ปรับโฉมทาวน์โฮม 2 ชั้นกลางกรุงให้เป็นพื้นที่พักใจของเราสองสามคน

“เพราะที่แห่งนี้คือพื้นที่ของเรา คำว่า บ้าน สำหรับโอ๋ จึงเป็นพื้นที่ที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่เรารู้สึกสบายใจ”

คำทิ้งท้ายของบทสนทนาระหว่างโอ๋-จิตตินันท์ จิตรประทักษ์ สถาปนิกและเจ้าของบ้านผู้แปลงโฉมทาวน์โฮมหลังนี้ให้เป็นพื้นที่พักใจของคนในครอบครัว และเป็นสตูดิโอเล็กๆ สำหรับ OOstudio ในเวลาเดียวกัน เดิมทาว์โฮมหลังนี้เป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ขนาด 96 ตร.ม. ที่ประกอบไปด้วย โถง ห้องครัว ห้องน้ำ ในบริเวณชั้น 1 และห้องนอนเล็กๆ 3 ห้องนอนในส่วนของชั้น 2 ที่หลังจากคุณโอ๋ได้วางแผนครอบครัวและตั้งใจขยับขยายพาคุณแม่เข้ามาอยู่ด้วย การปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมและการอยู่อาศัยสำหรับเราสองสามคนจึงได้เริ่มขึ้น

โดยการสังเกตแปลนบ้านเดิมของตนเองจนพบว่า นอกจากการปรับรูปแบบพื้นที่ให้ลงตัวกับการใช้งานแล้ว อีกแนวคิดหนึ่งที่ควรนำมากรั่นกรองร่วมกับการออกแบบบ้านทาวน์โฮมที่มีลักษณะการกำหนดตำแหน่งหน้าต่างให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่งแบบนี้ คือเรื่องของ ของ cross-ventilation หรือการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องไปกับธรรมชาติการหมุนเวียนของอากาศที่ดี ที่จะช่วยให้ทาวน์โฮมหลังนี้เป็นพื้นที่พักใจของทุกคนในครอบครัวได้ตลอดทั้งวัน

 

โอบกอดรอบบ้านด้วยพื้นที่สีเขียว

ภายใต้พื้นที่ 27 ตร.ว. รอบตัวบ้าน คุณโอ๋ปรับพื้นที่หน้าบ้านให้เป็นสวนผักเล็กๆ เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร และลื้อครัวเก่าบริเวณหลังบ้านออก เพื่อปรับเป็นสวนหย่อมนั่งเล่น ที่ตั้งใจให้เป็นสวนติดกับห้องนอนชั้น 1 ของคุณแม่ “หลังจากที่คุณแม่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ส่วนที่คุณแม่รู้สึกชอบเป็นพิเศษก็คือสวน ซึ่งนั่นก็ทำให้เราพลอยรู้สึกดีตามไปด้วย เพราะเป็นส่วนที่เราตั้งใจทำไว้ให้เขาอยู่แล้ว”

แปลงโฉมแปลนบ้านให้แต่ละพื้นที่สามารถเชื่อมถึงกัน

เมื่อเดินเข้ามาภายในบ้านจะพบกับโถงนั่งเล่น ที่ขวามือจะเป็นส่วนครัวและอีกฝั่งหนึ่งคือทางเดินที่จะนำไปสู่ห้องนอนชั้น 1 ของคุณแม่ที่ติดกับสวนหลังบ้าน ห้องน้ำและส่วนซักล้าง ตามลำดับ ซึ่งส่วนนี้คุณโอ๋ได้ทำการลื้อบันไดเก่าออกและเปลี่ยนมาเป็นบันไดริมผนังที่ถูกบิวท์อินครอบด้วยชั้นวางหนังสือ เพื่อให้บ้านดูเป็นเนื้อเดียวกัน และมีความโปร่งโล่ง เชื่อมโยงถึงกันได้มากขึ้น ส่วนครัวเป็นพื้นที่เล็กๆ ถัดมาจากโถงนั่งเล่น ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นมุมโปรดหรือมุมตอบโจทย์กิจกรรมความชอบของคุณโอ๋ ที่รักในการทำอาหาร และด้วยที่เป็นพื้นที่ขนาดเล็กคุณโอ๋จึงบิวท์อินตู้เข้าไป เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ

เติมฟังก์ชันให้กับพื้นที่แนวตั้ง เพื่อเพิ่มพื้นที่แนวราบภายในบ้าน

ขยับขึ้นมาชั้น 2 ประกอบไปด้วย ห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่โล่งๆ สำหรับนั่งเล่นหรือทำงาน ที่มีตู้บิวท์อินขนาบข้างไปกับบันได เพื่อเพิ่มฟังก์ชันให้กับบ้านและเป็นพื้นที่เก็บของต่างๆ โดยเฉพาะหนังสือที่ถูกเก็บสะสมไว้ค่อนข้างเยอะ คุณโอ๋เล่าว่าพื้นที่โล่งๆ บริเวณนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่นั่งทำงานแล้วบางครั้งก็ยังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามปิงปองขนาดย่อม กิจกรรมที่คุณโอ๋และสามีชอบใช้เวลาร่วมกัน “หลักๆ คือแฟนโอ๋ชอบตีปิงปองมาก แต่พื้นที่เราก็ไม่ค่อยจะเพียงพอ เราจึงต้องลดขนาดไซต์โต๊ะปิงปองจากไซต์มาตรฐานให้เหลือขนาดที่ลงตัวกับพื้นที่ โอ๋จึงไปนำโต๊ะกินข้าวตัวเก่าจากคอนโดที่เคยอยู่มาดัดแปลงเป็นโต๊ะปิงปอง และซื้อแผ่นไม้ขนาด 2.4 เมตร มาตัดครึ่งสำหรับนำมาตั้งเป็นโต๊ะ ซึ่งส่วนนี้เราก็สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วย เลยทำให้ปรับเปลี่ยนการใช้งานเป็นโต๊ะทำงานได้ด้วยในตัว”

ผู้ออกแบบยังออกแบบให้แผงระแนงช่วยอำพรางความเป็นส่วนตัว และให้ช่องว่างระหว่างระแนงเป็นสเปซให้ลมพัดผ่าน ภายในห้องนอน ชั้น 2 นอกจากจะมีส่วนนอนแล้ว ก็ยังมีมุมนั่งเล่นอีกมุม ที่สามารถเปิดโล่งให้ลมสามารถโกรกได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของความเป็นส่วนตัว เพราะมีแผงระแนงด้านหน้าคอยอำพรางความเป็นส่วนตัวไว้ในระดับหนึ่งแล้ว อีกทั้งทุกห้องภายในบ้านยังถูกออกแบบให้สามารถเปิดหน้าต่างทะลุกันได้ เกิดเป็น Cross-ventilation หรือการหมุนเวียนของอากาศที่ดี และมีการออกแบบชายคาให้ยื่นออกมาเพื่อกันแดดและความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านด้วย ในส่วนของแผงระแนงที่ถูกออกแบบไว้ทั้งด้านหน้าบ้านและหลังบ้าน คุณโอ๋ได้ตั้งใจให้ตัวแผงระแนงเป็นรั้ว เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนในครอบครัว โดยที่อากาศยังสามารถถ่ายเทได้ดีอยู่

รวมถึงรั้วหน้าบ้านก็ถูกวางด้วยแนวคิดของ Cross-ventilation ไม่ต่างกัน รั้วจึงได้ถูกออกแบบให้สูงเพื่ออำพรางความเป็นส่วนตัว ขณะที่ยังสามารถให้ลมผ่านได้อย่างง่ายดาย ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นการออกแบบที่แสนเรียบง่าย โดยยึดกิจกรรม การใช้ชีวิต และความชอบของทุกคนในครอบครัวเป็นหลัก ผ่านแนวคิด Cross-ventilation ที่จะช่วยให้ทุกคนภายในบ้านสามารถอาศัยอยู่ได้อย่างมีความสบายอกสบายใจ สู่บ้านที่เป็นพื้นที่พักใจของเราสองสามคนได้อย่างลงตัว


Designed by: OO studio
photo credit: Art-Chitsanupong
construction by: OKCON