Srisaluay House บ้านที่เผยความสุขในความไม่สมบูรณ์แบบ ผ่านตัวตนที่แสนอบอุ่นและเรียบง่าย

ในการรีโนเวทบ้าน ส่วนใหญ่ผู้คนมักใช้’การต่อเติม’เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการอยู่อาศัยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในทางกลับกันบ้านของครอบครัวศรีสลวยหลังนี้ กลับรีโนเวทโดยใช้ ’การลดทอน’ พื้นที่ต่อเติมลง เพื่อตอบโจทย์เรื่องของความลงตัวและเหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัวให้มากที่สุด ซึ่ง ‘คุณโม-ภัทร ศรีสลวย’ เจ้าของบ้านและมัณฑนากรผู้ออกแบบบ้านหลังนี้ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน บอกเล่ากับเราผ่านผลลัพธ์บ้านสองชั้นสีขาวว่านอกจากจะรีโนเวทจากตัวตนของเขาจริงๆแล้ว ยังมีความไม่สมบูรณ์แบบของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างส่วนต่อเติม ความไม่เนี๊ยบของวัสดุ แม้บางอย่างอาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่กลายเป็นสเน่ห์เล็กๆที่ทำให้การอยู่อาศัยภายใต้บ้านรีโนเวทหลังนี้เป็นไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข

ความสุขในรูปแบบพื้นที่ที่ตรงใจ

ด้วยความที่บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในย่านดอนเมือง และอยู่ถัดจากบ้านของคุณพ่อคุณแม่ไปหนึ่งหลัง เจ้าของบ้านจึงตัดสินใจซื้อและคิดจะต่อเติมความสุขเพื่ออยู่อาศัยกับภรรยาและลูกสาว ในคราวเดียวกันก็สามารถอยู่ดูแลพ่อแม่ได้อย่างใกล้ชิด สภาพของตัวบ้านไม่ได้ทรุดโทรมมากนัก แม้จะมีอายุมานานกว่า 40 ปี เนื่องจากถูกรีโนเวทมาแล้วหลายครั้ง และมีการต่อเติมพื้นที่เพิ่มเป็นสองเท่าของบ้านต้นฉบับ พื้นที่ภายในค่อนข้างมีความซับซ้อน และมีถึง 7 ห้องนอนด้วยกัน เพื่อให้บ้านที่มีขนาดพอดิบพอดีกับการอยู่อาศัยสำหรับสามคนอย่างแท้จริง การลดทอนขนาดของพื้นที่ที่ถูกต่อเติมออกไปจึงเกิดขึ้น รวมถึงจัดวางพื้นที่ภายในใหม่ให้เข้ากับสมาชิกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการลดห้องนอนเหลือเพียง 2 ห้อง การเชื่อมห้องนั่งเล่นกับห้องครัวเข้าด้วยกัน และการสร้างพื้นที่วิ่งเล่นสำหรับลูกสาวที่เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบบ้านหลังนี้

คอร์ทอิฐกับสวนแนวตั้ง

การเริ่มต้นลดพื้นที่ที่เกินความจำเป็นออกไป เพื่อเปิดพื้นที่ว่างให้แสงธรรมชาติเข้ามามากขึ้น สถาปนิกตั้งใจทุบส่วนด้านข้างที่เจ้าของคนเก่าต่อเติมไว้ให้กลายเป็นสนามหญ้า ที่ลูกสาววัยกำลังโตสามารถวิ่งเล่นได้ แต่ด้วยโครงสร้างส่วนนั้นเชื่อมต่อกับโครงสร้างหลักของบ้าน จึงจำเป็นต้องเก็บโครงสร้างทั้งหมดไว้เพื่อไม่ให้กระทบกับตัวบ้านในอนาคต และในส่วนของพื้นมีระดับความสูงมากกว่า 30 เซนติเมตร หากจะปลูกหญ้าต้องสกัดพื้นลึกลงไปมากพอสมควร เลยตัดสินใจเปลี่ยนจากสนามหญ้าเป็นคอร์ทอิฐแทน ซึ่งถึงแม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่ได้สนามหญ้าโล่งๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่คอร์ทอิฐที่มีเสาโครงสร้างเหล่านี้ ก็ช่วยบอกเล่าเรื่องราวความสวยงามของความไม่สมบูรณ์แบบ และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับบ้านได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน

ไม่เพียงแต่เรื่องของโครงสร้างที่จำเป็นต้องเก็บไว้ ผนังด้านหลังของบ้านก็ถูกเก็บไว้เช่นเดียวกัน ไม่สามารถทุบทิ้งได้ เนื่องจากมีส่วนเชื่อมต่อกับผนังบ้านของเพื่อนบ้านด้านหลัง ซึ่งแต่เดิมส่วนนี้ถูกต่อเติมเป็นพื้นที่ภายในบ้าน ทำให้ด้านบนมีเค้าโครงรูปร่างของหลังคาจั่วและช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมในชั้น 2 โดยสถาปนิกมองว่าผนังนี้สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนแนวตั้งได้ จึงทำโครงเหล็กตาข่ายสีขาวล้อขึ้นไปตามผนังและปลูกต้นเหลืองชัชวาลที่เป็นพืชไม้เลื้อย รอวันที่ต้นไม้เติบโตเต็มพื้นที่เพื่อสร้างความร่มรื่นให้กับคอร์ทภายในบ้าน

เผยความสวยงามของวัสดุไม้

“หลังจากรื้อฝ้าเพดานออก เราเจอกับพื้นไม้ชั้นสองที่สภาพค่อนข้างดีเลย คือสภาพมันดีมากกว่าที่เราคิด รวมไปถึงโครงสร้างหลังคาไม้ในชั้นสองด้วย เลยจะเก็บส่วนนี้ไว้ให้กลายเป็นพระเอกของการออกแบบบ้าน และทำให้บ้านมีความเรียบที่สุด” นี่คือแนวคิดการรีโนเวทภายในบ้านที่นอกจากจะเลือกเผยสวยงามของวัสดุไม้ ที่ซ่อนอยู่ให้กลายเป็นจุดเด่นสำหรับบ้านหลังนี้แล้ว ยังเลือกไม้เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงแต่งบ้านอีกด้วย เพราะเป็นวัสดุธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นสื่อความหมายถึงความเป็นบ้านอย่างแท้จริง

เปิดให้โปร่ง ปรับให้ลงตัว

เมื่อเข้ามาภายในบ้าน สิ่งที่โดดเด่นอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย คงจะเป็นห้องนั่งเล่นและห้องครัวที่มีความเชื่อมต่อกัน เนื่องจากชีวิตประจำวันของครอบครัวนั้นไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่นบ่อยนัก แต่ทุกคนกลับอยู่พร้อมหน้าและใช้เวลาร่วมกันบนโต๊ะอาหารซะมากกว่า บวกกับส่วนใหญ่ไม่ได้มีการทำอาหารหนักๆ มีเพียงการอุ่นอาหารและอบขนม ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดควันหรือกลิ่นเหม็นใดๆ พื้นที่ครัวจึงถูกเปิดให้เชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆของบ้าน และมีการที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านโดยรอบ ผ่านการเพิ่มขนาดหน้าต่างให้กว้างตั้งแต่คานไปถึงพื้น ทำให้บรรยากาศภายในบ้านเป็นไปอย่างอบอุ่นและดูโปร่งมากยิ่งขึ้น

ส่วนถัดไปคือโถงบันได ตัวบันไดถูกปรับเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้การใช้งานในพื้นที่ชั้นสองลงตัวมากยิ่งขึ้น และถูกเปลี่ยนให้ดูเรียบง่ายในผลลัพธ์ของบันไดสีขาวแบบไม่มีลูกตั้ง พร้อมทั้งมีการวางต้นไม้และเก้าอี้ยาวเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่นี้ด้วย ส่วนด้านหลังที่เป็นครัวเดิมถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเก็บของทั้งหมด เพื่อเก็บของใช้ต่างๆภายในบ้านที่ใช้ไม่บ่อยในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีจำนวนค่อนข้างมาก เป็นความตั้งใจของสถาปนิกที่ต้องการให้บ้านมีความเรียบร้อย และรวมของต่างๆไว้ในที่เดียวเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหานั่นเอง

ห้องนอนในบรรยากาศที่อบอุ่น

ภายในชั้นสอง สิ่งที่โดดเด่นไม่ใช่เพียงการออกแบบฝ้าเพดานของห้องนอนหลักให้ขนานกับองศาของหลังคาจั่วเท่านั้น แต่การวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆก็น่าสนใจไม่แพ้กัน สถาปนิกอยากให้ห้องนอนมีกลิ่นอายบรรยากาศของการพักผ่อนในโรงแรมหรือรีสอร์ท จึงวางเตียงนอนไว้กลางห้องและใช้ผนังหัวเตียงเป็นตัวแบ่งพื้นที่โซนเก็บเสื้อผ้าแทนการก่อผนังทึบปิด ทำให้ห้องดูโล่งและใช้งานพื้นที่ได้อย่างลงตัว ที่สำคัญการตกแต่งยังเต็มไปด้วยความเรียบง่าย ประกอบกับคานไม้เดิมที่บอกเล่าเรื่องราวของบ้านหลังเดิมได้ดี จึงทำให้ห้องนอนนี้มีกลิ่นอายความอบอุ่นในแบบที่เจ้าของบ้านต้องการ

เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่บรรจงเลือก

“เราเห็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้านของคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่เรายังเด็ก ปัจจุบันบางชิ้นมันก็ยังอยู่และใช้งานได้ดี เลยรู้สึกว่าควรลงทุนซื้อเฟอร์นิเจอร์ในดีไซน์ที่ตัวเองอยากได้จริงๆ เพราะสุดท้ายแล้วมันอยู่กับเราทุกวันไปอีกนาน ทำไมเราถึงไม่เลือกสิ่งที่เราอยากได้ที่สุดล่ะ” เจ้าของบ้านเล่าถึงความหลงใหลการจัดบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบลอยตัว พร้อมบรรจงเลือกเองทุกชิ้น การันตีว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ตัวเองชอบมากและอยากได้จริงๆตั้งแต่แรก โดยส่วนใหญ่เป็นงานคราฟท์ ทั้งแบรนด์ของไทยและต่างประเทศ ล้วนแล้วแต่มีไม้เป็นส่วนประกอบ และมีดีเทลเส้นสายที่โค้งละมุน เพื่อให้มูทแอนด์โทนของบ้านเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ความสุขทางใจกับการตกแต่งห้องน้ำ

เพราะห้องน้ำเป็นฟังก์ชันที่มีการใช้งานทุกวันและวันละหลายรอบ การออกแบบห้องน้ำให้สวยงามจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านให้ความใส่ใจ เห็นได้จากวัสดุที่ถูกเลือกอย่างพิถีพิถัน อย่างกระเบื้องโมเสคสีเขียวขนาดเล็กที่หลายคนมองว่าทำความสะอาดยาก แต่สำหรับเจ้าของบ้านแล้วการใช้วัสดุที่ชอบ เป็นเรื่องของความสุขทางใจที่ทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้านนั้นมีความสุข นอกจากนี้ในห้องน้ำยังมีการนำหน้าต่างเดิมมาใช้ตรงตำแหน่งอ่างล้างมือ เพื่อดึงแสงสว่างเข้ามาและช่วยในเรื่องของการระบายอากาศได้ดีอีกด้วย

ปกปิดและสร้างคาแรกเตอร์ให้บ้าน

Façade ด้านหน้าถูกดีไซน์ปิดทึบเพื่อความเป็นส่วนตัวและบดบังบริบทฝั่งตรงข้ามที่มีเสาไฟฟ้าไม่ได้สวยงามนัก มีพื้นที่ระเบียงเล็กๆที่สามารถตากผ้าได้ขนาบข้างไปด้วยอิฐบล็อกช่องลม ซึ่งเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ในเรื่องลมที่สามารถพัดผ่านเข้ามาได้ ส่วนช่องวงกลมด้านหน้ากลายมาเป็นคาแรกเตอร์ที่สำคัญของบ้าน ซึ่งเราจะพบองค์ประกอบนี้ได้บนผนังในคอร์ทอิฐด้วยเช่นกัน

“ภาพแรกที่เราอยากเห็นของการทำบ้านหลังนี้คือ บ้านที่อยู่สบาย ไม่ใช่บ้านที่มีดีเทลเนี๊ยบแบบห้ามเห็นรอยแตกของปูน หรือทุกอย่างต้องลงล็อคกันพอดีเป๊ะ เราชอบที่บ้านมันไม่ได้เพอร์เฟกต์แต่มันมีสเน่ห์ กาลเวลาที่เปลี่ยนไปมันทำให้บ้านเปลี่ยนแปลงตาม” สถาปนิกกล่าวมาถึงเรื่องราวสุดท้ายเกี่ยวกับเป้าหมายที่วางไว้ในการรีโนเวทบ้านที่ไม่จำเป็นต้องเป๊ะในทุกๆจุด และสุดท้ายอาจไม่ได้เหมือนที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่ผลลัพธ์การออกแบบที่ถ่ายทอดตัวตน ก็ทำให้การอยู่อาศัยภายในบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความสุขอย่างสมบูรณ์แบบ


Srisaluay House – บ้านศรีสลวย
Owner & Interior: Pathara Srisaluay
Location: Song Prapha, Donmuang
Category: Residential Project (Renovate)
Photographs: Pathara Srisaluay

เขียนโดย Janjitra Horwongsakul