Baan Lopburi รวมทุกความต้องการให้หน้า (บ้าน) ไม่อายใคร

“BAAN LOPBURI” เมื่อถึงคราวต้องปรับปรุงทาวน์เฮ้าส์เก่า 2 คูหาอายุกว่า 30 ปี สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำเก่าๆ ของ 4 พี่น้องเคยอาศัยอยู่เมื่อตอนเด็ก เพื่อรองรับเป็น ”ที่พักอาศัยชั่วคราว” สำหรับการขยายตัวของครอบครัวระหว่างรอการปรับปรุงที่ที่อยู่อาศัยหลัก จนกลายเป็นบ้านโมเดิร์นเรียบง่าย ที่กล้าจะแสดงตัวตนของวัสดุ กล้าเปิดพื้นที่ภายในสู่ภายนอก กล้าโชว์โฉมหน้า(บ้าน)ใหม่ได้ไม่อายใคร

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกิจการโรงน้ำแข็งของเจ้าของบ้านในตัวเมืองลพบุรี พวกเค้ามีแผนสร้าง “ที่พักอาศัยชั่วคราว” ที่ต้องรองรับความต้องการของสมาชิกในครอบครัวทั้ง 6 คน คุณพ่อคุณแม่, ลูกชาย 2 คน, ลูกสาว 2 คน รวมไว้ในทาวน์เฮ้าส์เก่าหน้ากว้าง 4 เมตร 2 คูหาติดกัน สถานที่แห่งความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็กของเหล่าพี่น้องทั้ง 4 คน ให้กลายเป็นอยู่อาศัยที่ผู้คนต่างวัยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


พื้นที่สำคัญของทุกคนในครอบครัว

นักออกแบบเริ่มต้นตีโจทย์บ้านหลังใหม่ให้ปรับตัวเข้ากับโครงสร้างทาวน์เฮ้าส์ 2 คูหา ใช้ประโยชน์จากแบบแปลนและงานระบบของอาคารเดิม เพื่อควบคุมงบประมาณให้สมเหตุสมผลเหมาะกับอยู่อาศัยกึ่งชั่วคราว จึงเสนอแนวคิด “จับคู่พื้นที่และพี่น้องเข้าด้วยกัน” โดยจับคู่พี่น้องผู้ชายที่มีความต้องการพื้นที่ใช้สอยบริเวณระเบียงเพื่อกิจกรรมผ่อนคลาย ปลูกต้นไม้ โดยสามารถใช้ห้องนอนและห้องน้ำร่วมกันได้ และจับคู่พี่น้องผู้หญิงที่ไม่ต้องการระเบียงเพื่อความปลอดภัยและการดูแลรักษา พร้อมกับรองรับการเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวสำหรับผู้หญิงสองคน โดยสามารถใช้ห้องนอนและห้องน้ำร่วมกันได้เช่นกัน

ส่วนพื้นที่ของคุณพ่อคุณแม่ให้อยู่บริเวณชั้น 1 เพื่อลดความลำบากไม่ต้องขึ้นลงบันไดบ่อยๆ มีห้องน้ำเป็นของตัวเอง และเชื่อมพื้นที่ใช้สอยอาคารทั้ง 2 คูหาเข้าด้วยกันเป็นพื้นที่กิจกรรมส่วนกลางของบ้าน ให้ลงมานั่งเล่นพูดคุย กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน เพื่อให้เป็นพื้นที่สำคัญของทุกคนในครอบครัว


นิยามการออกแบบ “หน้า (บ้าน) ไม่อาย”

ไอเดียการออกแบบบ้าน “BAAN LOPBURI” เน้นสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย และกล้าจะแสดงตัวตนของวัสดุและรูปแบบการใช้งานจากพื้นที่ภายในสู่ภายนอก กล้าจะเปิด กล้าที่จะปิด กล้าจะโชว์ และนำมาสู่คำจำกัดความสั้นๆให้กับบ้านหลังนี้ว่า “หน้า(บ้าน)ไม่อาย” เริ่มที่การออกแบบภายนอกด้วยรูปทรงเรขาคณิตและเส้นสายที่เรียบง่าย สะท้อนจากรูปแบบการใช้สอยพื้นที่อย่างตรงไปตรงมา ไปจนถึงการออกแบบภายในให้เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอก เพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดของพื้นที่ภายในจากสภาพทาวน์เฮ้าส์เก่า ด้วยการน้ำแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยเพิ่มความสว่างภายใน ลดใช้แสงไฟประดิษฐ์ในช่วงกลางวัน ในโถงบันได ครัว และห้องน้ำ และเชื่อมทางเดินภายในเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการใช้สอยพื้นที่ทุกส่วน


จัดสรรพื้นที่เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ เพื่อให้ดูเรียบร้อย ในขณะเดียวกัน ก็เลือกบางมุมภายในบ้าน เพื่อเป็นที่จัดวางของที่น่ามอง และยังเป็นของตกแต่งภายในบ้านได้ โดย Mood & Tone เน้นสีขาว และสีของวัสดุไม้ เลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ร่วมกับแนวคิดการใช้ระนาบผนังเฉียงที่สอดรับกับการเข้าถึงและการมองเห็นจากทางเข้าหลัก เพื่อเกิดความน่าสนใจและเปลี่ยนภาพลักษณ์ทาวน์เฮ้าส์เดิมๆ ประกอบกับเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวในการตกแต่งพื้นที่ เพื่อยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนการใช้งานสำหรับปัจจุบันและอนาคต


มุมระเบียง ชั้นบน ที่เป็นจุดเด่นของบ้านหลังนี้ ด้วยการออกแบบที่พยายามให้ดูเรียบง่ายมากที่สุดและไม่บดบังทัศนียภาพภายนอก ซึ่งผู้ออกแบบและเจ้าของบ้านมีจุดประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์จากไม้เก่าของเจ้าของบ้านมาปรับใช้


ห้องน้ำ ที่มีแนวคิดจากความความสมดุลระหว่าง ชายหญิง และการ mirror กันของอาคารเดิม


ชั้นวางตรงกลาง เพิ่มความเปิดโล่งระหว่างสองอาคารพร้อมทั้งเป็นที่วางของที่เจ้าของบ้านต้องการตกแต่ง ทำให้พื้นที่เกิดความโล่งและน่าสนใจ


พื้นที่ครัว -ด้วยการนำแสงธรรมชาติเข้ามายังพื้นที่ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่อึดอัด ประกอบกับสีของเคาน์เตอร์ครัวที่ตัดกับสีหลักของบ้าน ทำให้เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของบ้าน


โครงอาคารเดิมเพิ่มความต้องการใหม่

อุปสรรคการก่อสร้างของ “BAAN LOPBURI” คือสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่มิดชิดจากการสำรวจหน้างานไปแล้ว ปัญหางานโครงสร้างและงานระบบฝังใต้ดินที่ไม่คาดคิดมาก่อน นักออกแบบจึงต้องปรับเปลี่ยนแผนการออกแบบให้ยืดหยุ่น สอดคล้องกับงบประมาณเป็นสำคัญ รวมถึงการสื่อสารกับเจ้าของบ้านที่ต้องชัดเจนและละเอียดขึ้นในทุกๆขั้นตอน หลังจากเกิดปัญหาและนำไปพัฒนาต่อได้ในอนาคต

นักออกแบบฝากทิ้งท้ายไว้ว่า “เสน่ห์และความท้าทายของการรีโนเวทบ้านหรืออาคารเก่าคือทำงานออกแบบและก่อสร้างร่วมกันระหว่าง “ข้อจำกัดอาคารที่มีอยู่เดิม” กับ “โจทย์การออกแบบ” จากลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปสรรครวมถึงค่าใช้จ่ายในบางกรณี แต่เพื่อแลกกับสภาพแวดล้อมที่คุ้นชิน, ที่ตั้งที่ตอบรับกับบริบทชีวิต หรือความทรงจำที่คุ้นเคย ของพื้นที่ บางท่านอาจพึงใจในปัญหานานาประการที่กล่าวข้างต้น ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของแต่ละท่าน”


เจ้าของบ้าน: Kangsawasd Family
ทีมออกแบบ: Palm Nattawat & Natthorn Silapasuwan