Houseware Subscription เทรนด์ใหม่คนรักบ้าน ชอบใช้งานแต่ไม่ต้องการครอบครอง

เราอาจคุ้นเคยกับการ “Subscibe” หรือสมัครสมาชิกเพื่อรับชมหรือรับฟังคอนเทนต์ออนไลน์อย่าง Netflix หรือ Spotify กันอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้ธุรกิจ Subscription ยังขยายมาสู่การให้บริการของใช้งานภายในบ้านด้วย โดยเราจะเสียค่าบริการในการสมัครสมาชิกเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรับสินค้าและ/หรือบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง คล้ายกับที่เราสมัครดู Netflix แต่เราจะได้สินค้ามาใช้แทน ซึ่งเมื่อเรายกเลิกสมาชิก ผู้ให้บริการก็จะรับสินค้าชิ้นนั้นๆ กลับคืน หรือถ้าเป็นของที่ใช้แล้วหมดไป ผู้ให้บริการก็จะหยุดส่งของมาให้นั่นเอง

ถ้าถามว่า การ Subscribe สินค้า-บริการสำหรับของใช้ในบ้านนั้นดีอย่างไร และแตกต่างจากการซื้อขาดเป็นของตัวเองอย่างไร เราขอสรุปจากประสบการณ์จากใช้จริงมาให้ เผื่อผู้อ่านจะนำไปพิจารณากัน

☑️ สำหรับของใช้ เช่น เก้าอี้, เครื่องกรองน้ำ เราจะไม่ต้องกังวลว่า เมื่อของเริ่มเก่า หรือฟังก์ชันเสียหาย เราจะต้องซ่อมหรือซื้อใหม่เอง เพราะผู้ให้บริการมีการตรวจสอบคุณภาพและซ่อมแซมให้สินค้าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
☑️ ไม่ต้องกังวลว่าซื้อมาแล้วจะใช้ไม่ดี เพราะถ้าเรา Subscribe แล้วไม่ชอบ เราสามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกได้
☑️ ไม่ต้องหาวิธีกำจัดหรือขายต่อเมื่ออยากเลิกใช้งาน ทำให้ไม่เป็นภาระในระยะยาว
☑️ สำหรับของที่ใช้แล้วหมดไป เช่น แคปซูลกาแฟ, ของสด หรือผ้าอนามัย เราไม่ต้องออกไปซื้อเองทุกเดือน เพราะผู้ให้บริการจะจัดส่งมาให้อย่างสม่ำเสมอ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน

ส่วนของเสียของการ Subscription ของใช้ในบ้านก็มีเช่นกัน เช่น ต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ถ้าสินค้าเสียหายด้วยเงื่อนไขที่เราทำพังเอง อาจมีค่าปรับราคาสูง และที่สำคัญคือเราจะไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้านั้นๆ เราเพียงแค่ “เช่าเพื่อใช้” ในระยะเวลาหนึ่งๆ เท่านั้น เมื่อรู้ถึงข้อดีและข้อเสียกันแล้ว ก็ลองมาดูกันว่า ในเมืองไทยเราสามารถ “กดซับ” เพื่อรับของใช้ในบ้านจากแบรนด์ไหนได้บ้าง

เปลี่ยน Office Syndrome เป็น Office in Home
ด้วยเก้าอี้รายเดือน Pergo Lite

สายปวดหลังเพราะนั่งทำงานถูกใจสิ่งนี้! ใครที่ได้ยินชื่อเสียงของเก้าอี้ Ergonomics ยี่ห้อ Herman Miller แต่สู้ราคาในการซื้อมาใช้ไม่ไหว ตอนนี้เขามีบริการ Supscription ให้เราจ่ายค่าเช่ารายเดือนเพื่อใช้เก้าอี้แบรนด์นี้ได้แล้ว โดยเริ่มต้นที่ 900 บาทต่อเดือน สำหรับรุ่น Sayl Chair (ที่มีพนักพิงหน้าตาแบบสานๆ) ไปจนถึง 2,400 บาทต่อเดือน สำหรับรุ่น Embody Chair

ข้อดีสำหรับบริการนี้ คือเราสามารถเลือกเช่ารุ่นที่อยากลอง เอามานั่งจริงให้รู้ใจกันก่อนได้ แถมถ้าออฟฟิศให้กลับไปทำงาน on-site เต็มระบบเมื่อไร ก็ยกเลิกการเช่าได้เหมือนกัน โดยค่าบริการนี้จะครอบคลุมการชำรุดจากการใช้งาน พวกความเก่า สีซีดจาง หรืออะไหล่หลวมแล้ว แต่ถ้าเกิดความเสียหายอื่นๆ เราต้องจ่ายค่าเสียหาย และจะมีสัญญาการใช้งานขั้นต่ำที่ 5,000 บาท ก็คือถ้าเราเลือกซับฯ รุ่น Sayl Chair ที่ราคา 900 บาท เราต้องใช้ไป 6 เดือน ถึงจะบอกเลิกสัญญาได้ ถ้าบอกเลิกก่อนต้องเสียส่วนต่างเอง

โดยส่วนตัวแล้วเราชอบบริการนี้มาก เพราะเท่าที่ใช้เก้าอี้ทำงานมา จะเจอปัญหาเบาะยุบ ตัวปรับพนักหลวม และอีกหลายอย่างที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ไม่ถึงกับพังจนต้องตัดใจทิ้ง กลายเป็นต้องทนใช้เก้าอี้ที่ “ไม่พังแต่ไม่เหมือนเดิม” ไปเรื่อยๆ เพราะเสียดาย แต่ถ้าเช่ากับ Pergo Lite เขาจะมาซ่อมและดูแลเก้าอี้ให้ทุกปี เลยได้เก้าอี้ที่ซัปพอร์ตร่างกายเราอย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ต้องทิ้งเป็นขยะในตอนท้ายด้วย แม้ราคาจะแรงเอาเรื่องเมื่อต้องใช้แบบยาวๆ (ใช้ปีหนึ่งก็หมื่นนิดๆ) แต่อย่างที่บอกว่า เราไม่ต้องมาวุ่นวายกับการจัดการเก้าอี้เก่า เวลาอยากเปลี่ยนรุ่นก็ทำได้ง่ายๆ หรือวันหนึ่งอยากซื้อรุ่นไหนเป็นของตัวเองก็สะดวกสบายดี บริการนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า ยังไงลองชั่งน้ำหนักเรื่องราคากับที่ได้มาดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจซับฯ นะ

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://pergochairs.com/th/pergolite/

เลิกแบกน้ำยกแพ็กขึ้นคอนโด
ด้วยเครื่องกรองน้ำรายเดือนจาก Coway

ความทรมานของชาวคอนโด คือการต้องซื้อน้ำขวดลิตรมาดื่ม พอน้ำใกล้หมดทีไรต้องไปแบกแพ็กน้ำขวดขึ้นห้องทุกที ค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มแต่ละเดือนก็หลายบาทอยู่ แถมยังต้องจัดการกับขยะหลังน้ำหมดอีกด้วย แต่พอติดเครื่องกรองน้ำแบบที่ฝังอยู่ใต้ซิงก์ล้างจาน ก็เจอปัญหาอีกเหมือนกัน คือการต้องเปลี่ยนไส้กรองทุกปี แล้วต้องคอยดูว่าก๊อกน้ำมีตะกรันไหม ต้องเปลี่ยนอะไหล่ตอนไหน หรือถ้าเป็นคอนโดที่เราเช่าอยู่ ก็ไม่เหมาะกับการติดตั้งเครื่องกรองแบบถาวรอีกด้วย

พอมี Subscription เครื่องกรองน้ำมาให้เลือก เราเลยคิดว่าน่าสนใจมาก อย่าง Coway แบรนด์เกาหลีที่เราเห็นโฆษณาบ่อยๆ ก็พยายามแก้ Pain Point ทุกอย่างที่เราว่ามา คือการออกแบบเครื่องเป็นแบบตั้งโต๊ะ ไซส์กะทัดรัด พื้นที่น้อยก็ติดตั้งได้ บวกกับจัดเซอร์วิสที่ให้ช่างมาดูแลเครื่องให้เป็นประจำ ก็ทำให้น่าเลือกใช้อยู่ไม่น้อย เทียบกับค่าสมาชิกที่เริ่มต้น 490 บาทต่อเดือน (รุ่น P-6320R Water Purifier) สำหรับสัญญา 5 ปี ก็ดูคุ้มค่าและเป็นตัวเลือกที่ดีในยุคนี้เลยล่ะ

ต้องบอกก่อนว่าเราเองยังไม่เคยใช้บริการ แต่อ่านรีวิวในกลุ่มงานบ้านอยู่บ่อยๆ สิ่งที่คนที่เคยใช้แนะนำกันเยอะก็คือ ควรเลือกไซส์เครื่องให้เหมาะกับจำนวนผู้อยู่อาศัย ถ้าอยู่กันหลายคนก็เลือกเครื่องที่ใหญ่หน่อยจะดีกว่า และถ้าไม่อยากได้สัญญาระยะยาวถึง 5 ปี จะลองเลือกเป็นแผนแบบ 1 ปีก่อนก็ได้ ถึงราคาจะแพงไปอีกเท่าตัว แต่ก็ไม่ต้องกังวลกับพันธะระยะยาว

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://coway.co.th/pages/water-purifier

สร้าง Home Cafe ส่วนตัว
ด้วยกาแฟแคปซูลรายเดือนจาก Dolce-Gusto

สำหรับคนสู้ชีวิต แต่ชีวิตสู้กลับ หรือมีเกณฑ์แก้งานดึกและตื่นเช้า การมีกาแฟหอมๆ ให้เลือกดื่มได้ทุกวันในราคาเบาๆ คงเป็นความต้องการสูงสุดอย่างหนึ่งของชีวิต เมื่อกาแฟสำเร็จรูปก็ไม่ค่อยถูกปาก และการสั่งจากร้านต่างๆ ก็แพงเกินไปและไม่สะดวกในการรอรับ (ไรเดอร์ชอบมาตอนประชุมทุกที!) การมีเครื่องชงกาแฟที่บ้านเลยเป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนยุคนี้มองหา สำหรับ Coffee Lover แบบ Extreme และมีเวลารื่นรมย์กับการชงกาแฟ การเลือกใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ หรือกาแฟ Brewing เช่น กาแฟดริป คงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แต่ถ้าหากอยากได้ความรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เทคนิคมาก ให้ลองมาทางกาแฟแคปซูลดู

ในเมื่อเราดื่มกาแฟกันเป็นประจำ การสมัครสมาชิกแบบ Subscription ก็ทำให้เราลดภาระการซื้อแคปซูลกาแฟไปได้มากทีเดียว อย่างแบรนด์ Dolce-Gusto ที่มีให้ซับฯ หลายไซส์ เลือกได้ตามการใช้งาน ถ้าหากยังไม่มีเครื่อง แผนสมาชิกที่เขามี ก็มีให้เลือกทั้งส่วนลดค่าเครื่องและรับเครื่องฟรี หรือถ้าหากมีเครื่องอยู่แล้ว จะเลือกเป็นแพ็กเกจเฉพาะแคปซูลก็ได้ โดยเครื่องชงมีราคาตั้งแต่ 2,490 บาท ส่วนแคปซูลเริ่มต้น 279 บาทต่อกล่อง (16 แคปซูล)

ข้อดีของกาแฟแคปซูลคือความสะดวก และมีรสชาติให้เลือกหลากหลาย เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ แต่โดยส่วนตัวเรากังวลกับตัวแคปซูลใช้แล้ว ซึ่งบรรจุภัณฑ์จะกลายเป็นขยะทันทีเมื่อชงเสร็จ เท่าที่หาข้อมูลดู เราเจอว่าแบรนด์ Nespresso มีจุดส่งคืนแคปซูลเปล่าอยู่ด้วย แต่ของ Dolce-Gusto ยังไม่เจอ ถ้าใครใช้กาแฟแคปซูลก็อย่าลืมหาข้อมูลการแยกชิ้นส่วนเพื่อทิ้งอย่างถูกวิธีกันด้วยนะ

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.dolce-gusto.co.th/monthly-package

หมดกังวลกับการซื้อผ้าอนามัยทุกเดือน
ด้วยผ้าอนามัยรายเดือนจาก ira

สินค้าอย่างสุดท้ายนั้นไม่ใช่เครื่องใช้ในบ้าน แต่เป็นของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้หญิง นั่นคือ “ผ้าอนามัย” นั่นเอง ในเมื่อเป็นของที่ต้องใช้ทุกเดือน ก็สมัคร Subscription รายเดือนกันไปเลย! หมดยุคต้องหน้าตาตื่นวิ่งซื้อผ้าอนามัยเมื่อประจำเดือนมาแล้ว เพราะแบรนด์ไทยที่ชื่อ “ira” เขามีบริการจัดส่งให้ถึงบ้านกันเลย

ข้อดีของผ้าอนามัยของ ira คือเขามีคอนเซปต์ไม่ทำร้ายธรรมชาติ โดยไม่ใช้ส่วนประกอบของพลาสติก และไม่ใช้สารเคมี ทั้งพอลิเมอร์ที่ดูดซับของเหลวให้เป็นเจล น้ำยาฟอกขาวคลอรีน ใยสังเคราะห์ต่างๆ แต่ใช้ใยไผ่ ใยข้าวโพด และพลาสติกชีวภาพจากพืชแทน โดยมีผ้าอนามัยหลายชนิดซึ่งตอบโจทย์การใช้งานของผู้หญิงได้ดีมาก ทั้งแบบกลางวันมาปกติ กลางวันมาน้อย กลางคืนความยาวปกติ กลางคืนยาวพิเศษ รวมถึงแผ่นอนามัยด้วย

ในส่วนของ Subscription เราสามารถเลือกชนิดและจำนวนผ้าอนามัยที่ต้องการต่อเดือนได้ และยังเลือกเปลี่ยนบางรายการสำหรับเดือนถัดไป รวมถึงการหยุดรับชั่วคราว และจะยกเลิกสมาชิกเมื่อไรก็ได้ หรือถ้าไม่ชัวร์ว่าใช้แล้วจะชอบไหม ก็ลองสั่งแค่ 1-2 กล่องมาใช้ก่อนก็ได้ ส่วนราคาถือว่ากลางๆ อย่างผ้าอนามัยแบบกลางวัน 10 ชิ้น ก็อยู่ที่ 81 บาท ซึ่งถ้าเรา Subscribe ก็จะได้ส่วนลดลงไปอีก

ถือเป็นแบรนด์ที่คอนเซปต์ดี วัสดุดี และราคาก็พอเหมาะ แต่อย่างที่บอกตอนต้นว่าเขาไม่ใส่พอลิเมอร์ที่ดูดซับของเหลวให้เป็นเจล ดังนั้น สาวๆ อาจต้องเปลี่ยนบ่อยนิดหนึ่ง แต่โดยรวมถือว่าดี อยากให้ไปลองกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.iraconcept.com/th/subscription