My XS Gaden พื้นที่ไซส์จิ๋วก็จัดสวนได้

กล่องหน้ากากอนามัยที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโต๊ะ เจลแอลกอฮอล์แกลลอนใหญ่ที่ถูกเพิ่มมาในลิสต์ซื้อของ ชุดทำงานชิคๆ ที่รีดเก็บไว้เต็มตู้ รองเท้าวิ่งที่ค่อยๆ ถูกดันไว้ในสุดของชั้น ปฏิทินในมือถือที่อัดแน่นด้วยลิงก์ประชุมออนไลน์ สิ่งเหล่านี้เริ่มกลายเป็นความเคยชินในชีวิตอันไม่ปกติขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตของเราถูกผูกติดไว้ในบริเวณที่อยู่อาศัยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ในพื้นที่อันจำกัดนี้ หากจะมีอะไรที่พอทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย หัวใจพองฟูขึ้นมาได้บ้าง เราก็อยากชวนทุกคนมาทำสิ่งนั้นกันดู อย่างเช่นการได้ทำกิจกรรมจัดสวน ออกแบบพื้นที่ปลูกต้นไม้ ให้พื้นที่เล็กๆ สักมุมหนึ่งในบ้านหรือคอนโดของเรา กลายเป็นพื้นพี่พักผ่อน และยังทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง หยุดพักจากข่าวสารรอบกายบ้าง ถ้าหากที่พักอาศัยของคุณไม่ได้มีพื้นที่เยอะ

ลองมาดูไอเดียการจัดสวนไซส์เล็กๆ ขนาด XS กันดู ไม่แน่ว่า นอกจากการได้กิจกรรมพักผ่อนและมุมโปรดสบายตาแล้ว คุณอาจได้วัตถุดิบปลอดสารพิษที่ปลูกเองไว้เนรมิตเมนูอร่อยๆ ด้วยก็ได้

ระเบียงแคบก็ปลูกผักสวนครัวได้

หลายคนมีระเบียงเล็กๆ อยู่หลังห้อง และไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมากมายไปกว่าวางราวตากผ้า หรือเป็นที่ติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ จริงๆ แล้ว พื้นที่ตรงนี้เหมาะสมกับการทำแปลงผักสวนครัวมากที่สุด และถ้าไม่อยากก้มๆ เงยๆ เพื่อรดน้ำ พรวนดิน แนะนำให้หาโต๊ะเล็กๆ มาวางไว้ที่ริมระเบียงสักตัว จากนั้นก็เนรมิตพื้นที่บนโต๊ะให้กลายเป็นแปลงผักสวนครัวของเราซะเลย ถ้าต้องการปลูกผักหลายชนิด ชั้นวางแนวตั้งก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดสรรพื้นที่ ที่สำคัญต้องดูชนิดของพืชที่จะนำมาปลูกด้วย หากระเบียงหันไปทางทิศตะวันตก จะมีแดดจัดในช่วงเวลาบ่ายถึงเย็น ควรเลือกผักต้นเล็กที่ชอบแดดร้อน เช่น คะน้า ผักสลัด แต่หากระเบียงหันไปทางทิศตะวันออก หรือแดดร่มเกือบทั้งวัน อาจจะเลือกผักที่ไม่ชอบแดดจัดนัก เช่น พริก โหระพา กะเพรา เป็นต้น

เปลี่ยนผนังให้กลายเป็นงานศิลปะด้วยสวนแนวตั้ง

การจัดสวนแนวตั้ง ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอในแนวราบ เป็นการใช้พื้นที่แนวสูงของบ้านให้เกิดประโยชน์ ทำให้บ้านมีมุมพักผ่อนเล็กๆ ที่สวยงาม ร่มรื่น เปรียบเสมือนการตกแต่งผนังด้วยงานศิลปะเลยทีเดียว ปัจจุบันจึงเป็นรูปแบบการจัดสวนที่นิยมกันมาก สามารถทำได้ทั้งพื้นที่ในอาคารและนอกอาคาร สวนแนวตั้งประกอบด้วยวัสดุยึดแผงปลูก บล็อกใส่ต้นไม้ ระบบน้ำ และมักใช้กาบมะพร้าวหรือวัสดุทดแทนดินในการปลูกพืช เพราะมีน้ำหนักเบา ไม่หกเลอะเทอะเป็นคราบเหมือนดิน การปลูกส่วนใหญ่จะไล่ตามระดับความต้องการน้ำของพืช พืชที่ต้องการน้ำน้อยจะปลูกไว้ชั้นบน และพืชที่ต้องการน้ำมากจะปลูกไว้ชั้นล่าง พืชที่นิยมนำมาปลูกเป็นสวนแนวตั้งเช่น เฟิร์น มอส หรือพืชตระกูลพลูต่างๆ

เพิ่มความสดชื่นให้ห้องด้วยไม้กระถาง

ช่วงนี้กระแสปลูกต้นไม้ในบ้านกำลังเป็นเทรนด์ฮิตทั่วโลก เนื่องจากจากสถานการณ์การระบาดของ Covid – 19 ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่บ้าน การปลูกต้นไม้โดยเฉพาะการปลูกในบ้านจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่หลายคนหันมาทำกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะสามารถฟอกอากาศได้แล้ว ยังเสริมบรรยากาศในห้องให้ดูมีชีวิตชีวา แค่เพียงจัดหามุมเล็กๆ อย่างข้างตู้วางทีวี หรือพื้นที่วางระหว่างโซฟา เพื่อใช้สำหรับวางกระถาง โดยอาจวางใบเดียวให้ดูโดดเด่น หรือวางกระถางเรียงเป็นแถวตามแนวทางเดิน วางเป็นคู่ หรือจัดหมวดหมู่ไว้ตรงมุมห้อง แล้วแต่จะรังสรรค์ส่วนชนิดพืชที่นำมาปลูกในบ้านควรเป็นประเภท Cam plant หรือพืชที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในเวลากลางวัน และคายออกซิเจนในเวลากลางคืน เช่น ต้นอากาเว่ ต้นลิ้นมังกร หรือว่านหางจระเข้ อีกทั้งพืชเหล่านี้ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องการน้ำเยอะ ไม่ต้องการแดดจัด และมีหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้การจัดเป็นสวนเล็กๆ ภายในบ้านนั้นกลายเป็นเรื่องสนุกไปเลย

อย่ามองข้ามพื้นที่ขอบหน้าต่าง

พื้นที่เล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามอย่างริมหน้าต่าง ก็สามารถปลูกต้นไม้ได้ ลองหากระถางเล็กๆ มาวางบริเวณขอบหน้าต่าง แค่นี้ก็ช่วยเติมสีสันทำให้ห้องสดใส จะมองจากนอกบ้านหรือในบ้านก็ดูสวยรูปแบบหน้าต่างที่เหมาะสมกับการปลูกต้นไม้แบบนี้คือ หน้าต่างบานเลื่อน หรือหน้าต่างแบบติดตาย ควรจัดวางระยะกระถางให้เหมาะสม เลือกกระถางที่ทำด้วยวัสดุที่ตกแล้วไม่แตก อย่างพลาสติกหรือไม้ ข้อดีอีกอย่างของการปลูกต้นไม้ริมหน้าต่างคือ ต้นไม้ของเราจะได้รับแสงสว่างอย่างเพียงพอ ไม่ต้องคอยเอาออกมาวางรับแสงบ่อยๆ ควรเลือกต้นไม้ต้นเล็กที่ชอบแดด เช่น แคคตัส ฟิโลใบหัวใจ ลิ้นมังกรแคระ คุณนายตื่นสาย หรือพืชสมุนไพร ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก เช่น โรสแมรี่ สวีทเบซิล ออริกาโน่ พาร์สลีย์ มิ้นต์ หรือไธม์ นำมาใส่กระถางวางไว้ริมหน้าต่างในครัวที่แดดไม่ร้อนจัด นอกจากจะได้นำมาทำอาหารแล้ว ยังเปลี่ยนทิวทัศน์หน้าต่างให้สวยขึ้นอีกด้วย

แจกันดอกไม้คือทางออกสุดท้าย

หากพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยจริงๆ ลองใช้เป็นแจกันดอกไม้มาวางตกแต่งแทน เพียงแค่หาแจกันหรือขวดโหลแก้วทรงที่ชอบ มาจับคู่กับพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับการใส่แจกัน เช่น ดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ ดอกกล้วยไม้ ดอกคาร์เนชั่น หรือพลูด่าง นำไปวางมุมไหนก็สวยได้ทันที ไม่ว่าจะบนโต๊ะทำงาน หรือมุมอื่นๆ ของบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องครัว แม้กระทั่งห้องน้ำ ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่น เติมชีวิตชีวาให้มุมโปรดภายในบ้านได้เป็นอย่างดี ข้อดีของเหล่าดอกไม้ใบไม้ในแจกันคือไม่ต้องดูแลบำรุงรักษา สามารถเปลี่ยนชนิดไปได้เรื่อยๆ ดอกไม้บางชนิดแม้จะกลายสภาพเป็นดอกไม้แห้ง ก็ยังสามารถอยู่ทรงสวยงามต่อได้อีกนาน จะเทน้ำออกแล้วใส่ไว้ในแจกันเหมือนเดิม หรือนำไปประดับตกแต่งส่วนอื่นของบ้าน ก็ช่วยเสริมบรรยากาศให้บ้านดูน่ารักน่ามองมากขึ้น