บ้านพระจันทร์ที่มองเห็น ‘พระจันทร์’ ได้จากพื้นที่ใช้สอยจำกัด

ตัวตน ความทรงจำ ความชื่นชอบ และประสบการณ์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ถูกผสมผสานรวมกันจนออกมาเป็น ‘บ้านพระจันทร์’ ทาวน์เฮ้าส์รีโนเวทสองชั้นในย่านดอนเมืองที่นอกจากจะตอบโจทย์การอยู่อาศัยแล้ว ยังเก็บความทรงจำเก่าของเจ้าของบ้านไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นไปด้วยการออกแบบต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นฟาซาดสีดำที่สร้างความเป็นส่วนตัวและบังแสงแดด การปรับเปลี่ยนพื้นที่ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง รวมถึงมุมไฮไลท์เด่นของบ้านอย่างพื้นที่บริเวณชั้นลอยที่สามารถเปิดช่องให้คนในบ้านสามารถมองเห็น ‘พระจันทร์’ ใครที่คิดอยากสร้างบ้านใหม่หรือกำลังวางแผนรีโนเวทบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่เก๋ๆ เราชวน ตู่-พิศิษฐ์ ทองดา นักออกแบบตกแต่งภายในจาก SMO Design Studio มาพูดคุยถึงไอเดียและแนวคิดในการออกแบบของโปรเจ็กต์รีโนเวททาวน์เฮ้าส์อายุ 40 ปีที่ได้กลายมาเป็นบ้านและสตูดิโอสำหรับคนรุ่นใหม่แห่งนี้ เพื่อให้ทุกคนมาเก็บไอเดียไว้ใช้ในการออกแบบและเป็นแรงบันดาลใจแต่งบ้านกัน ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย

บ้านหลังใหม่ที่คุ้นเคย

ที่มาของบ้านหลังนี้ เดิมทีเป็นที่พักอาศัยเก่าแก่ที่มีอายุมานานกว่า 40 ปีแล้ว ตั้งอยู่ในย่านดอนเมืองของกรุงเทพฯ แต่เจอเหตุการณ์น้ำท่วมในปี พ.ศ. 2554 ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้านเสียหาย และไม่มีคนอยู่อาศัยมานานถึง 5 ปี แต่ด้วยความทรงจำ และประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เคยมีอยู่ในบ้านหลังนี้ เจ้าของบ้านจึงตัดสินใจที่จะชุบชีวิตปรับเปลี่ยนบ้านหลังเก่าให้กลับมามีชีวิตชีวาจนกลายเป็นบ้านและสตูดิโอแห่งใหม่ที่คุ้นเคย ซึ่งหากมองเผินๆ ทาวน์เฮ้าส์แห่งนี้ก็เหมือนกับโปรเจ็กต์รีโนเวทบ้านเก่าทั่วไป หากแต่ลึกลงไปในรายละเอียดกลับเต็มไปด้วยรายละเอียดจากตัวตน ความชื่นชอบ รวมถึงความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมีในบ้านหลังนี้ของเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภาพสุนัขที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘ตาหวาน’ สุนัขของเจ้าของบ้านที่ได้ลาจากไปแล้ว หรือเฟอร์นิเจอร์ตัวเก่าที่เจ้าของบ้านยังคงเก็บรักษาไว้

คุณตู่ สถาปนิกผู้ออกแบบจาก SMO Design Studio เล่าถึงโจทย์การออกแบบว่า “ที่นี้ไม่ได้มี Requirement อะไรเลย ไม่ได้มีโจทย์ขึ้นมาตั้งแต่ต้น แต่มีอยู่สองสามเรื่องที่เราพยายามจะใช้ดีไซน์เข้าไปแก้ปัญหา อย่างเช่น ถ้าเป็นนามธรรมหน่อยก็คือ เจ้าของบ้านเขาอยากจะเก็บความรู้สึกเก่าๆ ทั้งหมดไว้ อีกอย่างนึงก็คือ อยากจะให้ตัวอาคารสามารถดูแลผู้พักอาศัยได้ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การใช้ประโยชน์ใช้พื้นที่ใช้สอยที่ดีกว่าเดิม เพราะว่าคนที่อยู่อาศัยเขาก็โตขึ้น เขาก็เปลี่ยนพฤติกรรมไปเรื่อยๆ จากโจทย์ที่ว่า เพื่อจะเก็บเรื่องราวเก่าๆ ที่เขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรก อย่างเช่น เรื่องของชีวิตในวัยเด็ก เรื่องของสุนัขที่เขาเลี้ยง หรือเรื่องของกิจกรรมที่เขาชอบ เช่น การถ่ายรูป งานศิลปะ ทั้งหมดนี้เลยแปรเปลี่ยนมาเป็นดีไซน์ รวมถึงเป็นพื้นที่ของตัวอาคาร”

บ้านที่ปกป้องคนในบ้านได้

สิ่งที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นของบ้านคือ ‘ฟาซาดสีดำ’ หากมองจากด้านหน้าของบ้านดีๆ เราจะเห็นว่าฟาซาดถูกออกแบบมาเพื่อบังสายตาด้วยตะแกรงเหล็ก โดยใช้เป็น Double Wall ซ้อนกันอยู่ เพื่อให้ช่วยบังแสงอาทิตย์และระบายลมได้ ซึ่งผู้ออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากหุ่นยนต์โบราณที่เรามักเห็นว่ามีตะแกรงเป็นซี่เหมือนอยู่ในลูกกรง เมื่อสวมชุดหุ่นยนต์ก็จะมีความโปร่งสามารถมองออกไปข้างนอกได้ แต่กลับกันหากเป็นคนภายนอกที่มองเข้ามาด้านในจะไม่ค่อยเห็น เพราะมีฟาซาดทำหน้าที่บังสายตาจากรอบข้าง และทำให้คนในบ้านรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น และเนื่องจากพื้นที่ของบ้านเคยถูกน้ำท่วมมาก่อน ผู้ออกแบบยังยกระดับพื้นเดิมให้สูงขึ้นมาอีกประมาณ 15 เซนติเมตร สเต็ปของพื้นจึงถูกไล่ระดับมาตั้งแต่หน้าถนนจนเข้ามาด้านในทีละน้อย และปรับพื้นที่บริเวณทางเข้าบ้านไม่ให้ร้อนจนเกินไปด้วยหลังคาขึงที่ช่วยป้องกันแสงแดด รวมถึงมีการปลูกต้นไม้ข้างหน้า เพื่อสร้างความร่มรื่นยิ่งขึ้น

ใช้ดีไซน์แก้ไขปัญหา

เนื่องจากพื้นที่ของบ้านเคยถูกน้ำท่วมมาก่อน ผู้ออกแบบยังยกระดับพื้นเดิมให้สูงขึ้นมาอีกประมาณ 15 เซนติเมตร สเต็ปของพื้นจึงถูกไล่ระดับมาตั้งแต่หน้าถนนจนเข้ามาด้านในทีละน้อย ใช้พื้นทรายล้างสีดำ ล้อไปกับตัวรั้วและฟาซาดโทนสีดำ และปรับพื้นที่บริเวณทางเข้าบ้านไม่ให้ร้อนจนเกินไปด้วยหลังคาขึงที่ช่วยป้องกันแสงแดด รวมถึงมีการปลูกต้นไม้ข้างหน้า ทำให้ส่วนหน้าบ้านเป็นพื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์ที่มีความร่มรื่นยิ่งขึ้น

พื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น

นอกจากฟาซาดที่ถูกปรับรูปแบบให้เป็นหน้ากากอาคารใหม่ ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชันที่ปกป้องสายตาจากคนภายนอก ผู้ออกแบบยังตั้งใจที่จะดีไซน์ในการแก้ไขปัญหาอยู่ 2 เรื่องหลักๆ ด้วยกัน อย่างแรกคือ พื้นที่ใช้สอยไม่เอื้ออำนวย ส่วนอย่างที่สองคือเรื่องของแสงสว่างและลมเข้ามาในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เมื่อเดินเข้าไปในบ้านจะพบกับ Common Area ที่เป็นส่วนนั่งพักผ่อนได้ รับแขกได้ รับประทานอาหารได้

ด้วยความที่บ้านมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่เจ้าของบ้านมีข้าวของเครื่องใช้ค่อนข้างเยอะ ผู้ออกแบบจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่ของบ้านอย่างส่วนของ Walk-in Closet ซึ่งเดิมทีเคยอยู่ชั้นบนของบ้าน ก่อนจะถูกย้ายลงมาตรงบริเวณพื้นที่ใต้บันไดของชั้นล่างแทน ทำให้เจ้าของบ้านมี Walk-in Closet ที่สามารถจัดเก็บของจัดเก็บเสื้อผ้าได้มากขึ้น และได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดที่แต่เดิมไม่ได้ถูกใช้งานอะไร ให้เกิดพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้ดีกว่าเดิม ผ่านการทำตู้เหล็กบานสูงจรดคานชั้น 2 เพื่อจะเก็บของที่มีในบ้านได้อย่างเต็มที่

“เมื่อเข้ามาถึงส่วนของ Living เราไม่อยากให้มันรู้สึกทึบหรืออึดอัดมาก ประกอบกับเจ้าของบ้านมีข้าวของเครื่องใช้ค่อนข้างเยอะ และเขาต้องการพื้นที่เก็บเสื้อผ้า เราจึงย้ายส่วนที่เป็น Walk-in Closet จากชั้นบนลงมาชั้นล่างทั้งหมดเลย เป็นการเก็บเสื้อผ้าที่ข้างในมีทั้งชั้นวางเสื้อผ้า ราวแขวนเสื้อผ้า และมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะประมาณ 10 ตารางเมตร ส่วนด้านหลังจะเป็นบันไดที่กั้นอยู่”

ห้องครัวเพดานสูง อากาศหมุนเวียน

ไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่ในแนวนอนเท่านั้น ทาวน์เฮาส์อายุ 40 ปีแห่งนี้ยังเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่แนวตั้งอีกด้วย โดยรักษาโครงสร้างบ้านแบบเก่าเอาไว้ ยกตัวอย่างห้องครัว เพื่อไม่ให้คนที่อยู่อาศัยภายในบ้านรู้สึกร้อนจนเกินไป บริเวณห้องครัวจึงยังใช้โครงสร้างเดิม แต่หลังคาของครัวถูกผลักให้สูงขึ้นไปถึงพื้นที่ชั้น 2 ของทาวน์เฮ้าส์ นำแสงเข้าสู่ครัวด้วยวัสดุโพลิคาร์บอเนต double space เพื่อเพิ่มการระบายอากาศและความร้อนให้ดียิ่งขึ้น

ปรับเปลี่ยนพื้นที่ เพิ่มพื้นที่ชั้นลอย

ชั้นสองของบ้านประกอบด้วยห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่มีพื้นที่ไฮไลท์ของบ้านอย่างบริเวณชั้นลอยที่สามารถปีนบันไดขึ้นไปได้เลยจากห้องนอน บริเวณชั้นลอยทำให้มีช่องแสงบานกระทุ้ง ซึ่งผู้ออกแบบสร้างช่องเปิด เพื่อเปิดรับแสงและลม รวมถึงเปิดให้เห็นบรรยากาศภายนอก ถ่ายเทความร้อนบริเวณใต้หลังคาออกไปข้างนอก มองเห็นวิวในระดับสูงกว่าหลังคาบ้านของคนอื่นได้ ถือเป็นอีกไอเดียดีๆ ในการสร้างพื้นที่พักผ่อนให้สามารถขึ้นไปสังเกตท้องฟ้าได้จากมุมเล็กกรอบหน้าต่าง เหมาะกับชื่อ ‘บ้านของดวงจันทร์’ ที่ได้รับการตั้งชื่อตามเจ้าของรุ่นใหม่

“พื้นที่ของชั้นลอยยังมีระเบียงที่เวลาเรายืนอยู่ในห้องนอนก็สามารถพูดคุยกับคนชั้นลอยข้างบนได้ อันนี้ก็คือเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอนเขา ลูกเล่นของห้องนอนก็มีประมาณนี้ ขึ้นไปก็อ่านหนังสือ ทำงานกลางคืนได้ เปิดหน้าต่างดูท้องฟ้าข้างบนได้” และทั้งหมดนี้คือ “บ้านพระจันทร์” ที่เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าอายุกว่า 40 ปี ให้เป็นบ้านน่าอยู่หลังใหม่ หวังว่าใครที่กำลังแพลนสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้านใหม่จะเก็บเกี่ยวไอเดียเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจหรือหากใครที่สนใจอยากให้สถาปิกผู้ออกแบบเข้าไปช่วยปรับเปลี่ยนบ้านใหม่ ก็สามารติดต่อได้ที่ SMO Design Studio ได้เลย


BAAN PHRA JAN – บ้านพระจันทร์
Architects: สโม – SMO Design Studio
Location: Don Muang, Bangkok, Thailand
Category: Residential Project ( Renovate Project )
Construction: SMO Design Studio ( Finished )
Area: 110 sqr.meter
Project Year: 2021