30 วัน 30 เมนู อร่อยได้แบบไม่ต้องเหลือทิ้ง!

ในช่วงวิกฤติโควิด-19 แบบนี้ หลายคนต่างก็ต้องกักตัวอยู่บ้าน Work From Home และทำอาหารกินเอง เพื่อช่วยกันยับยั้งการระบาดของโรค แต่ทำกินเองนานๆ เมนูอาหารก็เริ่มจะตัน จะสั่ง Delivery มาบ่อยๆ ก็เปลืองเงิน วันนี้เราจึงนำ 30 เมนู ที่ทำง่ายแต่อร่อยและได้คุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน ทำวนได้ไม่มีเบื่อ และที่สำคัญยังเป็น 30 เมนู ที่ใช้วัตถุดิบเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การปรุงอาหารเป็นแบบ Zero-waste มากที่สุด เรียกว่าเป็นการวางแผนมื้ออร่อย 30 วัน 30 เมนู ที่อร่อยได้แบบไม่ต้องเหลือทิ้ง ทำอาหารคาวหวานได้หลากหลายเมนู ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมตั้งเตาเข้าครัวกันเลย!


1. แซนด์วิชไข่คน อิ่มเบาๆ ยามเช้า

แซนด์วิชไข่คนที่มีเนื้อสัมผัสกรอบๆ ของขนมปังและความนุ่มนวลของไส้ไข่คน เมนูยามเช้าที่ประหยัดเวลา เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร และใช้วัตถุดิบที่ใครๆ ก็มีติดครัวไว้อยู่แล้ว

ส่วนผสม
1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. ขนมปัง 1 คู่
3. เกลือ 1 หยิบมือ
4. เนย 1 ช้อนโต๊ะ
5. มะเขือเทศ + ผักสลัดตามชอบ

วิธีทำ

1. ตั้งกระทะไฟเบา นำขนมปังมาแนบกับกระทะเพื่อให้ขนมอุ่นและกรอบ
2. ระหว่างอุ่นขนมปัง ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีไข่ให้เข้ากัน ปรุงรสไข่ด้วยเกลือ 1 หยิบมือ
3. เมื่อขนมปังเริ่มร้อนและกรอบ ให้นำออกจากกระทะมาพักไว้
4. ในกระทะใบเดิมที่ร้อนอยู่ ให้ใช้ไฟเบา ใส่เนยลงไปเคลือบกระทะ เมื่อเนยเริ่มละลายส่งกลิ่นหอม ใส่ไข่ลงไป คนไข่เบาๆ จนสุกตามที่ต้องการ
5. ตักไข่ลงบนขนมปัง วางมะเขือเทศและผักสลัด แล้วนำขนมปังอีกแผ่นมาประกบเป็นแซนด์วิช

2. ยำไข่ดาว เปลี่ยนเมนูไข่ให้จี๊ดจ๊าดกว่าเดิม

ยำไข่ดาว เป็นเมนูกับข้าวง่ายๆ ที่เข้ากันได้ดีกับทั้งข้าวสวยและข้าวต้ม เปลี่ยนไข่ดาวธรรมดาที่จำเจให้จัดจ้านแถมยังมีประโยชน์มากกว่าเดิม

วัตถุดิบ
1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. น้ำมันพืช
3. หอมหัวใหญ่ ¼ หัว
4. ต้นหอม 1 ต้น
5. ผักชี 1 ต้น
6. พริกแดงจินดา 3 เม็ด
7. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เตรียมน้ำยำ โดยซอยพริกใส่ลงในถ้วยผสม ตามด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาล คนส่วนผสมให้เข้ากัน ปรับรสได้ตามชอบ
2. ตั้งกระทะสำหรับทอดไข่ดาว ใส่น้ำมันให้ท่วมก้นกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนให้ตอกไข่ลงกระทะอย่างเบามือ ทอดจนได้ความสุกตามที่ต้องการ
3. ระหว่างรอไข่สุก สับหอมหัวใหญ่ ต้นหอม ผักชี ให้เป็นชิ้นพอดีคำ นำไปคลุกเคล้ากับน้ำยำที่เตรียมไว้
หากมีหอมหัวใหญ่เหลือให้นำไปห่อพลาสติกแล้วนำไปใส่ตู้เย็นไว้ เพื่อคงความสด
4. เมื่อไข่ดาวสุกตามต้องการ ให้นำมาสับเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เรียงใส่จานแล้วราดด้วยเครื่องยำที่เตรียมไว้


3. ผักกาดขาวห่อหมูสับ เมนูโปรตีนสูง แถมอร่อยได้ไฟเบอร์

ผักกาดขาวห่อหมูสับ เมนูง่ายๆ ที่สามารถใช้ผักที่เหลือค้างในตู้เย็น อย่างต้นหอม ผักชีจากเมนูยำไข่ดาว มาสร้างสรรค์อีกเมนูใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ

วัตถุดิบ
1. หมูสับ 200 กรัม
2. ผักกาดขาว 1 หัว
3. เกลือ ½ ช้อนชา
4. ต้นหอม 3 -4 ต้น
5. กระเทียมสับ ½ ช้อนชา
6. ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนชา
7. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา

วิธีทำ
1. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นแกะผักกาดขาวชั้นนอกใบใหญ่ออกเป็นใบๆ ใช้เฉพาะใบใหญ่ ใบเล็กชั้นในเก็บใส่ถุงซิปล็อก แช่ตู้เย็นไว้ทำเมนูอื่นได้ต่อ
2. นำผักกาดขาวที่แกะออกเป็นใบ และผักชี ไปลวกในน้ำเดือด แค่ให้ผักพอนิ่ม แล้วนำมาแช่ในน้ำเย็นเพื่อให้ผักสีสวย ตักออกมาพักไว้
3. คลุกเคล้าหมูสับกับกระเทียม ซีอิ๊วขาว เกลือและพริกไทย ให้เข้ากัน
4. นำผักกาดขาวที่พักไว้มาห่อหมูสับที่ปรุงรสแล้ว แล้วมัดห่อด้วยผักชี
5. นำผักกาดขาวที่ห่อหมูสับไว้ ไปต้มในน้ำเดือด จับเวลาประมาณ 5-8 นาที หรือจนกว่าหมูจะสุก
6. จัดใส่จาน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือน้ำจิ้มสุกี้ตามชอบ


4. แกงจืดผักกาดขาวหมูสับ ซดร้อนๆ อร่อยคล่องคอ

ผักกาดขาว ต้นหอม และหมูสับที่เหลือจากเมนูผักกาดขาวห่อหมูสับ สามารถนำมาทำเป็นเมนูซุป
ร้อนๆ ได้อีกเมนู และอาจจะเพิ่มเต้าหู้ไข่ เพื่อเสริมโปรตีนและความอร่อยลงไปด้วย

วัตถุดิบ
1. ผักกาดขาว ประมาณครึ่งหัว (หรือใช้เท่าที่เหลืออยู่ได้เลย)
2. เต้าหู้ไข่ 1 หลอด
3. หมูสับ 200 กรัม
4. รากผักชีสับ 1 ราก
5. ต้นหอม 1-2 ต้น
6. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
7. กระเทียมสับ ½ ช้อนชา
8. ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
9. เกลือ ½ ช้อนชา
10. น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
11. ต้นหอม ผักชี อย่างละ 1 ต้น

วิธีทำ
1. นำรากผักชี กระเทียม พริกไทย มาตำรวมกันจนแหลก แล้วคลุกเคล้ากับหมูสับ ปรุงรสด้วยเกลือ
2. ต้มน้ำในหม้อ ระหว่างรอน้ำเดือด หั่นผักกาดขาว ต้นหอม ผักชี และเต้าหู้ไข่ไว้เป็นชิ้นพอดีคำ
3. เมื่อน้ำเดือดแล้ว ปั้นหมูสับปรุงรสเป็นชิ้นพอดีคำ นำลงไปต้มในน้ำเดือด
4. เมื่อหมูสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว สามารถปรุงรสได้ตามใจชอบ
5. ใส่ผักกาดขาวและเต้าหู้ไข่ลงไป เบาไฟและปิดฝาไว้ 2-3 นาที แล้วจึงปิดไฟ
6. ตักซุปลงในถ้วย แล้วโรยหน้าด้วยต้นหอมผักชี


5. หมูสับผัดสามเหม็น เมนูยอดฮิตของคนรักอาหารกลิ่นแรง

หากหมูสับจากเมนูที่แล้วยังเหลืออยู่ มาลองทำเมนูอาหารปักษ์ใต้อย่าง “ผัดสามเหม็น” กันดีกว่า เหล่า “สามเหม็น” ที่เป็นวัตถุดิบหลักของจานนี้ก็คือ สะตอ ชะอม และกระเทียมดอง ถึงกลิ่นจะแรงแต่ความอร่อยก็มาแรงไม่แพ้กัน

วัตถุดิบ
1. หมูสับ 150 กรัม
2. วุ้นเส้น 1 ห่อเล็ก
3. สะตอแกะ 1 ถ้วย
4. ชะอม 1/2 มัด
5. กระเทียมดอง 1 ถ้วย
6. กระเทียมบุบ ½ ช้อนโต๊ะ
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
9. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
10. พริกไทยป่น ½ ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำวุ้นเส้นไปแช่น้ำให้นิ่ม ระหว่างนั้นเด็ดชะอม และผ่าครึ่งสะตอ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วพักไว้
2. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน ตามด้วยกระเทียมบุบ
3. เมื่อผัดกระเทียมจนหอม ใส่หมูสับลงไป ผัดจนหมูเริ่มสุก ใส่น้ำปลา ผัดต่อจนหอม ตักออกจากกระทะแล้วพักไว้
4. ในกระทะใบเดิม ใส่วุ้นเส้นลงไปผัด และตามด้วยไข่ ใช้ตะหลิวขยี้ไข่ให้กระจายตัวทั่ววุ้นเส้น
5. ใส่สะตอ ชะอม และกระเทียมดองลงไปผัดต่อ
6. นำหมูสับที่ผัดไว้ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากับตัวเส้น ปรุงรสด้วยซอสหอย ซีอิ๊ว น้ำตาล น้ำปลา และพริกไทยตามชอบ แล้วจึงตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย


6. ผัดไข่วุ้นเส้นกระเทียมดอง เมนูอร่อย ทำง่าย แถมได้ภูมิคุ้มกัน

หากบ้านไหนมีวุ้นเส้นเหลือจากเมนู “ผัดสามเหม็น” ในคราวก่อน เมนูนี้มาเพื่อช่วยกำจัดวุ้นเส้นที่เหลือ แถมยังมีโปรตีนชั้นยอดจากไข่ และมีกระเทียมดองที่มีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันอีกด้วย

วัตถุดิบ
1. วุ้นเส้น 1 ห่อเล็ก
2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. กระเทียมไทยบุบ 4-5 กลีบ
4. กระเทียมดอง 1 ถ้วย
5. ต้นหอม 2 ต้น
6. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
7. ซีอิ๊วขาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
9. พริกไทยป่น ½ ช้อนโต๊ะ
10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธืทำ
1. นำวุ้นเส้นไปแช่น้ำให้นิ่ม ระหว่างนั้นแกะกระเทียมดองแยกกลีบ ซอยกระเทียมสด และนำต้นหอมมาซอยหยาบๆ แล้วพักไว้
2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันแล้วตามด้วยกระเทียมบุบลงไปผัดให้หอม
3. เมื่อกระเทียมเริ่มส่งกลิ่นหอม ใส่ไข่ลงไปผัดเบาๆ ไม่ต้องให้ไข่เข้ากันมาก
4. เมื่อไข่เริ่มสุกเป็นก้อน นำวุ้นเส้นลงไปผัดกับไข่ ผัดจนเข้ากัน ชิ้นไข่จะเริ่มไปเคลือบวุ้นเส้น
5. ใส่กระเทียมดองลงไปผัด ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล พริกไทยป่น ปรุงให้ได้รสชาติที่ชอบ
6. ใส่ต้นหอมซอยลงไปคลุกเคล้า ปิดไฟ ตักใส่จานพร้อมทานได้เลย


7. กุ้งอบวุ้นเส้น สูตรลดขั้นตอน ทำง่าย ใช้กระทะแทนหม้อดิน

ต่อกันที่เมนูวุ้นเส้นอีก 1 เมนู เผื่อใครไม่ชอบทานกระเทียมดองในผัดวุ้นเส้น ก็สามารถเปลี่ยนมาทำเมนูกุ้งอบวุ้นเส้นได้ และที่สำคัญคือสูตรนี้ทำง่าย ไม่ต้องใช้หม้อดิน แค่ใช้กระทะที่มีฝาปิดเพื่อทำเป็นเตาอบไอน้ำเล็กๆ แบบ DIY หรือจะใช้ฝาหม้อที่พอดีกับกระทะแทนก็ได้

วัตถุดิบ
1. กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ 2-3 ขีด
2. หมูสามชั้น 50 กรัม
3. วุ้นเส้น 1 ห่อเล็ก
4. ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
5. รากผักชีสับ 1 ราก
6. กระเทียมไทย 2-3 หัว
7. พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
8. ขิงหั่นแว่น 2-3 แว่น
9. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
10. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เตรียมกุ้งโดยล้างน้ำให้สะอาด ตัดหนวดแล้วผ่าหลัง พักไว้ จากนั้นหั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นบางๆ
2. นำวุ้นเส้นไปแช่น้ำให้นิ่ม จากนั้นหั่นขึ้นฉ่ายให้เป็นท่อนยาวประมาณ 1 นิ้ว
3. นำรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ ขิง ลงไปตำหยาบๆ ในครก
4. ผสมซอสอบโดยใช้ น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำเปล่า คนผสมให้เข้ากันในถ้วย
5. ตั้งกระทะ ใส่หมูสามชั้นลงไป รอจนน้ำมันหมูเริ่มออก แล้วนำเครื่องปรุงที่ตำไว้ไปผัดต่อ แล้วตามด้วยกระเทียม ขิง
6. เมื่อทุกอย่างเริ่มส่งกลิ่นหอม นำวุ้นเส้นลงไปผัด แล้วเติมซอสปรุงรสที่ผสมไว้ คลุกให้เข้ากัน
สามารถเติมน้ำเปล่าเพิ่มได้ หากเส้นเริ่มแห้งเกินไป
7. วางกุ้งลงบนวุ้นเส้น ตามด้วยขึ้นฉ่าย แล้วปิดฝาให้ไอน้ำอบกุ้งจนสุก เสิร์ฟได้เลย


8. สะตอกุ้งสดผัดกะปิ เมนูอาหารใต้ยอดฮิต รสชาติจี๊ดถึงใจ

กุ้งเป็นเนื้อสัตว์ที่มีอายุการเก็บสั้นแม้จะเก็บในตู้เย็น หากซื้อมาแล้วควรรีบทำให้หมด เราจะใช้กุ้งและสะตอจากเมนูคราวก่อนมาทำอาหารใต้อร่อยๆ อย่างสะตอกุ้งผัดกะปิกัน

วัตถุดิบ
1. กุ้งแชบ๊วย 2-3 ขีด
2. สะตอแกะ
3. หอมหัวใหญ่ ¼ หัว
4. พริกขี้หนู 5-8 เม็ด
5. กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลมะพร้าว ½ ช้อนโต๊ะ
8. กระเทียมสับ ½ ช้อนโต๊ะ
9. หอมแดง 2 หัว

วิธีทำ
1. ล้างกุ้งให้สะอาด แกะเปลือกออก ผ่าหลัง ล้างให้สะอาดแล้วพักไว้
2. ผ่าครึ่งสะตอ หั่นหอมหัวใหญ่เป็นชิ้นบางๆ ตามแนวยาว
3. นำกระเทียม หอมแดง และพริกขี้หนู ไปตำในครกจนแหลก
4. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน นำกระเทียมและหอมแดงและพริกขี้หนูที่ตำไว้ มาผัดจนหอม
5. ใส่กุ้งลงไปผัดกับกะปิ ผัดจนกะปิหอม เมื่อกุ้งเริ่มสุก ใส่สะตอ และหอมใหญ่ลงไปผัดต่อ
6. ปรุงรสด้วย น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา ตักออกจากกะทะพร้อมเสิร์ฟได้เลย


9. ข้าวคลุกกะปิ เครื่องแน่น ครบรสชาติในจานเดียว

บ้านไหนมีข้าวเหลือค้างหม้อหุงข้าว ข้าวคลุกกะปิคือเมนูที่น่าสนใจในมื้อต่อไป อาจต้องใช้เวลาทำเครื่องเคียงนานหน่อย แต่รับรองว่าอร่อยคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

วัตถุดิบ
1. ข้าวหุงสุก 1 ถ้วย
2. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
4. มะนาว 1 ลูก
5. ถั่วฝักยาว 2-3 ฝัก
6. พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด
7. หมูสับหรือหมูสามชั้น 50 กรัม
8. หอมแดงซอย 2-3 หัว
9. มะม่วงดิบ (รสเปรี้ยว) 1ลูก
10. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
12. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เริ่มทำหมูหวาน โดยตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน นำหมูสับหรือหมูสามชั้น ลงไปผัดกับหอมแดงซอย เมื่อหมูเริ่มสุก ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ปรุงให้ได้รสหวานนิดเค็มหน่อยตามใจชอบ จากนั้นเติมน้ำเปล่าให้ปริ่มๆ หมู เคี่ยวไฟกลางไปจนกว่าน้ำตาลจะละลายเคลือบหมูเป็นแก้ว
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ตีไข่ให้เข้ากันแล้วเทลงกระทะ เมื่อไข่สุกให้นำมาม้วนแล้วหั่นเป็นเส้นบางๆ พักไว้
3. ในกระทะใบเดิม ตั้งน้ำมัน แล้วนำกะปิลงไปผัด ผัดจนกะปิเริ่มหอม เติมน้ำเล็กน้อยแล้วนำข้าวลงไปผัดจนเข้ากันดี ตักออกมาพักไว้
4. ซอยพริกขี้หนู ถั่วฝักยาว เป็นท่อนสั้นๆ ขูดมะม่วงให้เป็นเส้นๆ แล้วพักไว้
5. จัดจาน ตักข้าวไว้ตรงกลาง ล้อมด้วยเครื่องเคียงต่างๆ พร้อมทานได้เลย


10. ผัดพริกแกงหมูสามชั้นใส่ถั่วฝักยาว ทำเองง่ายๆ อร่อยไม่แพ้ร้านตามสั่ง

อาหารตามสั่งเมนูนี้ สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่ถึงขนาดต้องตำพริกแกงเอง แค่มีพริกแกงสำเร็จรูปก็อร่อยได้ บางคนชอบพริกแกงภาคกลางซึ่งมีกลิ่นกระชายและรสออกหวานต่างจากพริกแกงใต้ ซึ่งเผ็ดและเค็มกว่า แต่ไม่ว่าชอบแบบไหน วิธีทำก็ไม่ต่างกัน

วัตถุดิบ
1. หมูสามชั้น 200 กรัม
2. พริกแกง 50 กรัม
3. ถั่วฝักยาว 100 กรัม
4. ใบมะกรูด 3-4 ใบ
5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊
6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลปี๊ป ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำ
2. หั่นถั่วฝักยาวเป็นท่อนสั้นๆ ประมาณ 1 นิ้ว
3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน นำเครื่องแกงลงไปผัด
4. เมื่อเครื่องแกงเริ่มหอม นำหมูลงไปผัดกับเครื่องแกง ผัดจนสุกน้ำมันหมูออก
5. ชิมรสเล็กน้อยก่อนปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาล เครื่องแกงสำเร็จรูปส่วนใหญ่มักใส่กะปิมาแล้ว และอาจมีรสชาติหวาน + เค็มอยู่ในตัว แนะนำให้ค่อยๆ ปรุง
6. เมื่อปรุงเสร็จหากรู้สึกว่าผัดเริ่มแห้งเกินไป สามารถเติมน้ำเปล่าได้เล็กน้อย
7. ใส่ถั่วฝักยาวลงไปผัดพอสุก โรยใบมะกรูด ปิดไฟตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


11. ไข่เจียว + น้ำพริกมะม่วง อร่อยจัดจ้าน กินได้นานไม่มีเบื่อ

ไข่เจียวกับน้ำพริกเป็นเมนูคู่กันเสมอมา แต่ส่วนมากเรามักจะคุ้นชินกับน้ำพริกกะปิ ลองมาเพิ่มระดับความจี๊ดจ๊าดกันด้วยน้ำพริกมะม่วงกันดีกว่า

วัตุดิบ
1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
6. กระเทียม 3-4 กลีบ
7. หอมแดง 3 หัว
8. พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
9. มะนาว 1 ลูก
10. มะม่วงเบา 1 ลูก (สามารถใช้มะม่วงดิบพันธุ์อื่นแทนได้)

วิธีทำ
1. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม หอมแดงให้แหลก
2. เติมกะปิและน้ำตาลมะพร้าวลงในครก ตำจนน้ำตาลละลาย
3. เติมมะนาวและซอยมะม่วงใส่ลงไป คลุกเคล้าเบาๆ ชิมรสแล้วปรุงตามใจชอบ
4. เริ่มทำไข่เจียว โดยตั้งกระทะ เติมน้ำมันลงไป ระหว่างรอกระทะร้อน ตอกไข่แล้วตีให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา
5. เจียวไข่ให้สุก จากนั้นเสิร์ฟพร้อมน้ำพริกและผักสดตามชอบ


12. ยำกุนเชียงใส่แตงกวา เปรี้ยวหวาน กรอบอร่อย พร้อมน้ำยำแซ่บๆ

หากมีแตงกวาเหลือจากกินแนมน้ำพริก ให้เก็บใส่ถุงซิปล็อกแล้วแช่เย็นไว้ จะคงความสดกรอบได้นาน สามารถนำมาทำเป็นของคาวง่ายๆ ได้อีกเมนู นั่นก็คือ “ยำกุนเชียง” เป็นเมนูง่ายๆ ที่เข้ากันได้ดีทั้งข้าวสวยและข้าวต้ม

วัตถุดิบ
1. กุนเชียง 1 เส้น
2. แตงกวา 2 ลูก
3. พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด
4. หอมแดง 2 หัว
5. หอมหัวใหญ่ ¼ หัว
6. ต้นหอม 1 ต้น
7. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำกุนเชียงไปจี่ในกระทะให้หอม เมื่อสุกให้หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
2. ทำน้ำยำโดยผสมน้ำปลา พริกขี้หนูซอย น้ำตาล หอมแดงซอย น้ำมะนาวในถ้วยผสม
3. หั่นแตงกวา หอมหัวใหญ่เป็นแว่นพอดีคำ แล้วนำไปผสมกับน้ำยำ
4. ใส่กุนเชียงลงไปผสม ตามด้วยต้นหอมหั่นเป็นท่อนสั้นๆ คลุกให้เข้ากัน จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


13. ข้าวผัดกุนเชียงไข่ อร่อยง่าย ได้สารอาหารครบ 5 หมู่

เมนูข้าวผัดเป็นเมนูที่สารอาหารครบและยังสามารถพลิกแพลงได้หลากหลายตามวัตถุดิบที่มีในตู้เย็น หากใครยังมีกุนเชียงเหลืออยู่จากเมนูยำกุนเชียง แนะนำให้จับมาทำข้าวผัดซะเลย

วัตถุดิบ
1. ข้าวสวย 2 ถ้วย
2. กุนเชียงหั่น 1 เส้น
3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
4. กระเทียมสับ 3 กลีบ
5. แครอตหั่นเต๋า ¼ ถ้วย
6. หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า ¼ ถ้วย
7. มะเขือเทศหั่นเต๋า ¼ ถ้วย
8. ต้นหอมซอย 1 ต้น
9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
10. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
11. เกลือ ½ ช้อนชา
12. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำกระเทียมลงไปเจียวให้หอม
2. นำกุนเชียง แครอต หอมหัวใหญ่ ลงไปผัดให้สุก
3. ตอกไข่ลงกระทะ ใช้ตะหลิวขยี้ไข่ให้พอกระจายตัว
4. ใส่ข้าวลงไปผัดต่อ ผัดไฟแรง ใช้ตะหลิวขยี้ข้าวเบาๆ เพื่อให้ข้าวกระจายตัว ไม่ติดกันเป็นก้อน
5. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว เกลือ และพริกไทยป่น ปรุงให้ได้รสชาติที่ชอบ
6. ปิดไฟ โรยต้นหอมซอยลงบนข้าว คลุกเคล้าให้พอเข้ากัน จัดใส่จานเสิร์ฟกับพริกน้ำปลา มะนาว และแตงกวา


14. สปาเกตตี้ผัดเบคอนพริกแห้ง จัดจ้านแบบอาหารฝรั่งสไตล์ไทย

สปาเกตตี้ผัดเบคอนพริกแห้ง เมนูฟิวชั่นไทย-ฝรั่ง ที่มีรสชาติจัดจ้านกับเนื้อสัมผัสอันนุ่มนวลของเส้นพาสต้า เพิ่มความเผ็ดร้อนอีกนิดด้วยใบโหระพา เป็นอีกเมนูอร่อยที่ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน

วัตถุดิบ
1. เส้นพาสต้าสำเร็จรูป 100 กรัม
2. เบค่อน 150 กรัม
3. กระเทียม 3 กลีบ
4. พริกแห้ง 5 เม็ด
5. ใบโหระพา 1 ถ้วย
6. ซอสหอยนางรม ½ ช้อนโต๊ะ
7. น้ำเปล่า 25 มิลลิลิตร
8. เกลือ ½ ช้อนชา

วิธีทำ
1. ตั้งหม้อ ใส่น้ำ รอให้เดือด ใส่เกลือและน้ำมันลงไปในน้ำเล็กน้อย เพื่อให้เส้นพาสต้ามีรสชาติและไม่จับติดกันเป็นก้อน
2. น้ำเดือดแล้วให้นำเส้นพาสต้าลงไปต้มจนสุก ใช้เวลาต้มประมาณ 8-12 นาที แล้วแต่ชนิดและปริมาณของเส้น เมื่อเส้นสุกให้นำไปแช่น้ำเย็นแล้วพักไว้
3. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน นำเบค่อนลงไปเจียวให้น้ำมันออก
4. ใส่กระเทียม พริกแห้ง ลงไปผัดในน้ำมันเบค่อน
5. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม เกลือ เติมน้ำเปล่าเพื่อให้ซอสไม่ข้นเกินไป
6. นำเส้นพาสต้าลงไปผัดในกระทะ เติมใบโหระพาลงไปคลุกเคล้าจนหอม ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


15. หอมหัวใหญ่ชุบแป้งทอด ของกินเล่นกรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน

หอมหัวใหญ่ชุบแป้งทอด เมนูทานเล่นที่ทำง่ายและอร่อย สามารถเข้ากันได้กับซอสที่หลากหลาย

วัตถุดิบ
1. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
2. แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย
3. เกลือ ½ ช้อนชา
4. น้ำ ¼ ถ้วย
5. น้ำมันพืช 200 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเปล่า ให้เนื้อแป้งเหลวเล็กน้อย หากหนืดเกินไปให้ค่อยๆ เพิ่มน้ำ
2. หั่นหอมหัวใหญ่เป็นแว่นๆ หนาเท่าๆ กัน
3. ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมัน รอจนน้ำมันร้อนจัด
4. นำหอมหัวใหญ่หั่นแว่นลงชุบกับแป้ง แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ
5. กลับด้านหอมใหญ่ 1-2 ครั้งจนแป้งทอดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนเท่ากันทั้งสองด้าน เอาออกจากกระทะ วางบนกระดาษซับน้ำมันให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟคู่กับซอสหรือมายองเนสตามชอบ


16. ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมนูตามสั่งยอดฮิต อร่อยครบรสในคำเดียว

ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นเมนูอาหารคาวที่มีครบรสทั้ง เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด มัน ทั้งยังได้เนื้อสัมผัสที่หลากหลาย มีทั้งกรุบกรอบ นุ่ม และชุ่มฉ่ำจากหอมหัวใหญ่

วัตถุดิบ
1. อกไก่ 200 กรัม
2. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
3. ต้นหอม 1 ต้น
4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ½ ถ้วย
5. พริกแห้ง 6 เม็ด
6. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลมะพร้าว 1½ ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ทำซอสผัด โดยเริ่มจากผัดน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำมะขามเปียกบนไฟเบา ชิมรส ปรุงให้ถูกใจ แล้วพักไว้
2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ผัดไก่จนสุก ตามด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์กับพริกแห้ง ผัดให้หอม
3. หั่นหอมหัวใหญ่เป็นชิ้นพอดีคำ นำลงไปผัดคลุกเคล้าให้สุก
4. เติมซอสลงไปผัดกับเครื่องทั้งหมด ตามด้วยต้นหอมหั่นท่อน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ


17. ไข่ลูกเขยยางมะตูม เมนูเปรี้ยวนิด หวานหน่อย อร่อยแบบประหยัด

ไข่เป็นวัตถุดิบที่มีติดตู้เย็นไว้แทบจะทุกบ้าน เพราะสามารถนำไปทำเป็นเมนูต่างๆ ได้หลากหลาย หากยังมีน้ำมะขามเปียกเหลืออยู่จากเมนูไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์คราวที่แล้ว แนะนำให้ปรุงต่ออีกสักหน่อยเพื่อทำเป็นซอสราดไข่ลูกเขยแบบง่ายๆ เพิ่มความอร่อย ไม่จำเจให้โต๊ะอาหาร

วัตถุดิบ
1. ไข่ต้ม 2 ฟอง
2. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
6. หอมแดงซอย 3 หัว
7. พริกแห้ง 5 เม็ด
8. หอมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
9. ผักชี 1 ต้น

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน นำไข่ต้มลงไปทอดจนไข่ขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนทั่วทั้งฟอง แล้วยกออกพักไว้
2. ทำซอสโดยการผัดน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลมะพร้าว หอมแดงซอย พริกแห้ง จนส่วนผสมเข้ากัน ปรุงเพิ่มตามต้องการ
3. จัดจานโดยการผ่าครึ่งไข่ ราดด้วยน้ำซอส แล้วจึงโรยหน้าด้วยหอมเจียวและผักชี พร้อมเสิร์ฟ


18. ยำวุ้นเส้นหมูสับ จานเด็ดรสจัดจ้าน แซบจี๊ดถึงใจ

ยำวุ้นเส้นเป็นเมนูโปรดของใครหลายๆ คน และที่สำคัญยังเป็นเมนูสุดประหยัด และทำง่าย สามารถปรุงรสให้ถูกใจได้ตามชอบ

วัตถุดิบ
1. วุ้นเส้นแห้ง 1 ห่อ
2. หมูสับ 100 กรัม
3. ต้นหอม 1 ต้น
4. หอมหัวใหญ่ ¼ หัว
5. พริกขี้หนูสวน 6-8 เม็ด
6. มะเขือเทศ 1 ลูก
7. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำวุ้นเส้นไปแช่น้ำให้นิ่ม ระหว่างนั้นตั้งหม้อต้มน้ำจนเดือด นำหมูสับไปลวกให้สุก ตักออกพักไว้
2. น้ำที่ลวกหมูสับ ให้ใช้ลวกวุ้นเส้นต่อ ใช้เวลาลวกประมาณ 3 นาที แล้วพักไว้ในน้ำเย็น
3. ผสมพริกขี้หนูซอย น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว ในชามผสม ชิมรสจนได้น้ำยำที่ถูกใจ
4. ใส่หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ต้นหอมซอย และถั่วลิสงคั่วลงไป ตามด้วยหมูสับลวก คลุกเคล้าจนเข้ากัน
5. สะเด็ดน้ำวุ้นเส้นออก แล้วนำไปผสมในชามผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ


19. ข้าวต้มปลากระพง แบบอร่อยทันใจใน 10 นาที

ข้าวต้มปลากระพง เป็นเมนูเบาๆ ที่จะทำเป็นมื้อเช้าก็ได้ หรือจะรองท้องเบาๆ เป็นมื้อดึกก็เหมาะ แค่มีข้าวสวยที่เหลือค้างในหม้อ กับปลาทะเลลวกชิ้นโต และผักชีหรือขึ้นฉ่ายที่มีติดตู้เย็น ก็พร้อมอร่อยได้ใน 10 นาที

วัตถุดิบ
1. ปลากะพงหั่นชิ้น 150 กรัม (ควรเลือกปลาที่สด เหงือกแดง ตาใส กดแล้วเนื้อไม่เละ จากนั้นนำมาล้างน้ำผสมเกลือเล็กน้อย หรือล้างด้วยน้ำซาวข้าว จะช่วยลดกลิ่นคาวลงได้ หากมีเนื้อปลาเหลือให้ใส่ถุงซิปล็อกและแช่แข็งไว้)
2. ข้าวสวย 1 ถ้วย
3. กระเทียมไทย 1 หัว
4. พริกไทยดำป่น 5-8 เม็ด
5. ขิง 1 แง่ง
6. ผักชี 1 ต้น
7. ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
8. ต้นหอม 1 ต้น
9. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
10. เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1. นำกระเทียมมาบุบเล็กน้อย เลือกเปลือกแข็งๆ ออก ทำกระเทียมเจียวโดยตั้งกระทะไฟอ่อน รอให้น้ำมันร้อนแต่อย่าให้ร้อนจัด นำกระเทียมลงไปเจียว ใช้ตะหลิวคนไปมาเร็วๆ ตลอดเวลา เมื่อกระเทียมเริ่มเหลืองให้ตักขึ้นมาทันที
2. ตั้งหม้อไฟกลางใส่น้ำเปล่า เมื่อน้ำเดือดใส่เนื้อปลาลงไปลวกจนสุก ไม่ต้องคน เพราะจะทำให้เนื้อปลาเละ เมื่อสุกให้ตักออกพักไว้
3. ใส่ข้าวสวยลงไปต้มต่อในน้ำลวกปลา ต้มจนเม็ดข้าวเริ่มแตก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและเกลือ
4. ทำน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว โดยใช้ ขิงหั่นเต๋า พริกขี้หนูสวน กระเทียม โขลกให้แหลก และนำไปผสมเต้าเจี้ยว ปรุงรสตามชอบด้วย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว น้ำมะนาว
5. ตักข้าวต้มใส่จาน วางเนื้อปลาลงไปบนข้าว โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย ผักชีซอย ต้นหอมซอย เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว


20. ปลากระพงผัดพริกขิง เมนูเพื่อสุขภาพ รสชาติเข้มข้น อร่อยจนวางช้อนไม่ลง

หากมีปลากระพงเหลือจากทำข้าวต้มมื้อเช้า ให้นำออกมาวางอุณหภูมิปกติเพื่อละลายน้ำแข็ง เตรียมทำเมนูปลาที่แสนอร่อยอีกเมนู นั่นคือปลากะพงผัดพริกขิง จานนี้จะได้ทั้งโปรตีนดีๆ จากเนื้อปลา และสรรพคุณชั้นยอดจากสมุนไพร

วัตถุดิบ
1. ปลากระพงหั่นชิ้น 150 กรัม
2. แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย
3. พริกขี้หนูซอย 10 เม็ด
4. ขิงซอย ¼ ถ้วย
5. ต้นหอม 1 ต้น
6. พริกแดงจินดาซอย 5 เม็ด
7. กระเทียม 3 กลีบ
8. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 150 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะไฟแรง ตั้งน้ำมันให้เดือด นำชิ้นปลากระพงไปคลุกกับแป้งทอดกรอบ แล้วนำลงทอดในน้ำมัน
2. ทอดไฟแรง กลับด้าน 1-2 ครั้ง จนแป้งเป็นสีน้ำตาลอ่อนทั้งชิ้น แล้วตักใส่จานพักไว้
3. ตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมันเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียมสับ ขิงซอย เจียวขิงและกระเทียมให้หอม
4. ใสซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย พริกแดงจินดาหั่นขวาง ลงไปในกระทะ เพื่อปรุงเป็นน้ำซอส หากส่วนผสมข้นเกินไป ให้เติมน้ำเล็กน้อย
5. นำชิ้นปลาทอดลงไปคลุกกับซอส ยกออก เสิร์ฟด้วยต้นหอม ขิงซอย พริกสด


21. มันต้มขิง สูตรหวานน้อย เมนูของหวานทำง่าย ได้สุขภาพ

มันต้มขิง เป็นเมนูของหวานที่ช่วยอบอุ่นร่างกายในยามหน้าฝน ใครที่กำลังมองหาเมนูของหวาน อย่ารอช้า มาลองทำเมนูนี้กันเลย เป็นเมนูที่ทำง่าย แถมยังอร่อยอยู่ท้องอีกด้วย

วัตถุดิบ
1. มันเทศ 2 หัว
2. ขิงแก่ 1 แง่ง
3. น้ำตาลทราย 50 กรัม
4. น้ำเปล่า 1 ลิตร
วิธีทำ
1. ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำเปล่าลงไปต้มให้เดือด
2. ระหว่างรอน้ำเดือด ปอกเปลือกขิง หั่นเป็นแว่นๆ และปอกเปลือกมัน แล้วหั่นเป็นชิ้น ล้างน้ำให้สะอาด แล้วพักไว้
3. เมื่อน้ำเดือด ใส่น้ำตาลลงไป คนให้ละลาย ตามด้วยมันและขิง ปิดฝา รอให้เดือดอีกครั้ง
4. ปิดไฟ ตักเสิร์ฟแบบอุ่นๆ หรือจะรอให้คลายร้อน เสิร์ฟแบบเย็นก็ได้เช่นกัน


22. สลัดมันเทศ ของว่างรองท้อง ฉบับดัดแปลง

สลัดเป็นเมนูที่พลิกแพลงได้อย่างไม่มีสิ้นสุด หลักๆ มีแค่ผักที่ชอบและน้ำสลัดเท่านั้น ส่วนผสมอื่นๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ สูตรนี้เราจะนำมันเทศที่เหลือจากทำมันต้มขิง มาพลิกแพลงเป็นเมนูสลัด แทนมันฝรั่ง จะได้สลัดมันที่มีรสหวานจากธรรมชาติ ซึ่งจะใช้วัตถุดิบง่ายๆ ช่วยชูรสของมันให้อร่อยยิ่งขึ้น

วัตถุดิบ
1. มันเทศ 3 หัว
2. แฮมหั่นเต๋า ½ ถ้วย
3. แครอตหั่นเต๋าต้มสุก ½ ถ้วย
4. เกลือ ¼ ช้อนชา
5. พริกไทยดำบด ¼ ช้อนชา
6. ต้นหอมซอย 1 ต้น
7. น้ำสลัดครีม ½ ถ้วย
8. น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
9. นมสด 50 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1. ตั้งหม้อไฟแรง ใส่น้ำเปล่าลงไป ใส่เกลือเล็กน้อย ปิดฝารอเดือด
2. ปอกมันแล้วล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ ก่อนจะนำไปต้มในน้ำเดือด
3. เมื่อมันสุกแล้ว นำไปบดให้แหลก เติมนมสดเล็กน้อยจะช่วยให้บดง่ายขึ้น ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
4. ใส่แฮม แครอต น้ำสลัดครีม และต้นหอมซอยลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ


23. มักกะโรนีซุปไก่ เมนูรสละมุน หวานอร่อยจากผักหลากสี

ซุปไก่เป็นเมนูง่ายๆ สารอาหารครบถ้วน มีรสหวานอร่อยจากผักหลากสี และยิ่งในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าเมนูมักกะโรนีซุปไก่ร้อนๆ สักถ้วย อิ่มอร่อยแถมยังช่วยไล่หวัดได้ด้วย

วัตถุดิบ
1. อกไก่ 200 กรัม
2. มันฝรั่ง 1 หัว
3. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
4. มะเขือเทศ 3 ลูก
5. แครอต 1 หัว
6. มักกะโรนี 300 กรัม
7. ต้นหอม 1 ต้น
8. ผักชี 1 ต้น
9. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
10. เกลือ 1 ช้อนชา
11. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
12. น้ำเปล่า 1 ลิตร

วิธีทำ
1. ตั้งหม้อ ต้มน้ำรอเดือด ใส่น้ำมันมะกอกและเกลือลงในน้ำเล็กน้อย จากนั้นใส่มักกะโรนีลงไปต้มให้สุก นำออกมาแช่น้ำเย็น แล้วพักไว้
2. ตั้งหม้อใหญ่ ไฟกลาง ใส่น้ำเปล่า และรากผักชี ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย ปิดฝา รอเดือด
3. หั่นอกไก่ มันฝรั่ง แครอต หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ไว้เป็นชิ้นพอดีคำ
4. นำอกไก่และผักทั้งหมดลงไปต้ม เมื่อส่วนผสมสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและเกลือ
5. ตักตัวมะกะโรนีใส่ถ้วย ตามด้วยซุปไก่ โรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชีหั่น พร้อมเสิร์ฟ


24. ไข่ยัดไส้หมูสับ เครื่องทะลักแบบจัดเต็ม

เมนูไข่ยัดไส้ต้องอาศัยประสบการณ์เล็กน้อยเพื่อให้ห่อไข่ออกมาสวย ตามร้านอาหารมักใช้เตาแก๊สกับกระทะหลุมเพื่อให้ง่ายในการควบคุมความหนาบางของไข่ แต่ก็ใช้ว่าเตาไฟฟ้าบนคอนโดจะทำไม่ได้

วัตถุดิบ
1. หมูสับ 100 กรัม
2. หอมหัวใหญ่ซอย 20 กรัม
3. แครอทซอย 20 กรัม
4. ซอสมะเขือเทศ 4 ช้อนโต๊ะ
5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
7. ไข่ไก่ 2 ฟอง
8. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่หมูสับลงไปผัดต่อจนหมูสุก ตามด้วยหอมหัวใหญ่และแครอต
2. ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล เมื่อชิมรสจนพอใจ ตักออกมาพักไว้
3. ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชให้พอเคลือบกระทะ ใช้กระทะใบใหญ่ที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ไข่หนาเกินไปจนไม่สามารถพับมาห่อไส้ได้
4. ตีไข่แล้วนำไปทอดในกระทะ ควรทอดให้บางและสุกพอที่ไข่จะไม่ขาดออกจากกันเมื่อนำไปห่อไส้
5. เมื่อไข่เริ่มสุก ตักไส้บางส่วนลงใส่ตรงกลางไข่ ค่อยๆ ใช้ตะหลิวพับขอบไข่รอบไส้เข้ามาห่อ จะได้ไข่ยัดไส้รูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตักลงจาน พร้อมเสิร์ฟ


25. ผัดเต้าหู้ถั่วงอก เมนูเบากระเป๋า อิ่มสบายท้อง

ถั่วงอกและเต้าหู้นับเป็นอาหารที่ราคาสบายกระเป๋าและช่วยให้อิ่มท้องนาน เพราะมีทั้งโปรตีนและใยอาหารสูง แถมยังแคลอรีต่ำ เหมาะเป็นเมนูสำหรับควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

วัตถุดิบ
1. เต้าหู้ถั่วเหลืองแบบแข็ง 1 ก้อน
2. ถั่วงอก 1 ถุง
3. ต้นหอม 1 ต้น
4. แครอต ½ หัว
5. กระเทียมไทย 6 กลีบ
6. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
8. ซอสหอยนางรม 1 ข้อนโต๊ะ
9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
10. หมูสับ 50 กรัม

วิธีทำ
1. หั่นเต้าหู้เห็นชิ้นพอดีคำ ขูดแครอตเป็นเส้นๆ พักไว้
2. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ตามด้วยกระเทียมบุบลงไปผัดให้หอม
3. ใส่หมูสับลงไปผัดจนสุก ตามด้วยเต้าหู้ แครอต และถั่วงอก
4. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย ใส่ต้นหอมหั่นลงไปคลุกในกระทะ ยกออกจากกระทะ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


26. น้ำพริกอ่องหมูสับ สูตรไม่ใส่ “ถั่วเน่า” รสลำไม่แพ้ต้นตำรับ

หมูสับที่เหลือจากทำผัดถั่วงอก สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย หากยังมีมะเขือเทศและต้นหอมผักชีเหลือจากเมนูไข่ยัดไส้ เราขอแนะนำเมนูอาหารเหนืออย่าง “น้ำพริกอ่อง” สูตรนี้ไม่ต้องใช้ถั่วเน่า วิธีทำไม่ยากแต่รับรองว่าอร่อยไม่แพ้กัน

วัตถุดิบ
1. มะเขือเทศ 300 กรัม
2. หมูสับ 200 กรัม
3. พริกแห้ง 8 เม็ด
4. หอมแดง 4 หัว
5. กระเทียมไทย 10 กลีบ
6. เกลือ ½ ช้อนชา
7. กะปิ ½ ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาล 1 ช้อนชา
10. ผักชี 1 ต้น
11. ต้นหอม 1 ต้น

วิธีทำ
1. ตัดพริกแห้งเป็นท่อนๆ นำไปแช่น้ำสะอาด 15 นาที
2. นำพริกแห้งที่แช่น้ำแล้ว ไปโขลกรวมกับหอมแดง กระเทียม และเกลือ ให้ละเอียด จากนั้นใส่กะปิตามลงไป โขลกให้เข้ากันอีกครั้งจนได้เป็นส่วนผสมเนื้อละเอียด
3. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันและส่วนผสมที่โขลกไว้ลงไปผัดจนหอม
4. ใส่หมูสับลงในกระทะ คนสม่ำเสมอไม่ให้หมูจับตัวเป็นก้อน ผัดจนหมูสุก น้ำหมูออก
5. ใส่มะเขือเทศหั่นหยาบลงไปผัดกับหมู ผัดจนมะเขือเทศเปื่อย ส่วนผสมทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน
6. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ให้ได้รสชาติตามต้องการ ใส่ผักชีซอย ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ


27. ต้มจับฉ่ายซี่โครงหมู เมนูของคนรักผัก

ต้มจับฉ่ายเป็นเมนูที่ทำแล้วสามารถเก็บไว้ทานได้หลายมื้อ ยิ่งเก็บไว้นานก็ยิ่งอร่อย สามารถใส่ตู้เย็นนำมาอุ่นทานกับข้าวสวยหรือข้าวต้มก็ได้

วัตถุดิบ
1. ผักโขมจีน 2 มัด
2. หัวไชเท้า 1 หัว
3. ซี่โครงหมู 500 กรัม
4. ซีอิ๊วขาว 8 ช้อนโต๊ะ
5. ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำเปล่า 1.5 ลิตร

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกหัวไชเท้า ล้างให้สะอาด แล้วนำไปหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
2. ล้างผักโขมจีนให้สะอาด และหั่นเป็นท่อนสั้นๆ พักไว้
3. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงกระทะเล็กน้อย ผัดซี่โครงหมูจนสุก ให้ผิวด้านนอกเริ่มเป็นสีน้ำตาล แล้วตักพักไว้
4. ในกระทะใบเดิม นำผักโขมจีนและหัวไชเท้ามาผัดต่อจนผักสลดแล้วตักพักไว้
5. ตั้งหม้อไฟกลาง เติมน้ำเปล่า ปิดฝารอจนเดือด
6. เมื่อน้ำเดือด ใส่ซี่โครงหมูหั่นชิ้นลงไปต้ม เมื่อหมูสุกจึงตามด้วยผักทุกอย่าง
7. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ปิดฝา
8. ต้มไฟเบาต่ออีก 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าผักและหมูเปื่อย ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ จะทานคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้มก็อร่อยไม่แพ้กัน


28. ต้มจืดหมึกหัวไชเท้า เมนูอร่อย หาทานยาก

เมนูต้มจืดหมึกหัวไชเท้า เป็นเมนูอร่อยที่ทำง่าย วัตถุดิบในการทำไม่เยอะ แต่มักจะหาทานไม่ได้ตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไป วันนี้เราเลยชวนทุกคนมาเข้าครัวทำเองซะเลย สูตรนี้น้ำซุปจะหอมอร่อยเป็นพิเศษ เพราะใส่กุ้งแห้งลงไปช่วยเพิ่มความกลมกล่อม

วัตถุดิบ
1. หมึกกล้วยเล็ก 150 กรัม
2. หัวไชเท้า ½ หัว
3. กระเทียมไทยบุบ 3 กลีบ
4. ต้นหอม 1 ต้น
5. ผักชี 1 ต้น
6. กุ้งแห้ง ½ ถ้วยตวง
7. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
8. เกลือ ½ ช้อนชา
9. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
10. น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1. นำหมึกไปล้างให้สะอาด เอากระดอง และตาออก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ล้างน้ำให้สะอาดอีกรอบ
2. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่รากผักชี กระเทียม และเกลือลงไป ปิดฝารอเดือด
3. ระหว่างนั้น ปอกเปลือกหัวไชเท้า หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปต้มในน้ำซุป ใส่กุ้งแห้งลงไป ต้มต่อจนน้ำเดือดอีกรอบ
4. ใส่หมึกลงไปต้มจนสุก ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟพร้อมต้นหอมซอย และผักชีซอย


29. หมึกผัดไข่เค็ม เหนียวนุ่ม หอมมัน ถูกใจคนรักไข่เค็ม

หากมีหมึกเหลือจากเมนูต้มหมึกหัวไชเท้าในคราวก่อน จับมาทำเป็นเมนูรสดีกลมกล่อม กลิ่นหอมยั่วน้ำลายอย่าง “หมึกผัดไข่เค็ม” กันดีกว่า รสชาติมันๆ ของไข่แดงเค็ม ที่เคลือบไปทั่วหมึก ทานคู่กับข้าวสวย
ร้อนๆ เข้ากันสุดๆ

วัตถุดิบ
1. หมึกกล้วยเล็ก 150 กรัม
2. ไข่เค็ม 3 ฟอง
3. น้ำเปล่า ½ ถ้วย
4. หอมหัวใหญ่ ¼ หัว
5. ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
6. พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
7. กระเทียมไทยบุบ 6 กลีบ
8. ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ล้างหมึกให้สะอาด เอากระดอง และตาออก แล้วหั่นเป็นแว่นบางๆ
2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ตามด้วยกระเทียมลงไปผัดให้หอม
3. บดไข่เค็มด้วยส้อมให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปผัดกับกระเทียม เติมน้ำเปล่า น้ำพริกเผา ผัดให้เนียนเป็นซอสไข่เค็ม
4. นำหมึกลงไปผัดกับซอสไข่เค็ม ตามด้วยหอมหัวใหญ่ ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ผ้าที่หั่นเป็นชิ้นบางๆ
5. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


30. แกงส้มผักรวม เมนูกำจัดของเหลือในตู้เย็น ให้กลับมาอร่อยได้อีกมื้อ

แกงส้มผักรวมเป็นอีกเมนูที่สามารถพลิกแพลงวัตถุดิบได้หลากหลาย ตั้งแต่กะหล่ำปลี ดอกแค แครอต บรอกโคลี และอาจจะเพิ่มโปรตีนด้วยกุ้งสดหรือปลาก็ได้

วัตถุดิบ
1. เครื่องแกงส้ม 50 กรัม
2. ผัก 300 กรัม (ใช้ผักอะไรก็ได้ เลือกที่มีอยู่ในตู้เย็น)
3. เนื้อสัตว์ 200 กรัม (จะเป็นกุ้ง ปลา หรือเนื้อหมูก็ได้)
4. น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ตั้งหม้อต้มน้ำ ปิดฝารอน้ำเดือด
2. ระหว่างนั้น นำผักและเนื้อสัตว์ไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ พักไว้
3. เมื่อน้ำเดือด ใส่เครื่องแกงส้มลงไป คนให้เครื่องแกงละลาย ปิดฝารอน้ำเดือดอีกครั้ง
4. เติมเนื้อสัตว์และผักต่างๆ ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว ตักพร้อมเสิร์ฟ