารถจัดเก็บหนังสือได้มากที่สุดโดยได้รับการออกแบบให้เป็นชั้นหนังสือไม้ที่ทำการบิวท์ตั้งแต่พื้นขึ้นไปจนสุดเพดานของอีกชั้นหนึ่ง

ซึ่งชั้นนี้จะเป็นชั้นลอยที่เสริมเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของการเปลี่ยนอิริยาบถในการอ่านที่อิสระ อีกทั้งยังมีการออกแบบผนังด้วยวัสดุบล็อกแก้วแทนการปิดทึบด้วยวัสดุอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนนี้ผู้อ่านจะสามารถได้รับแสงธรรมชาติในการมองเห็นและการอ่านตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟอิเล็กทรอนิกส์เลย

ภายในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือ เดิมทีเคยเป็นห้องครัวมาก่อนอยู่แล้วจากแปลนโครงสร้างอาคาร ซึ่งการทำอาหารสำหรับใครหลายคนก็คงไม่ใช่งานที่เป็นกิจวัตรกันอย่างเดียวหรอกจริงไหม หากแต่เป็นคนที่รักในการปรุงอาหารแล้วล่ะก็ห้องครัวก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งสำหรับทำกิจกรรมอดิเรกระหว่างวันได้เช่นกัน เรียกได้ว่าบริเวณหลังบ้านที่เจ้าของบ้านได้ซ่อนความเป็นตัวเองไว้นี้ คงเป็นจุดศูนย์รวมของงานอดิเรกของเขาก็ว่าได้

ซึมผ่านของความสนุกนอกบ้าน

อีกหนึ่งแนวคิดที่ไม่ได้ถูกออกแบบเพียงแค่พื้นที่สำหรับงานอดิเรกแต่เป็นแนวคิดของเจ้าของบ้านเองที่ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านไปจนถึงบริบทรอบข้าง โดยไม่ลังเลที่จะเลือกใช้วัสดุโปร่งแสง หรือการติดตั้งประตูและจัดสวน Outdoor เล็กๆ หลังบ้านให้สามารถมองเห็นซึ่งกันและกัน ไปจนถึงออกไปนั่งเล่นเชยชมและทักทายเพื่อนบ้านอย่างเป็นมิตรได้ด้วย เพราะเจ้าของ Glassbook House หลังนี้เชื่อว่าบ้านที่ดีอาจไม่ใช่แค่บ้านที่เป็นตัวตนของเราเสียทีเดียว แต่จะต้องมีคุณสมบัติในการติดต่อหรือเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้บ้าง เพราะโลกภายนอกก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เผลอๆ อาจจะมีอะไรสนุกๆ ที่น่าสนใจรอเราอยู่ก็ได้

รายละเอียดการตกแต่งในส่วนอื่นๆ ของตัวบ้าน มีเพียงห้องน้ำเท่านั้นที่ได้ปรับเปลี่ยนสไตล์และสีสันให้ล้อไปกับส่วนของห้องหนังสือ ด้วยโทนสีน้ำเงินสดใส และเปิดรับแสงธรรมชาติให้สามารถมอบความสว่างรวมถึงให้แสงแดดช่วยสาดส่องเข้ามาฆ่าเชื้อโรคภายในห้องน้ำระหว่างวัน ซึ่งสำหรับส่วนอื่นๆ ของบ้านอย่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่นอกเหนือไปจากบริเวณ Glassbook เจ้าของบ้านยังคงไว้ซึ่งดีไซน์เดิมๆ และยังไม่ได้ทำการตกแต่งอะไรเพิ่ม เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าพื้นที่สำหรับงานอดิเรกได้ถูกรวบรวมไว้ในส่วนของหลังบ้านเท่านั้น บริเวณอื่นของบ้านจึงเป็นเพียงกิจวัตรที่เราต้องนอนหรือนั่งดูโทรทัศน์เป็นครั้งคราวตามโอกาสและอาจไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรสำหรับเจ้าของบ้านหลังนี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงานอดิเรกและความชอบของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนชอบดูโทรทัศน์ก็อาจให้ความสำคัญกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นเป็นส่วนใหญ่ หรือบางคนให้ความสำคัญกับการนอน ห้องนอนก็ควรได้รับการออกแบบที่ดีและเหมาะกับการนอนพักผ่อนให้หลับสนิทได้ทั้งคืน เป็นต้น ฉะนั้นไม่ว่าจะงานอดิเรกหรือตัวตนของเราจะเป็นแบบไหนก็คงไม่มีผิดมีถูก เพียงแต่เรานั้นอย่าเผลอรับบทเป็นคนอื่นจนสูญเสียตัวตนของตัวเองไปก็งพอแล้ว ลองกลับไปทบทวนกันอีกครั้งกันเลยดีไหม? ว่าตัวตนของเรานั้นอยู่ที่ไหน หรือจริงๆ เราอาจจะชอบอ่านหนังสือเหมือนเจ้าของ Glassbook House หลังนี้ก็เป็นได้