รวมใจไว้ที่บ้าน L35 บ้านครอบครัวที่สานเรื่องราวของคนต่างวัยให้เป็นเรื่องเล่าเดียวกัน

หากจะกล่าวถึงบ้านสักหลังหนึ่งที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวต่างวัยได้อย่างอบอุ่นแล้วล่ะก็ บ้าน L35 ที่จะเล่าสู่กันฟังอยู่นี้ คือบ้านที่แสนอบอุ่นหลังนั้นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวการใช้ชีวิตของสมาชิกต่างวัยในครอบครัว และการคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมการสร้างครอบครัวขยายเช่นในอดีตได้อย่างน่าสนใจ

โดยสถาปนิกผู้ออกแบบจาก S+S Architect จะเป็นผู้พาเราย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดในทุกๆ มุมของบ้าน ว่าก่อนจะเป็นบ้าน L35 ที่สวยงามชวนพักอาศัยอย่างที่เห็น เดิมทีเคยเป็นบ้านเก่าสองหลังแบ่งแยกสัดส่วนออกจากกันอย่างไม่มีปฏิสัมพันธ์ ซึ่งฝั่งหนึ่งของที่ดินคือบ้านไม้ของคุณพ่อคุณแม่อายุราว 40 ปี และอีกฝั่งหนึ่งคือบ้านพักอาศัยของลูกที่มีครอบครัวเดี่ยวแยกออกมาอายุราว 20 ปีไม่ต่างกัน อีกทั้งดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานของบ้านทั้งสองหลังก็ยังไม่ได้สอดคล้องต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวสักเท่าไหร่นัก การรีโนเวทปรับปรุงบ้านหลังนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้น

จุดเริ่มต้นของการสานสัมพันธ์

“กลัวนก โปร่งโล่ง ความเป็นส่วนตัว และเชื่อมโยงคนในครอบครัวด้วยพื้นที่ส่วนกลาง” คือโจทย์หลักที่เจ้าของบ้านได้ยื่นให้แก่ผู้ออกแบบ ก่อนจะถูกร้อยเรียงขึ้นใหม่โดยยกแต่ละโจทย์ออกมาเป็นคอนเซปต์ของบ้านสีขาว ที่มีการออกแบบให้แสงธรรมชาติสามารถสาดส่องเข้าไปในพื้นที่ได้มากที่สุด ซึ่งเมื่อได้ลองเปรียบเทียบภาพบ้านหลังใหม่กับบ้านหลังเดิมให้เห็นกันแล้ว บ้าน L35 ก็ดูโปร่งโล่งและสดใสขึ้นกว่าที่เคยเป็นจริงๆ

แต่ด้วยที่บ้านหลังนี้ได้อยู่ในพื้นที่ชุมชนที่ไม่ใช่หมู่บ้านปิดและมียังปัญหาเรื่องของการลักขโมยอยู่บ่อยครั้ง ประเด็นของการสร้างพื้นที่ให้มีเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ออกแบบจึงได้ออกแบบผนังรอบบ้านให้มีความสูงเกินระดับสายตา โดยเลือกใช้อิฐบล็อคช่องลมแทนการใช้วัสดุปิดทึบอื่นๆ เพื่อให้รูปด้านดูดีขึ้นและแสงรวมถึงลมธรรมชาติก็ยังสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ ขณะที่ยังอำพรางสายตาจากผู้คนภายนอกได้ในระดับหนึ่ง สำคัญคือเจ้าของบ้านค่อนข้างกลัวนก ผู้ออกแบบจึงได้ประยุกต์ใช้ตะแกรงเหล็กฉีกมาปิดกั้นไว้ในบางจุดเพื่อไม่ให้นกสามารถเข้ามาอยู่หรือทำรังในผนังช่องลมที่มีขนาดใหญ่ได้

อีกทั้งยังได้เชื่อมต่อบ้านทั้งสองหลังให้เป็นพื้นที่เดียวกันด้วยระเบียง ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมานั่งเล่นพูดคุยหรือทำกิจกรรมบนพื้นที่ส่วนกลางนี้ได้ตลอดทั้งวัน พร้อมกับปรับมุมมองให้ดูผ่อนคลายขึ้นด้วยความสดชื่นของต้นไม้ใบเขียวที่จะแทรกแซงอยู่ในทุกๆ มุมของบ้านหลังนี้

ในส่วนของพื้นที่รอบตัวบ้าน ผู้ออกแบบได้เล่าว่าบ้านหลังนี้เคยต่อเติมมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นได้ต่อเติมโครงสร้างที่ไม่ถูกวิธีเพราะมีการสร้างให้แยกตัวออกไปจากโครงสร้างบ้านหลักและทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย ผู้ออกแบบจึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทุบส่วนต่อเติมเก่าทิ้งทั้งหมด และปรับให้เป็นสวนหลังบ้านที่สามารถปลูกต้นไม้ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ได้อย่างร่มรื่น รวมถึงปัญหารั่วซึมและเลย์เอ๊าท์ภายในบ้านก็ได้ถูกแก้ไขปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมขึ้นอย่างเสร็จสรรพ เกิดเป็นบ้านหลังใหม่ที่ดูสะอาดตาโปร่งโล่ง อีกทั้งยังมีพื้นที่ใช้สอยสำหรับให้ทุกคนในครอบครัวเข้ามาใช้งานได้มากขึ้นด้วย

เรียบเรียงฟังก์ชันขึ้นใหม่ เพื่อสร้างเรื่องเล่าที่น่าจดจำ

ขณะที่ได้หวนมองภาพจำของบ้านหลังเก่าที่แต่ละโซนภายในบ้านค่อนข้างอับแสงและลมอย่างปฏิเสธไม่ได้ การนำฟังก์ชันจากการใช้งานจริงของเจ้าของบ้านมาเรียบเรียงใหม่ พร้อมกับการเพิ่มช่องแสงให้สอดรับกับพื้นที่การใช้งานจึงเป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบให้ความสำคัญ โดยเริ่มจากการปรับพื้นที่ส่วนครัวและโซนรับประทานอาหารให้มีการเชื่อมต่อกันและมีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น เพราะเจ้าของบ้านทั้งคุณแม่และลูกชอบเข้ามาใช้งานพื้นที่ส่วนนี้อยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าคงเป็นภาพที่น่ารักไม่น้อยเมื่อคนในครอบครัวมาร่วมทำอาหารและรับประทานอาหารร่วมกันในบริเวณนี้

ประกอบกับแต่ละมุมของบ้านก็ยังมีการเพิ่มพื้นที่นั่งและและทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจเข้าไปค่อนข้างหลายมุม จึงช่วยให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนในครอบครัวสามารถใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ภายในบ้านได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ นอกบ้านเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อการสานความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวขยายอย่างมาก ที่มีผู้อยู่อาศัยหลายช่วงอายุ เพราะแต่ละพื้นที่ภายในบ้านจะเต็มไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลายสอดแทรกได้หลายช่วงวัย อีกทั้งเมื่อลูกหรือหลานไม่ต้องออกไปหากิจกรรมนอกบ้านทำ ก็ยังทำให้พวกเขามีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกันมากขึ้นด้วย

โดยเฉพาะพื้นที่ในส่วนชั้นสอง ที่เดิมเคยเป็นโซนนั่งเล่นอยู่แล้วแต่ค่อนข้างทึบแสง ผู้ออกแบบจึงปรับพื้นที่นี้ให้ดูสว่างขึ้นแต่ยังคงความเป็นพื้นที่ส่วนกลางอีกส่วนหนึ่งสำหรับคนในครอบครัวอยู่ อีกทั้งยังเพิ่มฟังก์ชันให้สามารถเป็นพื้นที่ทำงานสำหรับช่วง Work from home ได้ด้วย ไปจนถึงห้องน้ำและทุกๆ ห้องของบ้านก็ได้ปรับเปลี่ยนให้มีการใช้งานที่ลงตัวขึ้นกับทุกคนภายใต้สไตล์ที่ผสมผสานและยังคงคาแรกเตอร์ของเจ้าของบ้านทุกคนได้เป็นอย่างดี

สีสันของบ้านที่คึกคักขึ้นด้วยการออกแบบลงตัว

ผู้ออกแบบได้ทิ้งท้ายและเล่าถึงผลตอบรับที่เจ้าของบ้านได้เล่าให้เขาฟังหลังจากย้ายเข้าไปอยู่อีกด้วยว่า ตอนแรกเขานั้นไม่เข้าใจว่าการทุบหรือดีไซน์ให้โปร่งโล่งหน้าตาของบ้านจะออกมาเป็นอย่างไรและดีกับครอบครัวเขาอย่างไร แต่พอบ้านสร้างเสร็จพร้อมกับย้ายเข้ามาอยู่จึงเข้าใจว่าทุกๆ มุมที่ผู้ออกแบบได้ดีไซน์ให้นั้นสามารถตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวและมีความสุขกับการอยู่บ้านมากขึ้น อีกทั้งสมัยก่อนพื้นที่ส่วนกลางของบ้านยังแทบไม่เคยถูกใช้งาน เพราะแต่ละคนจะต่างอยู่แต่ภายในห้องนอนของตนเอง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นว่าทุกคนในครอบครัวมักลงมาใช้พื้นที่ส่วนกลางนี้และได้พบปะกันอยู่เสมอ ไปจนถึงชวนเพื่อนๆ มาเยี่ยมเยือนได้อย่างไม่ขาดสาย

หรือแม้แต่ไลฟ์สไตล์บางอย่างของคนในครอบครัวยังเปลี่ยนไปด้วยการออกแบบที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น เช่น การปลูกต้นไม้ การนั่งอ่านหนังสือ หรือการสังสรรค์ปาร์ตี้ที่หันมาใช้พื้นที่ภายในบ้านแทนออกไปนอกบ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องเล่าเรื่องใหม่ของบ้าน L35 ที่เต็มด้วยความอบอุ่นและพื้นที่ของการสร้างความทรงจำที่ดีของคนในครอบครัวที่เชื่อว่าผู้ออกแบบอย่าง S+S Architect คงจะมีพลอยยิ้มไปกับเรื่องราวน่ารักๆ เหล่านี้ไปด้วยไม่น้อยเช่นกัน


Project: L35
Architect:
S+S Architect 
Photo Credit:
S+S Architect