เปลี่ยนสีสันสำเพ็งที่วุ่นวายสู่บ้านผ่อนคลายแสนอบอุ่นในขนาด 90 ตารางเมตร

กลางย่านสำเพ็งที่เต็มไปด้วยรถรา มอเตอร์ไซค์ส่งของวิ่งกันขวักไขว่ และไหนจะรถเข็นส่งถ่ายสินค้าที่ผลัดกันเข้า-ออก ค่อนข้างวุ่นวายแต่ก็สร้างสีสันในแบบของ ‘สำเพ็ง’ ให้เป็นที่จดจำของผู้คนในกรุงเทพฯ กลางย่านที่วุ่นวายนั้นยังมีอาคารพาณิชย์สูง 7 ชั้นที่เป็นทั้งพื้นที่ธุรกิจจิวเวลรี่และพื้นที่อยู่อาศัยของครอบครัวใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อถึงเวลาก่อร่างเริ่มสร้างตัว เจนเนอเรชั่นหลังอย่างคุณเคน และคุณไวท์ คู่รักแต่งงานใหม่ในวัย 27 และ 28 ปีจึงตัดสินใจรีโนเวทพื้นที่ชั้น 5 ของอาคารให้เป็นที่พักอาศัยส่วนตัว ค่อย ๆ ลบภาพจำสำเพ็งในแบบที่วุ่นวาย สู่บ้านสุดผ่อนคลายแสนอบอุ่นในขนาด 90 ตารางเมตร

จะ Public หรือ Privacy แตกต่างแต่อยู่ร่วมกันได้

เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทั้งคู่ ซึ่งต่างก็มีช่วงเวลาส่วนตัวที่แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมโปรดของตนเอง บ้างก็มีเพื่อนคุณเคนแวะเวียนมาสังสรรค์ หรือบ้างก็มีการเล่นเกมส์เป็นครั้งคราว พื้นที่ของคุณไวท์ที่ยังต้องการความสงบ และเป็นส่วนตัวจึงจำเป็นในบางช่วงเวลา

คุณกาจ-กาจวิศว์ ริเริ่มวนิชย์ ทีมสถาปนิกจาก Physicalist เริ่มออกแบบวางผังบ้านโดยรื้อพื้นที่เดิมออกและแบ่งโซนพื้นที่ใหม่บนขนาดประมาณ 90 ตารางเมตรให้เรียบง่ายและตอบโจทย์ โดยแบ่งออกเป็น 3 คลัสเตอร์ โซนแรกที่เข้าถึงผ่านบันไดและลิฟท์หลักซึ่งเป็นของเดิมจะกลายเป็นส่วนต้อนรับ ห้องครัว ส่วนรับประทานอาหาร และ Pantry กั้นระหว่างโซนด้านหน้าและหลังด้วยห้องกึ่งเซอร์วิสที่จงใจวางให้ขวางทางเอาไว้ เพื่อไม่ให้พื้นที่ส่วนที่เหลือเชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์ ซึ่งในโซนที่สองนี้จะประกอบด้วยห้องซักรีด walk-in closet และห้องน้ำที่สามารถเปิดประตูเลื่อนเข้า-ออกได้จากสองทาง

 

“พอห้องนี้มันขวางอยู่ มันเลยเกิดพื้นที่ 2 ก้อน ด้านหน้าและด้านหลัง ถ้าเพื่อนมาปาร์ตี้ก็จะวุ่นวายอยู่แค่ข้างหน้า ความเป็นห้องจะมีแค่ห้องนอนและห้องเซอร์วิสตรงกลาง ส่วนที่เหลือเป็นคอมมอนเอเรียที่มีพื้นที่ทางเดินทำหน้าที่เชื่อมและแยกพื้นที่สองก้อนนี้ออกจากกัน” สถาปนิกเล่า

โซนที่สาม เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่สงบและต้องการความเป็นส่วนตัวที่สุดในทั้งหมด แบ่งออกเป็น 2 พื้นที่หลักๆ คือส่วนห้องนอนและห้องนั่งเล่นที่มีมุมทำงานเล็ก ๆ วางติดหน้าต่างบานใหญ่ และมีประตูบานเลื่อนเปิดออกสู่ระเบียง สามารถออกไปชมบรรยากาศของเพื่อนบ้านชาวสำเพ็ง หรือจะใช้เป็นฟังก์ชันตากผ้าเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถทำได้

เปิดและปิดในแบบที่พอเหมาะพอดี

เรื่องต่อมาที่สถาปนิกเล่าว่าเป็นใจความสำคัญของบ้าน คือ การออกแบบช่องเปิด ทำอย่างไรให้อาคารที่สูง 7 ชั้นสามารถนำแสงธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ของบริบทรอบด้านเข้ามาในแบบที่ไม่วุ่นวายมากจนเกินไป? ช่องเปิดทุกบานภายในบ้านหลังนี้จึงคิดมาแล้วว่าต้องพอเหมาะพอดีกับพื้นที่นั้นๆ

เริ่มต้นจากบริเวณห้องรับประทานอาหาร สถาปนิกจึงออกแบบช่องเปิดในลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ครอปวิวภายนอกให้เหลือเพียงสัดส่วน Square 1:1 เพื่อนำแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายใน และนำบริบทความวุ่นวายจากภายนอกเข้ามาในปริมาณที่พอดี ส่วนบริเวณทางเดินจากโซนด้านหน้าไปยังด้านหลัง มีช่องเปิดยาวติดกับพื้นที่นำแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาในขณะที่รักษาความเป็นส่วนตัวจากมุมมองของเพื่อนบ้าน

สุดทางเดินก็ยังคงมีบานเปิดขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่สามารถนำทั้งแสงและลมเข้ามาภายใน ส่วนในห้องนอน ถ้าไม่บอก เราก็คงไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้รายล้อมไปด้วยความวุ่นวายใจกลางสำเพ็ง แสงปริมาณมากที่สามารถดึงเข้าสู่พื้นที่ อีกทั้งบรรยากาศความเงียบสงบ ความอบอุ่น จึงเป็นเรื่องราวการอยู่อาศัยดีๆ ที่แวะมาทักทายเจ้าของบ้านทั้งคู่อยู่ในทุกๆ วัน

 

“สำเพ็งที่ว่าวุ่นวาย พอขึ้นลิฟท์เปิดมาเจอบ้าน พื้นที่มันเรียบร้อยในเชิงมู้ดแอนด์โทนที่เราพยายามทำให้มันดูอบอุ่น โทนสีขาว เทา น้ำตาล สร้างความผ่อนคลายตั้งแต่ตรงนี้เลย และด้วยช่องเปิดที่มี มันทำให้ตึกสูง 7 ชั้นกลางสำเพ็งมีแสงธรรมชาติที่เพียงพอ ขนาดอาจไม่จำเป็นต้องใหญ่ก็สามารถทำให้การอยู่อาศัยได้รับการ Fulfill ได้เหมือนกันนะ” สถาปนิกกล่าว


Location: Sampemg Market, Bangkok, Thailand
Architectural Design: Physicalist
Design Team: Karjvit Rirermvanich, Kalapa Numphueng
Digital Images: Soopakorn Srisakul
Film Images: Kukkong Thirathomrongkiat