ในบ้านของฉัน นอกบ้านของเธอ ปอม ชาน & ผ่าง – ศุภชาติ

เห็นชื่อเรื่องแบบนี้ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า ‘HouseHub’ ชวนคนมาตีกัน เพราะนี่คือความสนุกปนน่ารักของคู่รักเจ้าของบ้านในคอลัมน์ Home Tour ที่ช่วยกันออกแบบ และดีไซน์คนละส่วนเท่านั้นเอง ฝ่ายหญิงคือ ‘ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง’ หรือ ‘ปอม ชาน’ ศิลปินและเจ้าของธุรกิจตกแต่งบ้านที่มีผลิตภัณฑ์สวย ๆ มากมาย (เข้าไปดูในไอจี @pommechan ได้เลย) และสามี ‘ผ่าง – ศุภชาติ ออกลกิจ’ กับเรื่องราวในบ้านที่ไม่ถูกสร้างด้วยการเขียนแบบ บ้านที่มีพื้นที่ภายใน 60 ตารางเมตร แต่มีพื้นที่ระเบียงถึง 100 ตารางเมตร บ้านที่รวมโลกที่แตกต่าง และเติบโตไปพร้อมกับคน 2 คน

เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ

ถ้าความรักเป็นเรื่องของแรงดึงดูด ห้องขนาด 160 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงถึง 100 ตารางเมตร ที่อยู่ในคอนโดใจกลางทองหล่อแห่งนี้ ก็เฝ้ารอเจ้าของมานานหลายปี จนในที่สุดแรงดึงดูดก็พา ‘ปอม-ธัชมาพรรณ’ และ ‘ผ่าง – ศุภชาติ’ ที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกของชีวิต มาพบเจอห้องนี้แล้วตกหลุมรักทันที

“นี่คือบ้านหลังแรกของเราค่ะ ก่อนหน้านี้ปอมเช่าคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน ไม่มีรถ เพราะชอบชีวิตที่ได้เดินไปทำงาน หรือนั่งรถแค่ 5 นาทีมากกว่า” ปอมกระโดดนั่งบนโซฟ้า แล้วเล่าถึงบ้านพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“เรามีโจทย์ว่า ปอมอยากมีบ้านในเมือง จะได้เดินทางไปทำงานสะดวก ส่วนพี่ผ่างอยากได้ห้องที่มีระเบียงใหญ่ สามารถปลูกต้นไม้ได้ เราตระเวนหาตามเส้นสุขุมวิท จนมาเจอคอนโดที่ทองหล่อ พอเห็นก็รักเลย คงไม่มีเลย์เอาท์ไหนที่ตอบโจทย์ทั้งสองคนแบบนี้ ด้วยพื้นที่ภายใน 60 ตารางเมตร ภายนอกกว้าง 100 ตารางเมตร พอเดินไปนอกระเบียงจึงไม่รู้สึกเหมือนอยู่ในเมือง และด้วยพื้นที่ภายในที่เล็กกว่า ทำให้ปอมยอมเสียสละไม่มี Walk-in Closet คิดดูว่า นี่คือรักที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ถ้าไม่รัก ไม่ทำนะ” ปอมแซวสามีที่ส่งยิ้มหวานอยู่ใกล้ ๆ จนคนพูดหน้าแดง “เขินจัง ไม่ค่อยพูดถึงสามีในสื่อ (หัวเราะ)”

ในบ้านของฉัน

เมื่อแรงดึงดูดทำหน้าที่ของมันสำเร็จ ก็ถึงขั้นตอนการรีโนเวท ซึ่งเจ้าของบ้านทั้งสองไม่ได้จ้างอินทีเรีย ไม่มีการเขียนแบบ แต่ช่วยกันดูที่หน้างานเป็นหลัก

ปอมเล่า “ผู้รับเหมาจะทำงานยากนิดหนึ่ง เพราะนอกจากไม่เขียนแบบ ปอมยังมีความเป๊ะ เราทุบกำแพงที่เชื่อมห้องนั่งเล่นกับห้องนอน แล้วย้ายทางเข้าห้องน้ำจากในห้องนอนออกมาข้างนอก เนื่องจากรู้ไลฟ์สไตล์ของสามีว่า จะมีเพื่อนมาที่บ้านบ่อย 100 เปอร์เซ็นต์! (ปอมแกล้งเน้นเสียงขำ ๆ)

“ส่วนที่เปลี่ยนมากที่สุดคือเพดาน ให้ช่างเลาะฝ้า และตัดสายสปริงเคิลให้สั้นที่สุดเท่าที่ทำได้ ปรากฏว่า ดันฝ้าได้สูงขึ้นเกือบหนึ่งฟุต เราตั้งใจใช้ม่านแนวตั้ง เพื่อให้ห้องดูสูงขึ้น อีกสิ่งที่สำคัญคือ ที่เก็บของ ปอมไม่ชอบความรก เวลาเห็นของกองเป็นตั้ง ข้างในใจจะกรีดร้องเป็นเสียงกลอง ตึง ๆ (หัวเราะ) เลยทำตู้ที่มีบานปิด ไม่ได้หมายความว่า พี่ผ่างวางของสะเปะสะปะนะคะ แต่ปอมมีความ Micro Manage นิดหนึ่ง ถ้าเห็นขวดวางอยู่นอกตู้จะแอบเก็บให้เรียบร้อย ผ้าเช็ดมือต้องหันออกด้านนี้ ตื่นนอนก็ต้องคลุมเตียงให้เรียบร้อยสวยงาม

“ไอเทมหลักของบ้านคือ โซฟา เราไม่ได้เน้นแบรนด์ แค่เลือกนั่งสบาย ไม่เก็บฝุ่น และดูแลง่าย ในห้องไม่มีโต๊ะกินข้าว เพราะที่ไม่พอ (หัวเราะ) เรามีโต๊ะพลาสติกเบา ๆ ที่ยกไปวางที่ระเบียงได้ ถึงเวลาใช้ก็หาผ้ามาคลุม ส่วนพื้นที่รกที่สุดของผู้หญิงคือ โต๊ะเครื่องสำอาง ปอมสั่งทำตู้เล็ก ๆ ที่สามารถเก็บทุกอย่างในนั้นได้ ตั้งแต่เครื่องสำอาง ไดร์เป่าผม จนถึงเก้าอี้เล็ก ๆ หนึ่งตัว พอปิดตู้ปุ๊บ ทุกอย่างก็เรียบร้อย

“ส่วนพื้นที่ระเบียงด้านนอก ความจริงต้องให้พี่ผ่างเล่า เพราะเป็นพื้นที่ของเขา แต่ไม่รู้จะยอมไหม เพราะไม่ค่อยให้สัมภาษณ์กับสื่อ ขอเรียนเชิญได้ไหมค่า…” ปอมแอบเชิญแขกพิเศษ ในขณะที่ทีมงานช่วยบิลด์ จนผ่างยอมเดินมานั่งบนโซฟา ซึ่งกลายเป็นฝ่ายหญิงที่ตื่นเต้นกว่าและบอกว่า เอ็กซ์คลูซีฟมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่นั่งสัมภาษณ์แบบนี้ด้วยกัน

นอกบ้านของเธอ

หลังจากโซฟาเพิ่มรอยยุบเป็นสองวง ผ่างเล่าถึงระเบียงสวนขนาด 100 ตารางเมตร ซึ่งร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด มีกระถางสวย ๆ ฝีมืออกแบบของปอมอยู่หลายใบ รวมถึงนกน้อยที่บินสังเกตการณ์ไปมาอยู่ข้างนอก

“ผมสนุกกับการค่อย ๆ ปลูกต้นไม้ ได้เห็นการเติบโต ไม่ได้เน้นการจัดวางให้สวยเนี้ยบ แต่อยากให้เกิดระบบนิเวศเล็ก ๆ ตั้งแต่ต้นไม้ที่ตอนนี้น่าจะมีเกือบ 100 ชนิด ผมไม่ได้เลือกต้นที่ฟอร์มสวย หรือที่กำลังฮิตนะครับ เนื่องจากเราปลูกในกระถาง จึงต้องเลือกต้นที่ดูแลง่าย เพราะผมรถน้ำคนเดียวด้วย (ปอมหัวเราะแล้วยอมรับว่า เป็นเช่นนั้นจริง ๆ) ส่วนกระถางก็ไม่ได้ซื้อเป็นชุด ขับผ่านร้านไหนแล้วชอบก็ซื้อ คือเน้นความสนุกมากกว่า

นอกจากนี้ยังมีบ่อปลาเล็ก ๆ มีนกเขากับฝูงผึ้งที่บินมาทำรังเอง มีหลายวันที่เราตื่นเพราะเสียงนกร้องด้วยนะครับ สำหรับผม นี่คือเคสความสำเร็จของระบบนิเวศเล็ก ๆ บนระเบียง 100 ตารางเมตรที่อยู่ใจกลางทองหล่อ (ยิ้ม)”


ปอมเล่าบ้าง “บางครั้งต้นไม้ที่ปลูกก็ไม่ได้มาจากร้านขายนะคะ แต่มาจากร้านชาบูแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเมนูที่เราชอบคือ ยอดมันไต้หวัน ตอนกินอยู่ปอมก็สงสัยว่า เอ๊ะ… พี่ผ่างโกยอะไรใส่กระดาษทิชชู่ เห็นอีกที เขานำยอดมันมาเพาะชำที่บ้าน วันหนึ่งก็ร้องตื่นเต้นว่า ดูสิ! งอกขึ้นมาเท่านี้แล้วนะ

“แต่เรื่องมันไต้หวันยังไม่ใช่ที่สุดนะคะ มีครั้งหนึ่งเราไปไปเที่ยวโรงแรมแห่งหนึ่งที่พัทยา พี่ผ่างไปตัดกิ่งไม้หนึ่งที่อยู่หน้าหาด พอมาปลูกที่บ้านปรากฏว่า รากงอก เขาตื่นเต้นมาก แล้วพอดีปอมต้องกลับไปเที่ยวโรงแรมเดิมกับน้อง ๆ ที่ออฟฟิศ พี่ผ่างไลน์มาว่า ไม่ขออะไรมาก ช่วยตัดกิ่งต้นนี้มาให้อีกได้ไหม เราก็แบบ… ได้ค่ะ (หัวเราะ)

“ระหว่างที่ทุกคนชุลมุนกับการเช็คเอาท์ ธัชมาพรรณก็วิ่งไปตัดกิ่งไม้เป็นของขวัญสามี ยังไงก็ต้องเอากลับบ้านให้ได้ ฟังดูอาจเหมือนขโมย ขออภัยจริง ๆ นะคะ เรานำมาขยายพันธุ์ให้ค่ะ”

ผ่างอธิบาย “เป็นต้นคล้ายผักบุ้งทะเลครับ อยู่กับทรายได้โดยไม่ต้องมีคนดูแล แสดงว่าค่อนข้างทน แล้วประเด็นคือ ไม่เคยเจอใครขาย เลยบอกปอมว่า ตัดมาให้หน่อยนะ (ยิ้ม)”

ปอมสลับมาชงความหวานบ้าง “บางครั้งพี่ผ่างก็แอบเอาใจ เขารู้ว่า เราชอบต้นไม้อะไร บางวันก็ซื้อต้นกล้วยไม้ หรือดอกหญ้ามาแซมไว้บริเวณที่ปอมชอบนั่ง คือเราถึงวัยที่ไม่ได้ให้ดอกไม้แล้ว เป็นต้นไม้เลย (หัวเราะ)”

ผ่างยิ้ม “รู้ว่าปอมชอบดอกไม้ แต่ผมคิดว่า การให้ดอกไม้ตอนวาเลนไทน์แค่หนึ่งวัน ตัดมาให้แล้วก็จบ ทำไมไม่ให้เป็นต้นที่ยั่งยืนล่ะ อย่างต้นกุหลาบที่ให้ปอมเมื่อ 3 ปีก่อน ทุกวันนี้ก็ยังออกดอกอยู่เรื่อย ๆ”

ชีวิตของเรา

เป็นเวลากว่าปีครึ่งแล้ว ที่โลก 2 ใบ ของคน 2 คน ได้พึ่งพิงอยู่ในบ้านแห่งนี้ พื้นที่แห่งชีวิตจึงมีเรื่องราวใหม่ ๆ ถูกบันทึกขึ้นทุกวัน

“ปอมไม่นำงานกลับมาที่บ้านเลยนะคะ ก่อนหน้านี้เคยทำแล้วรู้สึกว่า อยู่บ้านไม่ได้พัก จะทำงานก็ไม่เต็มที่ จึงแยกทั้งสองเรื่องออกจากกัน ทุกวันนี้ออกจากออฟฟิศจะไม่พูดเรื่องงาน แทบไม่รับโทรศัพท์ หรือตอบไลน์ด้วยซ้ำ งานศิลปะที่บ้านก็ตั้งใจโชว์รูปของศิลปินคนอื่น ไม่อยากให้มีงานของตัวเอง รูปที่แขวนเป็นภาพเรื่องราวในชีวิต เช่น รูปครอบครัว ตอนไปเที่ยว เพราะอยากทำที่นี่ให้เป็นบ้านมากกว่าแกลอรี่

 

“สำหรับชีวิตคู่ จริง ๆ เราคบกัน 3 เดือนก็อยู่ด้วยกันเลย ชีวิตประจำวันจึงมีความออโต้ประมาณหนึ่ง เช่น คนนี้อาบน้ำเสร็จไปแต่งตัว อีกคนจะเข้าไปอาบน้ำต่อ ซึ่งพี่ผ่างจะแต่งตัวเสร็จพอดีกับที่ปอมแต่งหน้าเป่าผมเสร็จ เพื่อที่เราจะกินข้าวเช้าด้วยกัน ส่วนตอนเย็นต่างคนจะสั่งอาหารที่ชอบมานั่งกินหน้าทีวี จากนั้นปอมจะอาบน้ำ ส่วนที่ผ่างไปรดน้ำต้นไม้ บางทีเขาก็หยิบลำโพงไปเปิดเพลงฟังในสวน ส่วนปอมนั่งดูทีวีในห้อง จากนั้นเราก็กลับมารวมตัวกันอีกที ซึ่งทั้งหมดไม่ได้วางแผนนะคะ แต่เราอยู่ด้วยกันจนจังหวะชีวิตเข้ากันหมดแล้ว อย่างถ้าปอมกลับจากทำงานเหนื่อย ๆ พี่ผ่างจะรู้ว่า ภรรยาชอบสเปซแคบ ๆ เขาจะทำบ้านเตียงให้ ด้วยการนำหมอนมาต่อกัน แล้วเอาผ้าห่มคลุมให้เป็นซอก นั่นคือสเปซที่ปอมชอบมาก สามารถเล่นมือถือในนั้นได้เป็นชั่วโมง”

ผ่างเล่าต่อ “ส่วนผมชอบชีวิตเอ้าท์ดอร์ สนุกกับการได้สำรวจว่า วันนี้ต้นนี้โตขึ้นเท่าไร อีกต้นใบเริ่มเปลี่ยนสีหรือยัง การมีพื้นที่สีเขียวที่สร้างออกซิเจนให้เราคือส่วนเติมเต็มของชีวิตในเมือง อย่างช่วงโควิด-19 ระลอกแรกเมื่อต้นปี 2563 ที่ทุกคนต้องอยู่ที่บ้าน เรายังได้ออกกำลังกายกันที่ระเบียง ปอมได้วิ่ง เล่นโยคะ ส่วนผมไถเสิร์ฟบอร์ด เสร็จแล้วก็นั่งกินข้าวเย็นด้วยกันในสวน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่อากาศดีมาก ตั้งแต่เดือนตุลาคมสามารถจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวได้สบาย ๆ”

ปอมยิ้ม “บ้านนี้กลายเป็นจุดรวมพลแห่งหนึ่งของเพื่อน ๆ ค่ะ หลายคนมีลูกกันหมดแล้ว ปอมซื้อแคมป์มาตั้งไว้ เด็ก ๆ จึงได้เล่นในเต็นท์ สักพักออกมาดูปลาต่อ เป็นบรรยากาศที่ผู้ใหญ่และเด็กอยู่ร่วมกันได้”

การเติบโตของบ้าน การเติมเต็มของชีวิตคู่

ปอมย้อนเล่าถึงวันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน “วันแรกทำความสะอาดเหนื่อยเหมือนกันนะ แต่พอตื่นเช้าแล้วรู้สึกว่า ดีจัง (ยิ้ม) ก่อนหน้านี้เป้าหมายในชีวิตของปอมคือ การมีบ้าน พอถึงวันนี้จึงรู้สึกว่า เฮ้ย… เราไม่ได้ต้องการอะไรแล้วนี่ ไม่ได้หมายความว่า ชีวิตนี้จะไม่ทำอะไรแล้วนะคะ แต่พอมีคนถามว่า เป้าหมายตอนนี้คืออะไร ปอมอาจต้องใช้เวลาคิดเหมือนกัน เพราะเราได้ของชิ้นใหญ่ที่ฝันมาตลอดแล้ว”

ผ่าง “เราได้ไอเทมที่ค่อนข้างแรร์ เทียบทั้งโซนนี้ หรือในกรุงเทพฯ เราได้คอนโดนที่มีสเปซเหมือนบ้าน และอยู่กลางทองหล่อ ทำให้เดินทางสะดวก และสำหรับผมบ้านคือความสบายใจ เป็นสถานที่ที่ไม่ว่าออกไปทำงาน หรือทำอะไรก็ตาม แล้วได้กลับมาอยู่ด้วยความสุข ซึ่งเราได้ความรู้สึกนั้นจากที่นี่”

ปอม “บ้านนี้ตอบโจทย์ความสุขของทั้งคู่ สมมติถ้าเราทะเลาะกัน แค่พี่ผ่างออกไปอยู่โซนต้นไม้ของเขาแป๊บเดียวก็หาย หรือบางทีเป็นปอมเดินออกไปดูปลา หรือนั่งเล่นในสวน แป๊บเดียวก็ลืม

“บ้านจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการดีไซน์ ปอมคิดเหมือนที่พี่ผ่างบอกว่า บ้านคือสถานที่ที่เราอยากกลับไป โดยที่ได้เป็นตัวเองจริง ๆ เพราะเวลาทำงาน ปอมอยู่ในหมวกของศิลปิน นักธุรกิจ หัวหน้าและพี่ของน้อง ๆ แต่พอกลับบ้าน ปอมไม่ต้องมีหมวกอะไรเลย พี่ผ่างก็ไม่ได้คาดหวังให้เราเป็นภรรยาในอุดมคติที่ต้องดูแลสามีทุกเรื่อง ทุกครั้งที่อยู่บ้านจึงรู้สึกสบาย เหมือนได้อยู่กับลมหายใจไปเรื่อย ๆ

“และความจริง สำหรับปอม คำว่า ‘บ้าน’ มีมานานแล้วตั้งแต่ได้เจอพี่ผ่าง รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ ยิ่งวันนี้ที่เราได้สร้างบ้านและอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างจึงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์ (ยิ้ม)”