ชวนจัดระเบียบตู้ยาใน 5 ขั้นตอน

คุณเก็บยาสามัญประจำบ้าน หรือยารักษาโรคต่าง ๆ ไว้แบบไหน? กระจัดกระจายกันคนละที่ บ้างก็ยังอยู่ในถุงยาที่ได้มา บางชนิดก็วางไว้รวมกับพวกวิตามินบำรุงร่างกาย เกิดไม่สบายขึ้นมาตอนไหนก็ต้องวิ่งหายากันให้วุ่น ใช่แบบนี้หรือเปล่า? หากตอบใช่แม้เพียงข้อเดียว เราขอชวนคุณมาจัดระเบียบตู้ยาใหม่กันเถอะ เพื่อความสะดวกปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน ไม่ต้องเสี่ยงกับการใช้ยาที่เสื่อมคุณภาพ หมดปัญหายาหาย หยิบใช้ยาผิด และยังสามารถช่วยรักษาคุณภาพของยาไว้ได้ ด้วย 5 ขั้นตอนง่าย ๆ แต่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

หาบ้านให้ยา

ตู้ยาก็เปรียบเสมือนบ้านของยา เป็นสิ่งที่ทุกบ้านควรมี เพื่อให้สามารถเก็บยาไว้ได้อย่างเป็นที่เป็นทาง อยู่ในอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยให้เราหยิบใช้ยาได้รวดเร็วขึ้นด้วย ตู้ยามีหลายแบบให้เลือก สามารถเลือกซื้อแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราได้เลย

  • ตู้ยาแบบแขวน มักมีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับคอนโด หอพัก หรือบ้านที่มีเด็กเล็ก ซึ่งมีความจำเป็นต้องเก็บยาในที่สูงเพื่อความปลอดภัย
  • ตู้ยาตั้งโต๊ะ มีให้เลือกหลายหลายขนาด หากมีพื้นที่เยอะก็สามารถเลือกแบบที่มีขนาดใหญ่ ไว้สำหรับใช้เก็บยา วิตามิน อาหารเสริม อุปกรณ์ปฐมพยาบาลต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง เป็นต้น
  • กล่องใส่ยา เหมาะสำหรับพกพา มีไว้ประจำบ้าน สำนักงาน ติดรถไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ มักแบ่งเป็นช่องและมีหลายชั้น ทำให้แยกเก็บยาได้สะดวก

Check List ยาที่ควรมีติดตู้

ทุก ๆ บ้านควรมีชุดยาสามัญประจำบ้านไว้อย่างน้อย 1 ชุด ยาเหล่านี้สามารถหาซื้อมาใช้ได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เราสามารถจัดเตรียมยาหมวดหลัก ๆ ไว้ยามฉุกเฉินได้เลยยาที่ควรมีติดตู้ได้แก่

  • กลุ่มยาแก้ปวดลดไข้
  • กลุ่มยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก
  • กลุ่มยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย
  • กลุ่มยาแก้ไอ แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ
  • กลุ่มยาแก้อาการวิงเวียน เมารถ เมาเรือ
  • กลุ่มยาสำหรับดวงตา เช่น ยาล้างตา น้ำตาเทียม
  • พลาสเตอร์ยา ผ้าก๊อซ เทปปิดแผล
  • ยาดม ยาหม่อง ยาหอม
  • ยาทาสำหรับแมลงสัตว์กัดต่อย
  • ยาทาโรคผิวหนัง สำหรับอาการคัน เป็นผื่น กลาก เกลื้อน หรือน้ำกัดเท้า
  • ยาทาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ยาใส่แผลสด อุปกรณ์ทำแผล ล้างแผล

และหากนึกไม่ออกว่าตู้ยาควรมียาประเภทไหนติดตู้ไว้อีกบ้าง ให้ลองคิดดูว่าเราและสมาชิกในบ้านมักเจ็บป่วยแบบไหนบ่อย ๆ ก็ให้จัดยาสำหรับอาการเหล่านั้นติดตู้ยาที่บ้านไว้เลย

ตรวจสอบฉลากยา

ก่อนจะจัดยาลงตู้ได้นั้น เราต้องตรวจสอบก่อนว่ายาทุกชนิดมีฉลากที่ชัดเจน และสมบูรณ์ดีหรือไม่ โดยฉลากยาต้องระบุข้อมูลยาไว้อย่างละเอียด ทั้งชื่อยา สรรพคุณ วิธีใช้ ปริมาณที่ใช้ ข้อควรระวัง วันหมดอายุ และหากเป็นยาส่วนบุคคลก็ควรมีชื่อระบุ หากฉลากยาตัวไหนเริ่มจาง หรือเก็บไว้นานจนหมดอายุก็ควรทิ้งในทันที นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ของยาต้องมีสภาพดี ไม่ฉีกขาด ชื้น หรือมีรูรั่ว ยาน้ำหรือวิตามินควรอยู่ในขวดสีชาทึบแสง ยาเม็ดควรอยู่ในแผง ไม่ควรแกะหรือเทออกมาเก็บไว้ในตลับจัดยา เพราะอาจทำให้สับสนในการใช้และป้องกันความชื้นได้ไม่ดีพอ

แยกประเภทของยา

เมื่อมั่นใจว่ายาทุกตัวมีฉลากยาครบถ้วนสมบูรณ์ จากนั้นให้คัดแยกยาเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ยารับประทาน (ยาใช้ภายใน) ยาใช้ภายนอก และเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา ได้แก่ สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับการแพทย์ โดยให้จัดยารับประทานไว้ชั้นบนสุดของตู้ยา ยาใช้ภายนอกไว้ชั้นรองลงมา และเวชภัณฑ์ไว้ชั้นล่างสุด หากตู้ยามี 2 ชั้น ให้จัดยาสำหรับรับประทานไว้ชั้นบน จัดยาใช้ภายนอกและเครื่องเวชภัณฑ์ไว้ชั้นล่าง และหากเป็นกล่องยา ให้แยกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน ระหว่างยาใช้ภายในและยาใช้ภายนอก โดยแบ่งจัดสัดส่วนแต่ละชั้นหรือแต่ละฝั่งให้เป็นระเบียบ

เช็คและทำความสะอาดตู้ยาอย่างสม่ำเสมอ

ตู้ยาก็เปรียบเสมือนอีกมุมหนึ่งของบ้านที่ต้องคอยทำความสะอาด ดูแลในเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างสม่ำเสมอ และควรตรวจสอบยาสามัญประจำบ้านในทุก ๆ 3-4 เดือน ว่ามียาตัวใดขาดหรือหมดไปหรือไม่ รวมทั้งคัดแยกยาตัวที่หมดอายุออกมา และหากมียาตัวที่ยังไม่หมดอายุแต่เริ่มจะเสื่อมสภาพ ก็ต้องคัดแยกออกและทิ้งทันทีเช่นกัน จากนั้นจึงจัดหามาเพิ่มเติมไว้ให้พร้อมใช้งาน

เพียง 5 ขั้นตอนนี้ เราก็จะหมดปัญหาเผลอใช้ยาหมดอายุ เสื่อมภาพ หายาไม่เจอ ไม่มียาพร้อมใช้ จะรออะไร งั้นมาเริ่มจัดตู้ยากันวันนี้เลยดีกว่า!


ที่มา:
https://mnfda.fda.moph.go.th/drug/?p=1028

Click to access หลักการจัดตู้ยาสามัญประจำบ้าน.pdf