หลบร้อนมาพักใจใน 6 บ้านสไตล์ Tropical

ในช่วงที่ต้องอยู่บ้านเกือบจะ 24 ชั่วโมงอย่างนี้ จะขลุกตัว ทำงานอยู่แต่ในห้องแอร์ทั้งวันก็แสนจะอุดอู้ สัปดาห์นี้คอลัมน์ #NeighborHub เราขอคัดสรร 6 บ้าน Tropical House ที่เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย และยังเปิดใจต้อนรับแสงแดด และลมธรรมชาติ เปลี่ยนบ้านเรียบง่ายแสนธรรมดาให้พร้อมรับสภาวะอยู่สบาย (แม้อากาศจะร้อนและไม่เป็นใจในบางวัน) ว่าแล้ว ลองเอื้อมมือไปปิดแอร์ เปิดหน้าต่างให้ลมพัด พาตัวเองออกไปสูดอากาศและรับพลังงานจากธรรมชาติบ้าง จะช่วยเติมทั้งพลังกายและใจ โดยที่ไม่ต้องไปไหนไกล เพียงแค่อยู่บ้านเรานี่เอง

01 House in Chau Doc

สำหรับบ้านหลังแรกเราขอลัดเลาะพาทุกคนไปสำรวจย่านชานเมือง ChauDoc ในจังหวัด AnGiang ทางตอนใต้ของเวียดนาม บ้านหลังนี้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกันของครอบครัวเครือญาติทั้ง 3 ครอบครัว ซึ่งถึงแม้จะก่อสร้างและออกแบบด้วยงบประมาณที่จำกัด (ด้วยมาตรฐานท้องถิ่น) แต่ทีมสถาปนิกก็ไม่ลืมที่จะเติมเต็มวิถีชีวิตอันอุดมสมบูรณ์ ผ่านแสงแดด ความเขียวขจี และการระบายอากาศตามธรรมชาติในแบบบ้านกึ่งเขตร้อนชื้น ด้วยบริบทที่เป็นเมืองชายแดนติดพรมแดนกัมพูชา เลียบขนานไปกับแม่น้ำโขง บ้านในละแวกนั้นจึงมักจะยกใต้ถุนเพื่อป้องกันน้ำท่วม และ ประกอบไปด้วยเสาหินหรือคอนกรีต และโครงไม้ลอยตัวเป็นเอกลักษณ์ ทีมผู้ออกแบบจึงตั้งใจรักษาภาพจำเหล่านั้น โดยเน้นเลือกใช้แต่วัสดุในท้องถิ่น เทคนิคช่างไม้ และวิธีการก่อสร้างท้องถิ่นให้มากที่สุด ในขณะที่รื้อและคลี่การออกแบบสเปซบางส่วนขึ้นใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้ง 3 นี้ไปพร้อมกัน

1 เปลี่ยนรูปทรงหลังคาจากทรงจั่วเป็นหลังคาทรงผีเสื้อ เพื่อเปิดพื้นที่ภายในสู่สภาพแวดล้อมภายนอก นำแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ด้วยช่องว่างของหลังคาผีเสื้อ 3 หลังคา ที่ออกแบบในระดับความสูงที่แตกต่างกัน

2 ปรับขนาดของช่องเปิดหน้าต่างเหล็กหมุนได้ ให้มีขนาดบานใหญ่และสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องเปิดทั้งบริเวณด้านหน้าและหลังอาคาร เพื่อเพิ่มปริมาณของแสงและลมธรรมชาติให้เข้าสู่ภายใน
3 เปลี่ยนผนังทึบภายในทั้งหมดให้เป็นพาร์ติชั่นที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อสร้างพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่ที่โปร่ง โล่งสบาย และยอมให้ลมธรรมชาติไหลผ่าน

ที่มา: https://www.archdaily.com/878765/house-in-chau-doc-nishizawaarchitects
Photographs: Hiroyuki Oki

02 Planter Box House

ใครชอบสายดิบ เท่ อย่างงานคอนกรีต ต้องแวะมาชมบ้านหลังนี้กันสักหน่อย! เพราะ Planter Box House โดดเด่นด้วยการใช้คอนกรีตออกแบบในลักษณะกล่องลดหลั่นเป็นชั้น และที่น่าสนใจคือ แต่ละชั้นจะปลูกพืชเพื่อความยั่งยืนที่สามารถรับประทานได้กว่า 40 ชนิด ผู้ออกแบบท้องถิ่นอย่าง Formzero เคลมว่าบ้านหลังนี้เป็น “นิยามใหม่ของบ้านเขตร้อนร่วมสมัย” โดยให้ความสำคัญกับแสง การระบายอากาศตามธรรมชาติ และต้นไม้ ซึ่งนอกจากที่อยู่อาศัยของพืชกินได้หลากหลายชนิด กล่องคอนกรีตแต่ละก้อนยังมีการออกแบบให้สามารถกักเก็บน้ำฝน กลายเป็นอ่างเก็บน้ำชลประทานขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับระบบที่สามารถควบคุมระดับน้ำในแต่ละกล่อง หมุนเวียนและนำไปใช้ต่อได้อย่างยั่งยืน

เมื่อเข้าสู่ภายใน พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่จะนำไปสู่ห้องครัวที่มีระยะความสูงแบบ Double-Height และพื้นที่รับประทานอาหาร โดยมีหน้าต่างกระจกที่สามารถเปิดได้สูงเต็มที่ โดยในทุกๆ ชั้น พื้นที่จะถูกออกแบบให้เปิดโล่งที่สุด ไร้ซึ่งผนังกั้น และสามารถเชื่อมสู่ระเบียงปลูกต้นไม้ได้ผ่านประตูกระจก ดีเทลเล็กๆ ยังปรากฏให้เห็น จากตัวคอนกรีตเองที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านเขตร้อนในแบบดั้งเดิม โดยเป็นการหล่อคอนกรีตด้วยไม้ไผ่แบบแยกส่วน ทิ้งเท็กซ์เจอร์ขรุขระและร่องรอยเป็นธรรมชาติได้อย่างมีเสน่ห์

ที่มา: https://www.dezeen.com/2018/12/22/planter-box-house-formzero-concrete-kuala-lumpur-edible-plants/
Photographs: Ameen Deen

03 Cuckoo House

The Cuckoo House เป็นบ้านของครอบครัวสมาชิกทั้ง 4 ที่ประกอบไปด้วยพ่อแม่และลูกเล็กอีก 2 คน รวมกับร้านกาแฟขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ความน่าสนใจของโปรเจ็กต์นี้ คือวัสดุที่สร้างจากอิฐดินเหนียวท้องถิ่นซึ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคย และมีการดีไซน์สเปซของบ้านให้เปิดรับความเป็นธรรมชาติได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ The Cuckoo House ประกอบด้วยอาคาร 3 บล็อกที่เชื่อมต่อกันด้วยชั้นบัฟเฟอร์ ซึ่งบล็อกเหล่านี้จะถูกวางลงบนบล็อกสี่เหลี่ยมซึ่งทำหน้าที่เป็นฐาน และเป็นร้านกาแฟที่มีสวนเป็นพื้นที่กลางแจ้งและพื้นที่ในร่ม แยกพื้นที่ระหว่างบ้านและร้านอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน ส่วนอาคาร 3 บล็อกด้านบนเป็นพื้นที่ใช้งานของบ้านที่เชื่อมโยงเข้าหากันด้วยชั้นบัฟเฟอร์ที่เว้นช่องว่างเล็กน้อยให้ลมและแสงไหลผ่าน

การออกแบบผนังและสเปซภายใน สถาปนิกยังคำนึงถึงนิสัยและพฤติกรรม โดยกำหนดการใช้งานเพื่อกระตุ้นให้ครอบครัวออกจากห้องมาใช้เวลาอยู่ร่วมกันในพื้นที่ Semi-outdoor ของบ้าน ซึ่งช่องว่างระหว่างบล็อกส่งเสริมความเชื่อมโยงของพื้นที่ภายนอกและภายใน ทำให้กิจกรรมของครอบครัวทั้งเป็นส่วนตัวและเปิดกว้าง ในขณะที่ลมสามารถพัดผ่านทุกมุมของบ้านและทำให้อากาศเย็นสบายในบ้านเขตร้อน

ที่มา: https://www.archdaily.com/913829/cuckoo-house-tropical-space
Photographs: Hiroyuki Oki

04 A Brutalist Tropical Home

ถ้าจะพูดถึงบ้าน Tropical Style เราจะลืมบ้านในเกาะบาหลีไปได้อย่างไร ?! บ้าน 512 ตารางเมตรหลังนี้มีชื่อว่า A Brutalist Tropical Home ตั้งอยู่ในหุบเขาเล็กๆ ภายในทุ่งนาทางชายฝั่งตอนใต้ของเกาะ ถึงแม้ว่าบ้านคอนกรีตสุดดิบหลังนี้จะดูแข็งกระด้างไปบ้าง แต่ภายในกลับอบอุ่นด้วยการออกแบบเสปซและช่องเปิดที่พร้อมรับแสงธรรมชาติ ทัศนียภาพเขียวชะอุ่ม ท้องฟ้าสีครามและกลิ่นอายของบรรยากาศที่ร่มรื่นเข้าสู่ภายในห้องนั่งเล่นสูง 2 ชั้นขนาบด้วยบานกระจกเป็นหัวใจของบ้าน แต่การออกแบบด้วยกระจกก็ต้องแลกมาด้วยความร้อนและแสงแดดโดยตรง ผู้ออกแบบจึงมีการยื่นโครงสร้างบางส่วนออกมาเพิ่ม ปลูกไม้กระถางเล็กน้อย เพื่อแก้ปัญหาแสงแดด ช่วยกรองแสงและป้องกันความร้อนที่สูงเกินไปในบางช่วงเวลา

ในบริเวณห้องนั่งเล่น เลย์เอาต์ที่ถูกออกแบบหลายระดับยังแบ่งเป็นมุมหนังสือ มุมฟังเพลง และสามารถเดินลงไปยังห้องครัวแบบเปิดโล่งและพื้นที่รับประทานอาหารซึ่งออกแบบโดยไม่มีผนัง เชื่อมต่อโดยตรงกับภายนอกเพื่อเพิ่มการระบายอากาศตามธรรมชาติ และสร้างความรู้สึกของ ‘การใช้ชีวิตในเขตร้อนชื้นกลางแจ้ง’ ได้ทั่วทั้งบ้าน

ที่มา: https://www.dezeen.com/2019/02/07/brutalist-tropical-home-bali-patisandhika-daniel-mitchell-architecture/
Photographs: Tommaso Riva

05 DRA House

ไปต่อกันที่บ้านอีกหลังจากเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งโดดเด่นด้วยการลดปริมาตรของอาคาร และเบลอพื้นที่ภายนอกและภายในให้กลายเป็นพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถพักผ่อน ดื่มด่ำกับภูมิทัศน์เขตร้อนที่ร่มรื่น เขียวชะอุ่ม และเงียบสงบ บนผืนที่ดินทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 1,277 ตร.ม. โครงสร้างหลักของวิลล่า 2 ชั้น ยกใต้ถุนวางขนานแนวยาว โดยผู้ออกแบบสร้างพื้นที่เปิดโล่งกว้างขวางของสระว่ายน้ำและสนามหญ้าทางด้านทิศเหนือซึ่งถือเป็นใจกลางของบ้าน ทำให้ห้องพักทุกห้องสามารถเปิดชื่นชมธรรมชาติได้ทั้งด้านใต้และด้านเหนือ (หลีกเลี่ยงทิศทางดวงอาทิตย์จากทางตะวันออกและตะวันตกโดยตรงของเขตร้อน) การออกมานั่งทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ นั่งชมธรรมชาติยามเช้า หรือการรวมตัวของครอบครัวในวันหยุด จึงทำได้อย่างง่ายดายภายในบ้านหลังนี้

บริเวณศาลาห้องโถงยังได้แรงบันดาลใจมาจากองค์ประกอบ Aling-Aling ของบ้านชาวบาหลี ซึ่งเป็นองค์ประกอบฉากกั้นช่วงเปลี่ยนถ่ายพื้นที่เป็นสัญญาณที่แสดงว่า กำลังจะพาเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของบ้าน นอกจากนั้น องค์ประกอบของโครงสร้างหลักยังถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น กำแพงหินแม่น้ำสีเทา เสาไม้หรือทางเดินคอนกรีตที่เติมบรรยากาศความอบอุ่นในแบบบ้านเขตร้อนด้วยสวนเขียวขจี ภูมิทัศน์ และบ่อน้ำ

ที่มา: https://www.archdaily.com/786122/dra-house-in-bali-d-associates
Photographs: Mario Wibowo

06 Tropical Box House

Tropical Box House โปรเจ็กต์นี้ถูกมองว่าเป็นกล่องคอนกรีตเมืองร้อนที่โอบล้อมป่าอันเขียวชะอุ่ม ที่พักอาศัยภายในเป็นป้อมปราการปกป้องแสงแดดและฝน แต่ในขณะเดียวกันก็โอบล้อมความเป็นธรรมชาติจากดอกไม้ ต้นไม้ที่หนาแน่นตามธรรมชาติ รวมถึงแสงแดดและลมที่แวะมาทักทายอยู่เป็นประจำ คอนกรีตถูกเจาะให้เป็นแพทเทิร์นเปิดทรงสี่เหลี่ยมเพื่อป้องกันความร้อน แต่ดึงแสงแดดเข้ามาเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นสู่ภายใน โดยเป็นอุปกรณ์กรองแสงแดดที่มีความลึกถึง 900 มม. โครงสร้างนี้ยอมให้แสงแดดส่องผ่านตามธรรมชาติแต่ต้านทานการแผ่รังสี ช่องเปิดขนาดต่างๆ ถูกออกแบบตามจังหวะที่ควบคุมความทึบและความสว่างของพื้นที่ภายใน

พื้นที่ใช้สอยหลัก พื้นที่รับประทานอาหาร และสระว่ายน้ำตั้งอยู่ชั้นล่าง เหนือระดับที่ยกจากความลาดเนินของพื้นดิน เพื่อป้องกันความชื้นจากแมลง และศัตรูพืช ทำให้บ้านโปร่งและแห้งในขณะที่ร่มรืนและเย็นสบายด้วยธรรมชาติที่รายล้อม เมื่อเรามองออกไปจากสระว่ายน้ำและสวน จะพบกับวิวป่าไม้แบบพาโนราม่าที่ชัดเจนและกว้างไกล ซึ่งห้องนอนชั้นบน ออกแบบหน้าต่างเพื่อชมทิวทัศน์ของต้นไม้ใหญ่ที่สวยงาม กล่องคอนกรีตที่ดูเหมือนหนักและแข็งแกร่ง จึงเข้ากันกับความนุ่มนวลของพื้นที่ และป่าพื้นเขียวขจีได้อย่างยั่งยืน

ที่มา: https://www.archdaily.com/635387/house-tropical-box-whbc-architects
Photographs: Kent Soh