The Journey of Smeg จากตระกูลช่างเหล็กสู่เทคโนโลยีและดีไซน์ในครัว

หากจะมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และการใช้งาน แบรนด์ Smeg คงเป็นชื่อต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ภาพตู้เย็นสไตล์ 50’S RETRO รูปทรงโค้งมนสีสันจัดจ้าน หรือเตาอบไฟฟ้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเลิศทุกการปรุงอาหารคาวหวาน แต่กว่า Smeg จะเดินทางมาอยู่ในใจของเหล่าพ่อครัวแม่ครัว และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างในปัจจุบัน หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าแบรนด์นี้ก่อตั้งโดยครอบครัวช่างตีเหล็ก จากเมืองเล็กๆ ในประเทศอิตาลี วันนี้เราจึงขอพาทุกท่านร่วมเดินทางไปรู้จักกับความเป็นมาของ Smeg ไปด้วยกัน

กว่าจะมาเป็น Smeg เทคโนโลยีที่ทำให้ทุกคนเพลิดเพลินกับงานครัว

ย้อนไปเมื่อ 70 กว่าปีก่อน วิตตอริโอ เบอร์ทาสโซนี (Vittorio Bertazzoni) สมาชิกคนหนึ่งของตระกูลช่างตีเหล็กแห่งเมืองกัวตาลา ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เริ่มผลิตคิดค้นเครื่องใช้ภายในครัว ภายใต้ชื่อ “SMEG” ซึ่งย่อมาจาก Smalterie Metallurgiche Emiliane Guastalla แปลว่า โรงงานเคลือบโลหะจากเมือง Guastalla จังหวัด Reggio Emilia วิตตอริโอได้คิดค้นเครื่องใช้แยกย่อยหลากหลายแขนง ทั้งเตาทำความร้อน และเครื่องซักล้างอัตโนมัติ โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเครื่องแรกที่เขาคิดค้นขึ้นมา คือ Cooker หรือเครื่องปรุงอาหารที่ด้านบนเป็นเตาแก๊ส ส่วนด้านล่างเป็นเตาอบ ซึ่งเรียกว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเบสิกที่หลายๆ บ้านต้องมีความพยายามและความทุ่มเทโดยใช้ความรู้จากการเป็น “ช่างเหล็ก” ของเขา นำ Smeg ไปสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ในครัวเรือนของอิตาลี หลังจากมีชื่อเสียงในตลาดเครื่องใช้ภายในครัวเรือนแล้ว Smeg ได้ขยายส่วนแบ่งการตลาดโดยแยกย่อยเป็น Smeg Foodeservice Solutions ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในคำปรึกษากับธุรกิจภัตตาคารและในปี ค.ศ. 1985 ก่อตั้ง Smeg Instruments ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องซักล้างและเครื่องล้างจานอัตโนมัติ

7 ทศวรรษในการเดินทาง จากเทคโนโลยียุคแรก สู่ Smeg ในยุคใหม่

Smeg ในยุคแรกนั้น โดดเด่นด้วยวัสดุคุณภาพสูง เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ตอบโจทย์และช่วยแก้ปัญหาของผู้ใช้งาน ไม่ว่าเรื่องสรีระศาสตร์ ความเสถียรของความร้อนและอุณหภูมิของเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลมาจากประสบการณ์การทำงานจริงจังในการเป็นช่างตีเหล็ก ซึ่งเป็นกิจการเก่าแก่ของครอบครัว ต่อมาในปี ค.ศ. 1985 Smeg ได้ร่วมมือกับสถาปนิก นักออกแบบชื่อดังมากมาย เช่น Guido Canali, Mario Bellini และ Renzo Piano พวกเขาได้ร่วมกันรังสรรค์ความงามทางศิลปะ และเติมความมีสไตล์ให้กับเทคโนโลยี ผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนอย่าง ตู้เย็น เตาอบไฟฟ้า และเตาความร้อน โดยไม่ได้มองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องใช้เท่านั้น แต่เป็น “งานศิลปะ” ชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ในครัว ตั้งแต่นั้นมา ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นของ Smeg กลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและสร้างการจดจำในระดับโลก ด้วยความโดดเด่นด้านดีไซน์ผนวกกับการใช้งานที่คงทนเหนือกาลเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญมาตั้งแต่ยุคแรก นับเป็นเป็นการเดินทางกว่า 7 ทศวรรษ ที่แบรนด์ยังคงเก็บเกี่ยวทุกคุณสมบัติอันโดดเด่นไว้ได้ครบทุกประการ

“ดีไซน์” และ “รายละเอียด” ที่แตกต่าง

Smeg ในยุคปัจจุบัน มีสโลแกนว่า “Technology with style” ซึ่งแปลตรงตัวง่ายๆ ว่า เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับสไตล์ และแน่นอนว่านี่คือตัวตนของแบรนด์ที่หลายคนจำเป็นภาพติดตาไปแล้ว Smeg ได้ร่วมมือกับแบรนด์ไอคอนิกระดับโลก เช่น Mini Cooper, Disney, Dolce & Gabbana เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบโดดเด่น บรรดาคนดังระดับโลกมากมายเลือกใช้สินค้าของ smeg ตู้เย็นของ Smeg หลายรุ่นเป็นที่จดจำผ่านวัฒนธรรมป๊อบมากมาย ส่วนมากมักจะจากดาราและภาพยนต์ฮอลลีวูด โดยเฉพาะตู้เย็นรุ่น FAB28 ที่มีสีสันให้เลือกหลายหลาย ส่วนมากจะเป็นสีโทนสว่างสดใสและเน้นลวดลายที่มีเอกลักษณ์เช่น ธงชาติ หรือตัวการ์ตูนที่เป็นที่จดจำของผู้คน ทำให้ตู้เย็นของ Smeg รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของแบรนด์ในยุคปัจจุบัน

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มองข้ามปัญหาเล็กๆ

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นของ Smeg ได้รับการออกแบบให้ช่วยแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในครัว ซึ่งมักจะไม่มีใครนึกถึง เช่น เครื่องปิ้งขนมปังที่มีช่องใส่ขนมเป็นพิเศษ สำหรับการอบขนมปังแผ่นใหญ่ เครื่องปั่นอาหารที่มีระบบ Safety lock เมื่อยกโถปั่นออกจากเครื่อง และสามารถตั้งโปรแกรมอัตโนมัติได้ 3 แบบ Smoothie, Ice crush, และ Pulse เครื่องปั่นแบบมือถือ ด้ามจับเหมาะกับสรีระและไม่ลื่น จับแล้วเข้าอุ้งมือพอดี ไม่ต้องยกบ่าให้เมื่อย เครื่องคั้นน้ำผลไม้ ที่มีพวยรินน้ำวัสดุสเตนเลสสตีล กันน้ำกระเด็น มีขาวางกันลื่น และเครื่องผสมอาหาร ที่ออกแบบมาให้ปุ่มปรับความเร็วอยู่ด้านบน สามารถใช้ได้สะดวกทั้งคนถนัดซ้ายและคนถนัดขวา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ทำให้ Smeg มีความแตกต่าง และเข้าไปอยู่ในใจผู้ใช้งานมายาวนานกว่า 70 ปี

ตอบโจทย์ Pain Point ของคนชอบแต่งครัว

คนชอบแต่งครัวส่วนใหญ่มักต้องสะดุดกับปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เข้ากับสไตล์ครัว แต่สินค้าของ Smeg ไม่ได้มีเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเตาอบ ตู้เย็น หรือเตาไฟฟ้าเท่านั้น ยังครอบคลุมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น ตู้เก็บไวน์ เครื่องรีดเส้นพาสต้า เครื่องทำกาแฟ อุปกรณ์เสริมสำหรับทำไอศกรีม เครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้าเซรามิก อ่างล้างจาน ฯลฯ ทุกชนิดมาพร้อมกับสีสันที่หลากหลาย และยังมีไลน์สินค้าที่ครอบคลุมการตกแต่งบ้านทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Victoria, Classic, Linea, Coloniale, Portofino, 50’s retro style เพราะ Smeg เชื่อว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันต้องไม่เพียงเป็นแค่เครื่องอำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่ต้องได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สร้างบรรยากาศดีๆ ให้พื้นที่ในครัว ด้วยรูปทรงโค้งมนที่เป็นเอกลักษณ์ ดีไซน์สะอาดตา และมาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยี และฟังก์ชันการใช้งานอยู่เสมอ Smeg จึงตอบโจทย์ทุก Pain Point ของคนรักครัว ให้คุณได้แต่งเติมพื้นที่ในครัวด้วยสไตล์ของคุณเอง


ข้อมูลอ้างอิงจาก
http://www.smeg.co.th
http://www.smeg.com/us