แปลงโฉมบ้านไม้ 80 ปีให้เป็นบ้านโนบิตะ ที่ชวนให้คิดถึงการ์ตูนมังงะโดราเอมอน

หากเราทุกคนสามารถย้อนเวลากลับไปช่วงเช้าวันหยุดในวัยเด็กของเราได้ เชื่อว่าภาพแรกในจินตนาการของหลายๆ คนคงเป็นภาพของเด็กน้อยที่นั่งเฝ้าคอยดูการ์ตูนอยู่หน้าโทรทัศน์เป็นแน่ และหนึ่งในการ์ตูนที่เฝ้าคอยอย่างใจจดใจจ่อเสมอจะต้องมีการ์ตูนเพื่อนซี้โดราเอมอน เจ้าหุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากโลกอนาคตที่ใครๆ ก็ต่างใฝ่ฝันอยากมีโดราเอมอนเป็นคู่หูคอยหยิบของวิเศษออกมาจากกระเป๋าอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครที่ใฝ่ฝันอยากจะมีบ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่แสนอบอุ่นได้อย่างบ้านของโนบิตะในเขตเนริมะ โตเกียว

วันนี้ HouseHub จะชวนไปสำรวจบรรยากาศของบ้านไม้ย้อนวัย ที่ได้รับการรีโนเวทจากบ้านไม้อายุ 80 ปี ให้เป็น “บ้านโนบิตะ” ชื่อเล่นที่ถูกตั้งขึ้นจากการผสมผสานวัฒนธรรมและสไตล์การออกแบบไทย-ญี่ปุ่นได้อย่างอบอุ่นไม่แพ้ไปจากบ้านของโนบิตะในกรุงโตเกียวเลย

ย้อนวัยของบ้านไม้หลังเก่า

ที่มาของบ้าน “บ้านโนบิตะ” เคยเป็นบ้านไม้เก่าที่ผ่านทั้งเรื่องราวการใช้งานมาเป็นระยะเวลานานกว่า 80 ปี และได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ มาด้วย สภาพของตัวบ้านจึงค่อนข้างทรุดโทรมเสื่อมสภาพ ถึงอย่างนั้นก็ได้ผู้ออกแบบอย่าง Junsekino architect มาช่วยปรับเปลี่ยนโฉมและปรับปรุงโครงสร้างให้ตัวบ้านแข็งแรงขึ้น ด้วยการเพิ่มเสาไมโครไพล์เพื่อรับแรงในบางส่วน เสริมชายคาเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน รวมถึงเติมแต่งหน้าตาของบ้านให้กลับมาสวยเหมือนได้กลับมาย้อนวัยหนุ่มสาวอีกครั้ง นอกจากนี้ยังผสมผสานสไตล์ญี่ปุ่นและไทยได้อย่างลงตัว

ถ้าพูดถึงบ้านสไตล์เก็นคัง เหมือนอย่างในการ์ตูนโดราเอมอน ห้องรับแขกพร้อมชุดโซฟาจะถูกออกแบบให้อยู่ด้านข้างระหว่างโถงทางเดิน ตามด้วยห้องนั่งเล่น ห้องดูโทรทัศน์ของโนบิตะ มีห้องน้ำและห้องครัวตามลำดับ แต่สำหรับบ้านโนบิตะหลังนี้ได้ถูกจัดวางพื้นที่ใหม่ให้มีทั้งความเป็นไทยและเหมาะกับการใช้งานสไตล์บ้านคนไทยมากขึ้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบบกับโถงรับแขก และพื้นที่ส่วนครัว รวมถึงจัดวางแบบ Open plan เพื่อให้ทุกคนในบ้านทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว

บันไดทางขึ้นตัวบ้านชั้นสอง ผู้ออกแบบคงเอกลักษณ์บันไดเดิมเอาไว้ เพื่อให้เจ้าของบ้านคุ้นชินกับเรื่องราวเดิมๆ ในอดีตและยังโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ของบันไดบ้านไทยอีกด้วย ส่วนห้องต่างๆ บนชั้นสองจะถูกแบ่งการใช้งานให้เป็นห้องนอนเป็นหลัก แต่ละห้องจะมีขนาดที่ไม่ได้กว้างมากนักหรืออกไปทางกระทัดรัด โดยยกเพดานให้สูงขึ้นเพื่อให้ห้องดูโปร่งโล่งไม่อึดอัด อีกทั้งยังออกแบบเตียงนอนของเด็กๆ ให้ดูน่ารักที่ช่วยเด็กๆ ได้สนุกไปกับการใช้พื้นที่และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี

ขยายความอบอุ่น

นอกจากความอบอุ่นของพื้นที่บ้านพักอาศัยของครอบครัวเจ้าของบ้านแล้ว บ้านโนบิตะยังเป็นบ้านที่มีบ้านพักคนงานอยู่ส่วนด้านหลังที่ถูกเชื่อมต่อโดยสะพานทางเชื่อม เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและกระชับความอบอุ่นของผู้อยู่อาศัยทั้งสอง อีกทั้งยังได้รับการต่อเติมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเกิดเป็นพื้นที่ใช้สอยที่มากจากและรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลายจาก 100 ตารางเมตรเป็น 300 ตารางเมตร เลยทีเดียว

หลังจากได้ขยายความอบอุ่นให้ไปถึงบ้านพักคนงานด้านหลังแล้ว ผู้ออกแบบยังได้เสริมความสวยงามให้กับบ้านหลังนี้ด้วยการอำพรางสายตาด้วยตะแกรงเหล็กสีขาวเพื่อให้คนงานรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นระหว่างการทำงาน ลัดเลาะจากหลังบ้านอ้อมมาข้างบ้านกันสักนิด จะพบกับสวนญี่ปุ่นที่สามารถมองออกมจากห้องโถงนั่งเล่นได้ในระหว่างวัน ซึ่งสวนญี่ปุ่นที่ว่านี้กลับไม่ใช่สวนญี่ปุ่นโดยแท้แต่เป็นสวนลูกผสมที่มีความเป็นไทย เพราะผู้ออกแบบต้องการผสมผสานความเป็นไทยและสร้างบรรยากาศไทยๆ ให้กับบ้านหลังนี้เข้าไปด้วย พรรณไม้ต่างๆ ที่นำมาปลูกจึงเป็นพรรณไม้ไทยปะปนอยู่อย่างกลมกลืน เช่น ต้นขนุน ต้นไผ่ หนวดปลาดุกแคระ ที่ง่ายต่อการดูแล อีกทั้งยังมีส่วนชานให้สามารถออกมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจได้ตลอดทั้งวัน

โดยรวมความยากของบ้านโนบิตะประเทศไทยหลังนี้นอกจากจะต้องต้องเสริมความแข็งแรงให้บ้านไม้อายุ 80 ปีกลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้งแล้ว ก็ยังต้องผสมผสานเรื่องราวในวันเก่าให้ลงตัวกับยุคสมัย ไปจนถึงสไตล์ที่มีความหลากหลายน่าสนใจจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำในชื่อของ “บ้านโนบิตะ” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Time machine ย้อนเวลาของโดราเอม่อนแต่แค่หวนคุณค่าของบ้านหลังเก่าและทำการรีโนเวตอย่างสร้างสรรค์เพื่อย้อนวัยให้บ้านหลังนี้สามารถใช้งานไปได้อย่างคุ้มค่าอีกหลายสิบปีเลยก็ว่าได้


Architect: Junsekino architect
Photo: Spaceshift Pirak Anurakyawachon