7 บ้านในฝันของคนที่ฝันอยากมีบ้านต้นไม้

เมื่อเวลาเดินทางมาถึงช่วงที่กำลังเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างช่วงนี้นั้น นอกจากเพื่อน ๆ จะต้องรับมือกับความเครียดและหลากหลายปัญหาต่าง ๆ ในวิถีชีวิตประจำวันแล้วนั้น ยังต้องมารับมือกับสภาพอากาศอันแสนร้อนแรงอีก จะดีแค่ไหนถ้าเรามีบ้านที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้สัมผัสไอเย็น ๆ จากต้นไม้นานาพันธุ์ วันนี้ House hub จึงมาพร้อมกับไอเดีย 7 บ้านบนยอดไม้ ที่แค่เห็นก็รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ และรู้สึกเย็นไปกับธรรมชาติสีเขียวราวกับได้ไปดื่มด่ำกับทิวทัศน์ธรรมชาติด้วยตัวเองเลยทีเดียวสำหรับเพื่อนคนไหนที่ฝันอยากมีบ้านต้นไม้สุดเก๋เป็นของตัวเอง หรือมองหาไอเดียแรงบันดาลใจอยู่นั้น มาติดตามดู 7 บ้านบนยอดไม้ไปพร้อม ๆ กันเลย!

Tree House
Malan Vorster Architecture Interior Design

สำหรับบ้านต้นไม้หลังแรก ขอพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติของเมือง Cape Town, South Africa บ้านต้นไม้สไตล์ร่วมสมัยหลังนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดล้อมของพื้นที่ดินที่รายล้อมไปด้วยป่าไม้สีเขียว พื้นที่โล่งสำหรับก่อสร้างบ้านค่อนข้างเล็กเนื่องจากต้องการเก็บรักษาต้นไม้เดิมและบรรยากาศอุดมสมบูรณ์ให้ครบถ้วน และเจ้าของบ้านยังต้องการวิวทิวทัศน์ที่ดีที่สุด

ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบอย่าง Malan Vorster Architecture Interior Design จึงตอบโจทย์มอบวิวทิวทัศน์อันกว้างขวางได้เป็นอย่างดี โดยวางแปลนอาหารเป็นรูปวงกลม 4 วง เพื่อเปิดทัศนียภาพและการมองเห็นให้ลื่นไหลไปกับผนังโค้งมน และทีมสถาปนิกก็ไม่ลืมที่จะเคลียร์โจทย์ด้านโครงสร้างโดยการออกแบบให้เสาของอาคารอยู่ที่จุดศูนย์กลางของวงกลมทั้ง 4 จุด และคานรวมถึงโครงสร้างพื้นจะเชื่อมต่อกันเหมือนกิ่งก้านต้นไม้ เพื่อรองรับน้ำหนักของกระจกด้านหน้าอาคาร และเปลือกอาคารไม้ซีดาร์สีแดงแบบตะวันตก โดยไม่ได้ไปลดทอนช่องเปิดเพื่อดื่มด่ำธรรมชาติแม้แต่น้อย นอกจากนั้นผู้ออกแบบยังมีแนวคิดเรื่องวัสดุพื้นถิ่นอย่างไม้ซีดาร์ที่นำมาเป็นส่วนเปลือกอาคาร ว่าจะเป็นส่วนที่ปล่อยให้วัสดุพื้นถิ่นนี้แสดงเสน่ห์ของสัจจะวัสดุผ่านกาลเวลาและสภาพอากาศตามธรรมชาติอีกด้วย

ที่มา: https://www.archdaily.com/873882/tree-house-malan-vorster-architecture-interior-design

Woodnest
office Helen & Hard

The Woodnest เป็นบ้านต้นไม้ที่ตั้งอยู่หนือเมือง Odda ทางตอนใต้สุดของ Sørfjorden ประเทศนอร์เวย์ ท่ามกลางป่าสนบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ Hardanger fjord ที่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่สวยงามและภูมิประเทศที่เป็นเนินเขา ตัวอาคารอยู่สูงจากพื้นดิน 6 เมตร และยึดติดกับลำต้นของต้นสนที่มีชีวิตสองต้น ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้เชื่อมต่อกับระดับพื้นดินด้วยสะพานไม้สั้นๆ ทอดยาวจากเนินเขาไปจนถึงทางเข้าอาคาร The Woodnest เ เป็นกระท่อมขนาดเล็กมีพื้นที่ภายในเพียง 15 ตารางเมตร ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่นอน ห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่ใช้สอยพร้อมวิวทิวทัศน์ตระการตา

ทีมสถาปนิก office Helen & Hard ออกแบบ The Woodnest โดยตอบโจทย์เรื่องภูมิประเทศและสภาพทางกายภาพของพื้นที่ซึ่งเป็นเนินเขาที่มีความลาดชัน และความต้องการของลูกค้าซึ่งต้องการสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่แปลกใหม่ เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างความรู้สึกธรรมดากับความรู้สึกพิเศษของการปีนและสำรวจต้นไม้ จึงเป็นที่มาของแนวคิด ”การสร้างพื้นที่ที่รวบรวมความหมายของการอยู่ในธรรมชาติอย่างแท้จริง”

นอกจากนั้นทีมผู้ออกแบบยังให้ความสนใจกับเรื่องการใช้วัสดุธรรมชาติพื้นถิ่น ไม่ว่าเป็นเปลือกอาคารที่ทำจากวัสดุไม้สน และรวมไปถึงวัสดุของผนังภายใน เพดาน พื้น และเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย และยังมีแนวคิดเรื่องการปล่อยให้เปลือกผิวอาคารถูกกัดกร่อนด้วยแสงแดด สายฝน ผ่านกาลเวลาเพื่อให้เปลือกอาคารมีสีสันและลักษณะที่กลมกลืนไปกับป่าสนโดยรอบ

ที่มา: https://helenhard.no/work/woodnest/

The Treetop Hotel Løvtag
Sigurd Larsen

The Treetop Hotel Løvtag เป็นบ้านต้นไม้ลับกลางป่าใกล้กับ MARIAGER FJORD ท่ามกลางทิวทัศน์ของป่าไม้เขียวขจีของประเทศเดนมาร์ก บ้านต้นไม้สไตล์โมเดิร์นหลังนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการการตั้งแคมป์ที่ซึ่งเราได้ใช้เวลายามค่ำคืนท่ามกลางป่าไม้และความหลากหลายของธรรมชาติแบบนอร์ดิก ตัวอาคารถูกสร้างบนระดับที่สูงกว่าพื้นดินและล้อมรอบต้นไม้ที่กำลังเติบโตและจะยังคงงอกงามต่อไปผ่านตัวอาคาร อาคารหลังแรกของโรงแรมถูกสร้างเสร็จในปี 2019 และตามมาด้วยบ้านต้นไม้อีก 6 หลัง

สถาปนิก Sigurd Larsen ออกแบบการตกแต่งภายในพื้นที่ 31 ตร.ม. และระเบียงดาดฟ้าขนาด 21 ตร.ม.เป็นสไตล์สแกนดิเนเวียที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเรียบง่าย ทั้งวัสดุธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม พื้นผิวไม้ที่กลมกล่อมเป็นธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาว เพื่อให้กิมมิคของอาคารอยู่ที่บรรยากาศป่าไม้ที่เขียวชอุ่มตลอดปีและวิวทิวทัศน์ภายนอกที่สามารถมองเห็นได้ 360 องศา

ผู้ออกแบบได้ตอบสนองชุมชนและท้องถิ่นโดยที่อาคารถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตโดยช่างไม้ในท้องถิ่นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผืนป่า และยังมีแนวคิดในเรื่องการใช้วัสดุจากธรรมชาติจำนวนมากที่ไม่ผ่านการบำรุงรักษา เพื่อให้ผิวของอาคารเปลี่ยนสี หรืออาจมีมอสขึ้นและกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมเมื่อเวลาผ่านไป และความน่าตื่นเต้นที่สุดของ The Treetop Hotel Løvtag ก็คือต้นไม้ที่จะเจริญงอกงามต่อไปโดยจะเติบโตผ่านตัวอาคาร ทำให้เราได้เห็นความเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ช่วยกรองแสงแดดผ่านหลังคาไม้ ทำให้เกิดแสงและเงาที่น่าตื่นตาตื่นใจที่ผนังไม้ด้านในอีกด้วย

ที่มา: https://www.finnishdesignshop.com/design-stories/architecture/treetop-hotel-lovtag-sigurd-larsen

PAN-cabins
sivilarkitet espen surnevik as

มาต่อกันที่ PAN-cabins บ้านต้นไม้สไตล์โมเดิร์นรูปทรงสามหลี่ยมจากป่าด้านตะวันออกของนอร์เวย์ที่เรียกว่า Finnskogen โดยสถาปนิกผู้ออกแบบ sivilarkitet ได้ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ของลูกค้าซึ่งมีวิสัยทัศน์ในสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ยังคงมีความเชื่อมโยงกับสถานที่ ภูมิทัศน์ และป่านอร์ดิกที่รายล้อม

PAN-cabins เป็นอาคารที่ยกสูงเหนือพื้นดิน 8 เมตรด้วยโครงสร้างเหล็กที่ดูโปร่งเพรียวเพื่อแก้ปัญหาเรื่องแรงลมที่จะเข้าปะทะกับโครงสร้างอาคาร ทางเข้าอาคารเริ่มจากซุ้มบันได้ที่ตั้งตระหง่านภายนอก เชื่อมเข้าไปที่ตัวอาคาร และในส่วนของการออกแบบภายในอาคารสถาปนิกผู้ออกแบบ sivilarkitet ได้คำนึกถึงการออกแบบโดยใช้พื้นที่ที่จำกัดอย่างคุ้มค่า โดยจัดสรรให้เตียงนอนขนาดใหญ่อยู่บนชั้นลอย และที่ชั้นล่างจะมีห้องน้ำอยู่ที่บริเวณพื้นที่ตรงกลางอาคาร จากนั้นก็แบ่งส่วนพื้นที่ที่เหลือเป็นโซนครัวและห้องนั่งเล่นขนาดเล็กพร้อมด้วยเตาผิงซึ่งประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบพับเก็บได้ ได้แก่โซฟาสองตัวที่สามารถประกอบเป็นเตียงได้ และเตียงนอนอีก 2 เตียงที่สามารถพับเก็บซ่อนในผนังได้ ซึ่งหากนับโดยรวมแล้วอาคารหลังนี้มีเตียงนอนทั้งหมด 6 ตัว
เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนเป็นทริปกลุ่มหรือเป็นครอบครัวมากเลยทีเดียว

ที่มา: https://www.archdaily.com/910927/pan-cabins-sivilarkitet-espen-surnevik-as
https://www.dezeen.com/2019/01/31/espen-surnevik-elevates-pan-treetop-cabins-stilts-norwegian-forest/

Keemala resort
Pisit Aongskultong

ถ้าจะพูดถึงบ้านต้นไม้ท่ามกลางธรรมชาติ หลากหลายประเทศก็มีธรรมชาติป่าไม้ที่สวยงาม แล้วเราจะลืมประเทศไทยที่มีธรรมชาติแสนอุดมสมบูรณ์ไปได้อย่างไร! Keemala resort เป็นรีสอร์ทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจไม่น้อย ตั้งอยู่ที่บนเนินเขาป่าเขียวชอุ่มที่มองเห็นชายฝั่งอันดามันสีฟ้าของจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยของนี่เอง ออกแบบโดย Pisit Aongskultong จากบริษัท Pisud Design Company

ผู้ออกแบบได้นำเสนอแนวคิดแต่งแต้มและร้อยเรียงเรื่องราวที่น่าสนใจของชนเผ่าพื้นเมืองสี่กลุ่ม และจินตนาการถึงวิลล่าสี่ประเภทที่มีดีไซน์แตกต่างกันไปตามแต่ละเผ่า อันได้แก่ กระท่อมปฐพีที่เน้นโทนสีเอิร์ธโทนและโดดเด่นด้วยหลังคาทรงเหลี่ยมสูงสำหรับเผ่าที่มีความสัมพันธ์กับพื้นดินและเป็นกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตแบบติดดิน เต็นท์ ชนเผ่าคนจรที่มีลักษณะเป็นเหมือนกระโจมลดหลั่นตามเชิงเขาสำหรับชนเผ่าคนจรที่มีวิถีชีวิตโลดโผน บ้านต้นไม้สองชั้น เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชนเผ่าเวหาซึ่งบูชาจักรวาลและพักอาศัยในแบบบ้านที่แขวนอยู่บนต้นไม้ เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและท้องฟ้า และสุดท้ายคือบ้านรังนกสำหรับชนเผ่ารังนกถือว่าเป็นชนเผ่าที่ชื่นชอบความหรูหรา ความเป็นส่วนตัว

นอกจากแนวคิดที่แปลกใหม่น่าสนใจจะเป็นจุดเด่นของ Keemala แล้ว ผู้ออกแบบยังคำนึงถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมโดยรอบรีสอร์ทและการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ที่มา: https://www.architecturaldigest.com/gallery/keemala-phuket-resort-thailand

Senbo Resort Hangzhou Tree House
WH studio

Senbo Resort Hangzhou Tree House เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมที่ตั้งอยู่ที่ HANGZHOU ประเทศจีน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบบ้านต้นไม้ที่ไม่เหมือนรังนกที่อยู่เพียงลำพัง แต่เป็นบ้านที่เปรียบเสมือนการรวมกลุ่มของเหล่านกน้อยบนกิ่งก้านไม้ จึงนำไปสู่การออกแบบบ้านต้นไม้ที่เป็นอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน และตัวอาคารนั้นถูกออกแบบให้ติดอยู่กับลำต้นของต้นไม้ที่ตายแล้วเพื่อชวนให้นึกถึงรังนกในธรรมชาติที่อยู่บนต้นไม้ และลดทอนรูปทรงของใบไม้ให้เหลือเป็นสามเหลี่ยมของหลังคาจั่วและรูปทรงเรขาคณิต ส่งผลให้ภาพรวมของอาคารมีลักษณะเป็นสไตล์โมเดริ์น ซึ่งอาคาร 1 หลังจะประกอบไปด้วยห้องพัก 6 ห้อง แต่ละห้องพักก็จะประกอบด้วยสามองค์ประกอบอันได้แก่ ส่วนของพื้นที่พักผ่อน ระเบียง และส่วนของทางเดิน

โดยผู้ออกแบบไม่ลืมที่จะเติมเต็มวิถีชีวิตอันอุดมสมบูรณ์ของอาคารผ่าน โดยมุ่งเน้นการออกแบบไปที่พื้นที่กลางแจ้งภายนอกที่ใช้เชื่อมต่อพื้นที่แต่ละส่วนเข้าด้วยกันเพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงประสบการณ์การปีนต้นไม้ที่แปลกใหม่ เส้นทางคดเคี่ยวของทางเดินเสมือนการปีนเขา ความสลับซับซ้อนของความสูงระเบียงแต่ละชั้นเสมือนกับกิ่งก้านไม้ที่แผ่สลับกัน และตัวอาคารบ้านพักอาคารก็เป็นตัวแทนของผลไม้อันอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ต้นนี้นั่นเอง

ที่มา: https://www.archdaily.com/955713/senbo-resort-hangzhou-tree-house-wh-studio

Wooden Treehouse C
Stilt Studios

และมาถึงบ้านต้นไม้หลังสุดท้าย เราขอนำเสนอบ้านต้นไม้สุดเก๋ที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านต้นไม้หลังอื่น เนื่องจาก Wooden Treehouse C เป็นบ้านต้นไม้ที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนอกเมือง Ubud ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะหมู่บ้านศิลปิน และล้อมรอบด้วยนาข้าวเขียวชอุ่มสร้างบรรยากาศสงบและอบอุ่นให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี

Wooden Treehouse C ถูกออกแบบเพื่อเป็นบ้านที่มีฟังก์ชันและขนาดเทียบเท่ากับบ้านพักอาศัยทั่วไปที่สามารถอำนวยความสะดวกให้เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยทีมสถาปนิกจาก Stilt Studios ซึ่งออกแบบให้โครงสร้างหลักของบ้านทั้งเสา ค้ำยัน บันได พื้น รวมถึงเพดานนั้นใช้วัสดุไม้ซึ่งเป็นมิตรกับธรรมชาติ และหลังคาจะถูดยึดขึงด้วยสายสลิงเหล็กเพื่อช่วยในการรับน้ำหนักเพื่อให้ได้รูปทรงหลังคาที่กว้างและโปร่ง ทอดชายคายื่นออกมาเพื่อบังเงาให้กับตัวบ้านได้

ในส่วนของการออกแบบภายในพื้นที่ 64 ตร.ม.ก็ได้ถูกแบ่งพื้นที่เป็นห้องครัว พื้นที่นั่งเล่น ห้องนอนที่กว้างขวาง และส่วนห้องน้ำ ซึ่งทั้งหมดก็ได้รับการออกแบบผสมผสานด้วย Mood & Tone สีเอิร์ธโทนและวัสดุไม้ได้อย่างกลมกล่อม

ที่มา: https://www.archdaily.com/966214/wooden-treehouse-c-stilt-studios