Troye Sivan’s Soulful Home เรื่องราวภายในบ้านแสนอบอุ่นของนักร้องเสียงหวาน Troye Sivan

Troye Sivan คือ นักร้อง นักแต่งเพลงชาวออสซี่วัย 25 ปี เจ้าของบทเพลงอันโด่งดังอย่าง WILD , YOUTH หรือ Strawberries & Cigarettes ความจริงใจผ่านเรื่องราวในบทเพลงที่เขียนขึ้นด้วยตนเอง ผสมกับเสียงร้องนุ่มละมุนทำให้เขากลายเป็นที่น่าจดจำและเป็นไอดอลหรือขวัญใจของใครหลายๆ คนได้ไม่ยาก

ทว่าความจริงใจของเขาก็ไม่ได้ถ่ายทอดผ่านเพียงบทเพลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และบ้านแสนอบอุ่นของเขาที่มีการตกแต่งภายในได้อย่างน่าสนใจ ถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบละมุนตาที่ตรงไปตรงมา และ Cozy ชวนฝัน ว่าแล้วก็ตามไปส่องบ้านของหนุ่มตาหวาน Troye Sivan คนนี้กันเลย!

สะสมอารมณ์และความรู้สึกจากการเดินทางทั่วโลก

มองในมุมหนึ่ง บ้านก็คงเปรียบเหมือนเพื่อนคู่คิดที่เป็นทั้งที่พักใจที่กลับมาครั้งใดก็เติมพลังใจให้เราได้เสมอ บ้านของใครหลายคนจึงสะท้อนความเป็นตัวเอง ไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตได้อย่างสูงสุด ซึ่งสำหรับ Troye Sivan เขาเองก็มีมุมที่ชื่นชอบในความสวยงามของศิลปะ  จึงไม่แปลกใจที่บ้านหลังนี้จะซุกซ่อนเรื่องราวมากมายเอาไว้ที่ไม่ใช่เพียงความสวยงามอันฉาบฉวย ซึ่งการเนรมิตบ้านหลังนี้ให้สมบูรณ์ก็ได้ David Flack จากบริษัทออกแบบอินทีเรียท้องถิ่น Flack Studio มาช่วยรังสรรค์ให้พื้นที่ทั้งหมดสมบูรณ์ลงตัว

ความหลงใหลในสุนทรียศาสตร์ของทรอยเกิดขึ้นจากการเดินทางทั่วโลก ช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในที่ต่างๆ ทำให้เขาซึมซับความสวยงามเฉพาะของสถานที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย สภาพอากาศในลอสแองเจลิส เมลเบิร์น หรือแม้แต่ปรัชญาความไม่สมบูรณ์แบบ Wabi-Sabi ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทรอยเล่าว่าสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากในการออกแบบบ้านของเขา

เก็บโครงสร้างเดิมไปพร้อมกับการเติมแต่งความเป็นตัวเอง

บ้านในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียหลังนี้ เรียกได้ว่าเป็นอัญมณีของสถาปัตยกรรมขนานแท้ โดยแรกเริ่มเดิมทีสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1869 เพื่อใช้เป็นสนามแฮนด์บอล หลังจากนั้นก็มีการดัดแปลงให้เป็นโรงงานอิฐ และท้ายที่สุดก็ได้เปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัยในปี ค.ศ. 1970 ด้วยฝีมือของจอห์น ม็อคริดจ์ (John Mockridge) สถาปนิกชื่อดังชาวออสเตรเลีย

“คุณจะสามารถนึกภาพม็อคริดจ์และเพื่อนๆ ของเขานั่งดื่มวิสกี้ พูดคุยเกี่ยวกับงานศิลปะ ซึ่งผมต้องการรักษาจิตวิญญาณเหล่านั้นเอาไว้ เก็บอารมณ์แบบโบฮีเมียน และให้เกียรติสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ในขณะที่สร้างหรือเติมบางสิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของผมเข้าไปด้วย” ทรอยเล่า

แม้ว่าจะพยายามแตะต้องโครงสร้างสำคัญให้น้อยที่สุด แต่ในบางส่วนของบ้าน ทรอยและแฟลกซ์ก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงพื้นที่จากหน้ามือเป็นหลังมือ อย่างเช่น บริเวณห้องครัว ซึ่งแทนที่ของเก่าด้วยการออกแบบจากไม้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นวัสดุที่ทรอยชื่นชอบเป็นพิเศษ และมีเคาน์เตอร์ที่ทำขึ้นจากไม้ด้วยวิธีการ End Block เคาน์เตอร์หินสีเขียว รวมถึงเปิดโล่ง รับวิว แสงและลมธรรมชาติ ด้วยหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกเพื่อเชื่อมต่อกับคอร์ดยาร์ดได้ระหว่างที่กำลังปรุงอาหารภายในครัว

รวมถึงการออกแบบห้องน้ำภายนอกตัวบ้านแทนที่ห้องเก็บไวน์เดิม ซึ่งโดดเด่นในสไตล์แบบเซอร์เรียลผสมกลิ่นอายความ Dramaticเล็กน้อย ด้วยการใช้เส้นสายของผนังโค้งมนราวกับอยู่ในถ้ำ และทาด้วยสีแดง Oxblood ที่ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา

ส่วนบริเวณกลางบ้านเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่นและส่วนรับประทานอาหาร ซึ่งทรอยมักจะใช้เวลาบ่อยครั้งภายในห้องๆ นี้ และบางครั้งก็ยังแอบมางีบบนโซฟาตัวหนาแสนสบาย โดยพื้นที่ทั้งหมดภายในห้องนี้สามารถเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติ และลมจากคอร์ดยาร์ดผ่านประตูกระจกบานใหญ่

Cozy Cave บ้านที่เป็นเหมือนถ้ำอันแสนสบาย

ขยับขึ้นไปที่ชั้นสอง จะเป็นส่วนของห้องนอนแขก ที่ยังรักษาเพดานไม้คอร์กเดิมเอาไว้ และออกแบบผนังที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ด้วย Venetian Plaster ซึ่งเป็นเทคนิคที่เริ่มต้นขึ้นโดยช่างจากประเทศอิตาลี เพื่อให้ห้องนอนได้บรรยากาศของความอบอุ่นราวกับถ้ำที่สามารถมาซุกตัวนอนได้อย่างสบาย ทรอยยังเล่าว่าหนึ่งสิ่งที่เขาชอบภายในบ้านหลังนี้ยังเป็นการที่ห้องนอนแต่ละห้องสามารถเปิดหน้าต่างให้เห็นสวนภายนอก ซึ่งจะมีบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติอย่างเสียงนกร้อง หรือความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ที่รายล้อม

ห้องนอนสีเขียวโทนชมพู คือห้องที่ทรอยตั้งใจดีไซน์ให้กับพี่สาวของเขา โดดเด่นด้วยดีเทลต่างๆ มากมายทั้งการใช้โทนสีและวัสดุที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบาย และมีโคมไฟ Akari Lamp ที่หนุ่มทรอยชื่นชอบเป็นพิเศษ สำหรับห้องน้ำก็มาพร้อมโทนสีและดีเทลต่างๆ ที่โดดเด่นและเข้ากันได้อย่างพอดี ทองเหลือง สีชมพูและสีเขียว รวมถึงวัสดุจากหิน ทำให้ภาพรวมของห้องน้ำดูนุ่มนวลแต่ก็ยังคงความเก๋ที่ไม่เรียบจนน่าเบื่อมากจนเกินไป ไฮท์ไลท์สำหรับห้องน้ำคือเพดานที่เปิดโล่งเป็นช่องแสง ทำให้สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศของท้องฟ้าด้านนอกได้อย่างไร้ขอบเขต และเกิดมิติของแสงภายในห้องน้ำที่แตกต่างกันในทุกช่วงเวลา

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุด ก็ถึงห้องนอนส่วนตัวของหนุ่มทรอย ซึ่งโดดเด่นด้วยบานหน้าต่างจำนวนมากที่เปิดมุมมองสู่สวนภายนอก และยังมีบานหน้าต่างขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดพับ รับลมและแสงได้มากที่สุดในวันที่อากาศเป็นใจ พื้นภายในห้องนอนออกแบบด้วยพรมสีแดงเบอกันดี ซึ่งในยามกลางคืนเมื่อกระทบกับแสงไฟ จะเกิดแสงสีส้มแดงสลัวในโทนสี ที่หนุ่มทรอยเคลมว่าสุดแสนจะอบอุ่นไม่แพ้สเปซอื่นๆ ในบ้าน

ในขณะที่สวนคอร์ตยาร์ดกลางบ้านรายล้อมไปด้วยพรรณไม้ที่มีกลิ่นอายของความเป็นแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทรอยเคยมีโอกาสได้ไปอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปี ผสมผสานกับต้นไม้จากประเทศญี่ปุ่นที่เขาชื่นชอบ และยังแอบมีต้นยูคาลิปตัสเพื่อบ่งบอกความเป็นออสเตรเลียอีกด้วย

มุมโปรดประจำบ้าน

เชื่อว่าใครๆ ก็ต้องมีมุมโปรดประจำบ้าน เอาไว้แอบงีบ นั่งอ่านหนังสือ หรือทำงานอดิเรกที่ตนเองรัก หนุ่มทรอยก็เช่นกัน บ้านของเขาจึงเต็มไปด้วยมุมนั่งที่แตกต่างกันไปตามอารมณ์และบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นอาร์มแชร์เบาะหนังสุดนิ่มที่เอาไว้นั่งเอนกายจิบกาแฟและอ่านหนังสือ มุมรับประทานอาหารเช้าที่มองเห็นสวนคอร์ดยาร์ดได้อย่างเต็มที่ มุมโต๊ะนั่งทำงานเล็กๆ หรือแม้กระทั่งโซฟานั่งบริเวณชั้นสองที่สามารถพูดคุยและมองเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นบริเวณชั้น 1 ได้

แสงและสุนทรียะจากงานศิลปะ

สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นภายในบ้านของหนุ่มทรอย คือเหล่าโคมไฟหลากชนิดที่ให้แสงแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ถือเป็นองค์ประกอบตกแต่งที่ช่วยเติมสุนทรียะให้กับบ้านได้ไม่น้อย ทั้งโคมไฟแขวนเพดานแบบวินเทจ โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟติดผนัง เมื่อถึงเวลากลางคืน แสงนวลที่ออกจากโคมไฟนานาชนิดจึงเป็นตัวช่วยหลักที่ทำให้บรรยากาศของบ้านดูอบอุ่นมากขึ้น นอกจากโคมไฟแล้ว ยังมีงานศิลปะอยู่ทั่วบ้านอย่างผลงาน Sculpture ของ Ramesh Mario Nithiyendran ศิลปินชาวออสเตรเลีย A lttlie Ghost จากศิลปินชื่อ Nell และงานศิลปะติดผนังจาก Sydney Ball ศิลปินชาวออสเตรเลีย

ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ ห้องต่างๆ เท่านั้น แต่องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่ทรอยใส่ใจหยิบมาตกแต่ง ทำให้บรรยากาศภายในบ้านของเขากลายเป็นสถานที่อันแสนอบอุ่น เป็นมุมส่วนตัวสุดโปรดปรานที่มีเรื่องราวความสุข การอยู่อาศัยซ่อนอยู่ภายใน ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องคิดถึงบ้านในฝันไปตามๆ กัน ใครได้แรงบันดาลใจแล้ว ลองหยิบไอเดียเหล่านี้ไปเนรมิตบ้านในฝันของตัวเองกันได้เลย

“ถึงแม้สถานการณ์โรคระบาดจะทำให้ผมพลาดการออกทัวร์และพบปะผู้คน แต่การถูกบังคับให้อยู่นิ่งๆ ก็กลายเป็นเรื่องที่ดี ผมตื่นขึ้นมาทุกวันด้วยความตื่นเต้นที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ภายในบ้านที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตและสถานที่ที่ผมรัก” ทรอยกล่าว


รูปภาพ:
Anson Smart

อ้างอิงข้อมูลจาก:
Vogue และ Architecturaldigest