บ้าน 149H ผ้าใบสีขาวที่ผู้เช่าเข้าไปแต่งแต้มสีสัน

แม้ไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลที่มีพื้นที่กว้างขวางให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย แต่บ้าน 149H ก็สามารถดึงเอาลักษณะของพื้นที่มาใช้เป็นไอเดียรีโนเวทได้อย่างน่าสนใจ เมื่อทีมนักออกแบบเลือกเล่นกับระยะถอยร่นของอาหาร มาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงอาคาร สีสันหน้าตา พื้นที่ใช้สอยให้ออกมาเสวยงาม บ้านผ้าใบสีขาวที่พร้อมให้ผู้เช่าเข้าไปแต่งแต้มสีสันของตัวเอง ออกแบบโดย Studiomai 


รีโนเวทบ้านหลังเก่า เป็นพื้นที่เช่าอาศัย

เป็นอีกหนึ่งเคสน่าสนใจสำหรับใครที่กำลังอยากทำบ้านให้เช่า จากบ้านพักอาศัยหลังเก่าที่เจ้าของอยากลงทุนทำธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัย รองรับกลุ่มลูกค้าหลักชาวต่างชาติ เลือกเช่าได้ทั้งรายเดือนและเช่ารายวันให้ลูกค้าได้มีทางเลือกตอบโจทย์ความต้องการ ดึงดูดด้วยทำเลที่กำลังขยายตัวออกมาโซนสถานีรถไฟฟ้าบางจาก เดินทางง่ายอยู่ไม่ไกลจากปากซอย ระแวกบ้านก็เป็นชุมชนที่ปลอดภัยพอสมควร อยู่อาศัยกันอย่างเงียบสงบ

เลือกเล่นกับระยะร่นของอาคาร

งานออกแบบอาคารเชิงธุรกิจที่ถูกคิดเพื่อความพอดี เนื่องจากที่ดินขนาดเล็กแต่ความต้องการองค์ประกอบภายในที่มาก จึงต้องออกแบบให้ใช้พื้นที่ใช้สอยทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุดในแง่กฏหมายและภาวะสบาย โดยทั่วไปการออกแบบอาคารพักอาศัยลักษณะนี้ มักจะเลือกการสร้างคอร์ทเพื่อสร้างพื้นที่ว่างภายในอาคาร แต่ในเคสบ้าน 149H นักออกแบบเลือกเล่นกับพื้นที่ระยะร่นของอาคารด้านข้างมาเป็นประเด็นสำคัญในการออกแบบ

พื้นที่ว่างด้านข้างถูกใช้เป็นเครื่องมือในการออกแบบเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับพื้นที่ภายใน โดยพื้นที่การออกแบบทั้งหมดแบ่งเป็นสองส่วนคือ บ้าน A ส่วนด้านหน้าเป็นพื้นที่เช่าอยู่อาศัยแบบรายเดือน และบ้าน B ที่ด้านหลังเป็นพื้นที่เช่าอยู่อาศัยแบบรายวัน

ไม่ให้ข้อจำกัด มากำจัดไอเดีย

ที่บ้าน A ถูกข้อจำกัดเรื่องแสงเพราะถูกปิดล้อมจากผนังสามด้าน ทำให้เหลือพื้นที่การออกแบบช่องเปิดด้านเดียวคือ ด้านติดถนน แต่การเปิดรับแสงที่มาก ก็มีผลเสียในเรื่องภาวะความเป็นส่วนตัว รวมถึงความจ้า นักออกแบบก็ไม่อยากให้ผู้อาศัยแก้ปัญหาด้วยการปิดม่าน บวกกับความต้องการให้พื้นที่ชั้นสองที่เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ สามารถอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเปิดไฟ จึงเลือกทำปล่องแสงข้างบน เพื่อให้เป็นตัวกระจายแสงลงมาสู่ภายในอาคาร ด้วยวิธีให้แสงแบบ Indirect ความจ้าของแสงถูกครีบหักเห กระจายเข้าสู่ตัวอาคารจากข้างบน เสริมความสูงโปร่งด้วยการออกแแบบฝ้าขึ้นไปเพื่อเป็นฉากรับแสงไปพร้อมๆกัน ส่วนด้านนอกระเบียงเป็น semi outdoor ก็ทำแผงเหล็กรูเพื่อบังตา ช่วยสกรีนแสงไปด้วยในตัว

ส่วนบ้าน B ด้วยทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือ มีระยะร่นบ้านเดิมที่น้อย จึงเลือกให้เป็นทางเข้าและไปขยายพื้นที่เป็นโถงเข้าบ้านสูงขึ้นไปถึงหลังคา คลุมด้วยหลังคาโปร่งแสง เกิดปฏิสัมพันธ์กับระเบียงหน้าห้องน้ำชั้น 2 ให้บรรยากาศนี้มีความเป็นกันเองมากขึ้น

บ้านทั้งสองหลังเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ระยะร่น นำแสงธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบให้สัมพันธ์ระหว่างรูปทรงอาคาร สีสันหน้าตา พื้นที่ใช้สอยให้ออกมาเรียบง่ายสวยงาม และลดรายละเอียดของอาคารลงให้มากที่สุดเพื่อจำกัดค่าก่อสร้างให้อยู่ในงบอาคารเชิงธุรกิจ


“ผ้าใบสีขาว” เพื่อการใช้ชีวิตของผู้คน

นักออกแบบที่มีปรัชญาในการทำงาน “การออกแบบคือการแก้ปัญหา” ซึ่งในครั้งนี้ปัญหาหลักคือความเยอะขององค์ประกอบและค่าก่อสร้าง พวกเขาจึงพยายามสร้างงานออกแบบที่ Clean และ Clear ให้ได้มากที่สุด ยังไงมากกว่า เริ่มจากปัญหาความแคบก่อนเลย การสร้างแปลนแบบ Open plan ให้เกิดระยะมองไปไกลๆ แม้ระนาบฝ้าจะต่ำ แต่การขยายมุมทางสายตาก็จะช่วยให้โปร่ง โล่งได้ พวกเฉลียง ระเบียงที่อยู่ปลายสายตาก็จะเข้ามาทำงานในส่วนนี้ ทำนองดึงความสนใจออกไป

ก่อนหน้าที่จะออกมาเป็นหน้าตานี้ มีการออกแบบไอเดียเบื้องต้นมาหลายตัวหลายความคิดมาก จนมาตกผลึกที่ว่าอาคารหลังนี้เป็นเหมือน “แกลอรี่” ชีวิตของคนที่มาอยู่ มาเช่าทั้งรายวัน รายเดือน หรือตัวเจ้าของอาคารเอง

ทุกคนมีของมีควมชอบเป็นส่วนตัว มีศิลปะเป็นของตนเอง จึงเลือกการออกแบบภายในเป็นสีขาว เป็น “ผ้าใบ” รองรับศิลปะการใช้ชีวิตของผู้คน ที่ดูง่ายๆ ซื่อๆ ดี รีโนเวทไม่ใช่แค่แต่งหน้าทาปาก


ทีมนักออกแบบบอกเล่าประสบการณ์ทำงานถึงคนที่กำลังสนใจปรับปรุงจากอาคารเดิมเอาไว้เล็กน้อยว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นการเก็บโครงสร้างบ้านเอาไว้แต่ในฝั่งนักออกแบบมันก็เป็นการสร้าง “พฤติกรรม” ใหม่ลงไปในให้อาคารเดิม จำเป็นต้องดูสภาพความแข็งแรงเดิม เสริมกำลังโครงสร้างก็ต้องทำ ทีนี้ด้วยความที่โครงสร้างอาคารเดิม

ถ้าระยะพื้นถึงพื้นค่อนข้างต่ำรู้สึกเตี้ยเกินไป การเสริมเหล็ก WF ใต้คานก็จะส่งผลต่อระยะความสูงเหนือศรีษะ จุดนี้ต้องทำงานกับวิศวกรโครงสร้างมากพอดู และบ้านเดิมเองก็มีการต่อเติมตลอดมา 2 ครั้ง เสาบางต้นก็มีวิบัติต้องทำการซ่อม เป็นค่าใช้จ่ายที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ รวมถึงพวกงานระบบต่างๆ เพราะการรีโนเวทไม่ใช่แค่แต่งหน้าทาปาก ต้องดูแลระบบภายในให้กลับมาแข็งแรงด้วยเช่นกัน